หวั่นภาษีน้ำมันฉุดเที่ยวในประเทศ แอร์ไลน์โหมอัดโปรฯ-ปรับแผนเรียกความเชื่อมั่น



แอร์ไลน์ไทยหวั่นภาษีน้ำมันพ่นพิษ ฉุดท่องเที่ยวภายในประเทศ เร่งปรับแผนอัดโปรโมชั่น เรียกความเชื่อมั่นผู้โดยสาร “ไทยแอร์เอเชีย-ไทยไลอ้อน-บางกอกแอร์เวย์ส-ไทยสมายล์” ลุยแผนเพิ่มกำลังการผลิต ดาหน้าเปิดเส้นทางบินใหม่กวาดตลาดเอเชีย

นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า จากมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2560 เรื่องการเพิ่มค่าภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินภายในประเทศ จากเดิมเก็บภาษีในอัตรา 1% ของราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น ซึ่งปีที่แล้วอยู่ที่ 16 บาทต่อลิตร หรือเก็บที่ 20 สตางค์ต่อลิตร เปลี่ยนมาเก็บในอัตรา 23% ของราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น ซึ่งขณะนี้ราคาปรับสูงขึ้นไปอยู่ที่ 20 บาทต่อลิตร หรือเก็บที่ 4.89 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ไทยแอร์เอเชียมีต้นทุนน้ำมันปีนี้เพิ่มขึ้นอีก 1,500 ล้านบาท และทำให้สัดส่วนต้นทุนน้ำมันปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 35% จากสัดส่วนเดิม 33%

ไทยแอร์เอเชียจึงประกาศปรับราคาบัตรโดยสาร เส้นทางบินในประเทศ ซึ่งรวมอยู่ในค่าโดยสารที่แสดงหน้าเว็บไซต์แล้ว ในอัตรา 150 บาทต่อคนต่อเที่ยวบิน หากราคาน้ำมันอากาศยานโลกซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ปรับขึ้นไม่เกิน 3 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ก็คงไม่มีการปรับเพิ่มขึ้น เพราะเป็นอัตราที่พอรับไหว อย่างไรก็ตาม คาดว่าต้องรออีก 2 สัปดาห์ถึงจะเห็นแนวโน้มของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการปรับเพิ่มค่าภาษีสรรพสามิตน้ำมัน

อัดโปรฯเรียกความเชี่อมั่นถี่ยิบ

ทั้งนี้ไทยแอร์เอเชียได้เตรียมจัดโปรโมชั่นถี่ขึ้นเป็นทวีคูณเพื่อเรียกความเชื่อมั่นผู้โดยสารเช่นจากเดิมจัดโปรโมชั่นสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ก็จะจัดเพิ่มเป็น 2 ครั้ง และเตรียมประเมินสถานการณ์เป็นรายไตรมาส โดยเฉพาะกระแสการเดินทางในช่วงมีนาคม-เมษายนนี้ ซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลสงกรานต์ ว่าจะได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน

“เราหวั่นว่าการเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ำมันดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการซื้อตั๋วเครื่องบินของผู้โดยสารและอาจฉุดภาคการท่องเที่ยวภายในประเทศได้ซึ่งรัฐบาลก็รู้อยู่แล้วว่าการท่องเที่ยวเป็นรายได้หลักของประเทศ”

นายธรรศพลฐ์กล่าวถึงแผนการเปิดเส้นทางใหม่สำหรับปีนี้ด้วยว่าจะมีเส้นทางบินใหม่8-10จุดบิน ในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) และอินเดียอีก 2-3 จุดหมาย ส่วนประเทศจีนนั้นไทยแอร์เอเชียจะเน้นเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางเดิมที่เปิดให้บริการไปแล้ว 14 จุดหมายเป็นหลัก โดยยังไม่มีแผนเปิดจุดบินใหม่

โดยเป้าหมายของไทยแอร์เอเชียปีนี้ตั้งเป้ายอดผู้โดยสารที่ 19.5 ล้านคน เป็นผู้โดยสารเส้นทางในประเทศ 12 ล้านคน เพิ่มจากปีที่แล้วซึ่งปิดตัวเลขผู้โดยสารไปที่ 17 ล้านคน เป็นผู้โดยสารเส้นทางในประเทศ 10 ล้านคน

นายอัศวิน ยังกีรติวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย ไลอ้อน เมนทารี จำกัด กล่าวว่า จากกรณีการเพิ่มค่าภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ประเมินว่าจะมีผลกระทบต่อผู้โดยสารบ้าง ส่งผลให้สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ต้องออกโปรโมชั่นตั๋วโดยสารมากกว่าเดิม เพื่อกระตุ้นกระแสการเดินทาง สำหรับแผนการขยายธุรกิจในปีนี้จะเริ่มเปิดเส้นทางบินใหม่ ดอนเมือง-ตรัง อย่างเป็นทางการ ถือเป็นเส้นทางบินที่ 6 ของภาคใต้ ให้บริการ 2 เที่ยวบินต่อวัน พร้อมเปิดเส้นทางบินข้ามภูมิภาค เชียงใหม่-สุราษฎร์ธานี วันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ และเส้นทาง เชียงใหม่-หาดใหญ่ วันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้เช่นกัน ขณะที่เส้นทางบินระหว่างประเทศ ไทยไลอ้อนแอร์เตรียมเปิดเส้นทางบินไปญี่ปุ่นและเกาหลี หลังจากปลดล็อกธงแดงขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ซึ่งคาดว่าน่าปลดสำเร็จในปีนี้

