แนะนักท่องเที่ยวแจ้งความรีสอร์ตภูทับเบิกฐานฉ้อโกง รูปห้องพักในเว็บไม่ตรงกับความจริง



วันที่ 6 มกราคม ความคืบหน้ากรณีนักท่องเที่ยวโวยวายรีสอร์ตภูทับเบิกผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ถึงห้องพักคับแคบ สกปรก ราคาแพงเกินความเป็นจริง แต่ ยอมรับว่าผิดพลาดเองที่ไปดูรูปจากเว็บเพจทำให้ตัดสินจองพร้อมโอนเงินให้ จนกลายเป็นประเด็นร้อนหลังมีชาวเน็ตแห่วิพากษ์วิจารณ์กันจนกระหึ่มสังคมโซเซียล พร้อมยังเรียกร้องให้ทางหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคยื่นมือเข้าไปดูแล ล่าสุดนายสุพล ศรีทับทิม พาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวชี้แจงว่า หากเป็นไปตามข้อมูลที่นักท่องเที่ยวร้องเรียน ซึ่งให้ข้อมูลว่าเห็นรูปภาพห้องพักจากเว็บไซต์ของรีสอร์ตทำให้หลงเข้าใจผิด แต่เมื่อมาเห็นสภาพห้องพักไม่ตรงกับภาพที่โพสแสดง ตรงนี้อาจเข้าข่ายหลอกลวงหรือฉ้อโกงซึ่งเป็นเรื่องของข้อกฎหมาย นักท่องเที่ยวเดินทางมาไกลจะไม่เข้าพักก็ไม่ได้เหมือนถูกมัดมือชก ฉะนั้นตรงนี้หากนักท่องเที่ยวคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในฐานะผู้เสียหาย ก็สามารถเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้ประกอบการรายนี้ได้

“ตรงนี้นักท่องเที่ยวสามารถแจ้งความดำเนินคดีได้เลย แต่หากจะให้ทางหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องไปแก้ไขก็สามารถร้องเรียนได้โดยตรงที่สำนักงานจังหวัดเพชรบูรณ์ซึ่งเป็นเลขานุการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดเพชรบูรณ์อยู่ จากนั้นจะมีเชิญหน่วยงานที่ถือกฎหมายอยู่มาหารือว่าใครจะดำเนินการอะไรได้บ้าง หรือไม่เช่นนั้นก็ใช้บริการร้องผ่านทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดหรืออำเภอก็ได้เช่นเดียวกัน เพียงแต่นักท่องเที่ยวซึ่งเป็นผู้เสียหายรายนี้ต้องให้ข้อมูลมากกว่านี้”นายสุพลกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ชินเดช ดีแท้ ผกก.สภ.หล่มเก่า กล่าวว่า ต้องดูในรายละเอียดและข้อเท็จจริงก่อน หากนักท่องเที่ยวรายนี้คิดว่าตัวเองไม่รับความเดือดร้อนถูกหลอกลวงก็มีสิทธิ์จะแจ้งความร้องทุกข์ได้ ทางพนักงานสอบสวนก็จะไปดูรายเอียดและพฤติการณ์ว่าจะเข้าองค์ประกอบของกฎหมายอะไรบ้าง และต้องดูหรือพิจารณาเข้าข่ายว่ามีเจตนาจะหลอกลวงหรือไม่และเข้าองค์ประกอบเป็นการฉ้อโกงหรือไม่ ฉะนั้นหากจะให้ฟันธงว่าเข้าข่ายหรือไม่คงตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้พฤติการณ์ที่สมบูรณ์คืออะไร จึงต้องมีผู้เสียหายมาร้องทุกข์เพราะเป็นความผิดต่อส่วนตัว หากไม่มีผู้เสียหายมาร้องทุกข์ทางตำรวจก็ทำอะไรไม่ได้ เหมือนคราวก่อนที่มีการหลอกลวงกันทางเฟชบุ๊ค ทางตำรวจก็ยังเชิญชวนไปว่าหากใครเป็นผู้เสียหายให้มาพบตำรวจและแจ้งความ เพื่อจะได้ดำเนินคดีแต่สุดท้ายก็ไม่มีใครสักคน

“ประเด็นเรื่องนี้ก่อนหน้านี้ก็มีการพูดกับทางนายอำเภอถึงความชัดเจนในแนวทางดำเนินการรีสอร์ตภูทับเบิก ซึ่งอยู่ระหว่างขับเคลื่อนตามแผนแม่บทที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่ทั้งนี้ในมุมมองที่มีการพูดคุยกันก็ดูเพียงว่าราคาห้องพักแพงหรือไม่แพงและเรื่องคุณภาพการให้บริการ โดยมีการสื่อไปถึงผู้ประกอบการซึ่งมีทั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและทางชมรมการท่องเที่ยว โดยให้ไปพูดคุยกันเองหรือให้ไปปรับปรุงคุณภาพให้เหมาะสมกับราคาที่นักท่องเที่ยวไปใช้บริการ” ผกก.สภ.หล่มเก่า

พ.ต.อ.ชินเดชกล่าวย้ำว่า อยากเรียนตรงๆว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำไมไม่ลงมาดูแลดีๆ หรือจัดการหรือคลี่คลายปัญหาต่างๆ สมควรที่จะมาพูดคุยในบริบทที่ทำได้ก่อน ถ้าหากไม่สามารถจัดเก็บภาษีให้ถูกต้องได้ก็ว่ากันไปอีกที หากกลัวว่าคนกลุ่มนี้จะเอาไปอ้างเรื่องพื้นที่ก็ต้องหามาตรการ ไม่ใช่ปล่อยให้คนในท้องที่ต้องมานั่งแก้ไขปัญหาตลอดเวลา

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 6 มกราคม 2561

www.prachachat.net/local-economy/news-97195

Comment Box