รับอาจกระทบตลาดในประเทศ

ด้านนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ำมันเป็นการปรับขึ้นแบบหน้ากระดาน ทำให้ในแง่การแข่งขันธุรกิจการบิน ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ โดยเท่าที่ได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและกระทรวงพลังงาน มองว่าภาษีตัวนี้ไม่ได้ปรับขึ้นมานานแล้ว วันใดวันหนึ่งก็ต้องปรับขึ้นอยู่ดี การปรับขึ้นตอนนี้แม้จะส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวบ้าง แต่ยังเชื่อว่ามีการเติบโต

ทั้งนี้ ต้องมองอีกมุมหนึ่งด้วยว่า กระทรวงการคลังจำเป็นต้องมีรายได้จากการจัดเก็บภาษี เพื่อสร้างรายได้เข้าด้านอื่น ๆ ของประเทศด้วย ภาคการท่องเที่ยวไม่สามารถเติบโตได้เพียงคนเดียว

รุกเจาะตลาดอาเซียน

ด้านนายวรงค์ อิศรเสนา ณ อยุธยา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ส่วนขาย บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สายการบินบางกอกแอร์เวย์สมีแผนเปิดเส้นทางใหม่และเพิ่มความถี่เที่ยวบินไปยังจุดหมายต่าง ๆ ภายในภูมิภาคอาเซียน เพราะทุกเมืองในอาเซียนที่เปิดให้บริการเส้นทางบินเข้าไปนั้น มีการเติบโตทั้งหมด อย่างเส้นทางที่เตรียมเปิดให้บริการภายในปีนี้ คือ กรุงเทพฯ-บากัน (พุกาม) ประเทศเมียนมา จากปัจจุบันให้บริการเส้นทางกรุงเทพฯสู่ย่างกุ้ง 4 เที่ยวบินต่อวัน, เนย์ปิดอว์ 6 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และมัณฑะเลย์ 1 เที่ยวบินต่อวัน

อีกเส้นทางใหม่คือ เชียงใหม่-เวียงจันทน์ สปป.ลาว ความถี่ 2 เที่ยวบินต่อวัน คาดเริ่มให้บริการในตารางบินฤดูร้อนนี้ และเตรียมเพิ่มความถี่เที่ยวบินจากเชียงใหม่สู่แม่ฮ่องสอน เป็น 2 เที่ยวบินต่อวัน และมัณฑะเลย์ เป็น 1 เที่ยวบินต่อวัน, เส้นทางกรุงเทพฯ-เวียงจันทน์ เตรียมเพิ่มความถี่เป็น 2 เที่ยวบินต่อวัน ภายใน 2 เดือนนี้ ขณะที่เส้นทางกรุงเทพฯ-พนมเปญ มีผลการดำเนินงานที่ดี เตรียมเพิ่มความถี่เป็น 7 เที่ยวบินต่อวัน

“การมองตลาดใกล้ ๆ บ้านอย่างภูมิภาคอาเซียน คือกลยุทธ์สำคัญของบางกอกแอร์เวย์ส เพราะเราเห็นมูฟเมนต์การเดินทางของคนท้องถิ่นภายในภูมิภาคนี้เกิดขึ้นมากมาย ไม่จำเป็นต้องมองไกลมาก เน้นสร้างตลาดของเราอย่างต่อเนื่อง มุ่งขยายเน็ตเวิร์กเส้นทางบิน และซอยความถี่เที่ยวบินในเส้นทางยอดนิยม โดยในปี 2560 บางกอกแอร์เวย์สตั้งเป้าหมายการเติบโตด้านยอดขายที่ 10% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว คาดมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ยตลอดปีที่ 70% และในเร็ว ๆ นี้เตรียมทำข้อตกลงความร่วมมือทำการบินร่วม หรือโค้ดแชร์กับการบินไทย หลังดำเนินกลยุทธ์เพิ่มผู้โดยสารจากการทำโค้ดแชร์กับสายการบินต่างชาติไปแล้วกว่า 25-26 สายการบิน” นายวรงค์กล่าว

ก่อนหน้านี้ นายวรเนติ หล้าพระบาง รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยสมายล์ กล่าวว่า ปีนี้เตรียมขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะเมืองรองที่มีศักยภาพในตลาดจีน อินเดีย และอาเซียน ตามนโยบายของรัฐบาลและบริษัทแม่การบินไทย ที่ต้องการให้ไทยสมายล์สนับสนุนบริการเชื่อมต่อเที่ยวบินภายในภูมิภาค โดยเมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา ได้เปิดเส้นทางบินใหม่ กรุงเทพฯ-เจิ้งโจว ประเทศจีน เริ่มต้นที่ความถี่ 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ รองรับกระแสการเดินทางสูงในช่วงหยุดยาวเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา และค่อยลดความถี่เที่ยวบินมาอยู่ที่ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

ส่วนวันที่ 1 มีนาคมนี้ เตรียมเปิดบินเส้นทาง กรุงเทพฯ-โกตาคินาบาลู มาเลเซีย วันละ 1 เที่ยวบิน และวันที่ 26 มีนาคมนี้ เตรียมเปิดอีก 3 เส้นทางบินเสริมการบินไทย เส้นทางละ 1 เที่ยวบินต่อวัน ได้แก่ กรุงเทพฯไปย่างกุ้ง, เวียงจันทน์ และพนมเปญ

นายวรเนติกล่าวว่า ส่วนเส้นทางที่จะบินแทนการบินไทยทั้งหมด ประกอบไปด้วยกรุงเทพฯ-เซียะเหมิน วันละ 1 เที่ยวบิน, กรุงเทพฯ-คุนหมิง 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และเชียงใหม่-คุนหมิง 2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาเปิดเส้นทางบิน กรุงเทพฯ-เซบู ประเทศฟิลิปปินส์ด้วย

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1486365986

Comment Box