เรือพานักท่องเที่ยวดำน้ำระเบิด! 21ชีวิตลอยคอ เรือประมงช่วยรอดตาย



เมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ต.ท.สันติพงษ์ พันสวัสดิ์ สว.ส.รน.3 กก.9 บก.รน. ได้รับแจ้งจากเรือเพชรอุดมชัย 10 เรือประมงอวนล้อมว่า ได้เข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติ 18 คน และคนไทยอีก 3 คน ไว้ได้ขณะลอยคออยู่กลางทะเล

เรือพานักท่องเที่ยวดำน้ำระเบิด

จึงสั่งการให้พ.ต.ท.กนกพงษ์ สำราญใจ ผู้การเรือ 521 พร้อมกำลังพลและเจ้าหน้าที่เจ้าท่าภูมิภาค สาขาสตูล นำเรือออกช่วยเหลือทันที โดยใช้ระยะเดินทางจากท่าเทียบเรือปากบารา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู ร่วม 3 ชม. เนื่องจากมีคลื่นลมแรงกลางทะเล โดยระหว่างการเปลี่ยนถ่ายคนจากเรือประมงเพชรอุดมชัย10 มายังเรือตรวจการณ์ 521 ได้พยามหาจุดหลบคลื่นลมยังเกาะบุโหลนเล เพื่อใช้เป็นที่หลบลมในการเคลื่อนย้ายนักท่องเที่ยวและผู้ควบคุมเรือมาจนสำเร็จ

โดยทันที่ให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และผู้ควบคุมเรือลำเกิดเหตุจำนวน 21 คน ทุกคนต่างรู้สึกยินดี และอุ่นใจที่เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำเดินทางมาถึง แต่ก็ยังรู้สึกเสียขวัญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายแสนศักดิ์ หาญทะเล อายุ 32 ปีหรือน้องมิเชล แม่ครัวเรือจรัญ 3 ซึ่งเป็นเรือไดร์วิ่ง (เรือพานักท่องเที่ยวดำน้ำ) เล่านาทีเป็นนาทีตายว่า ขณะนั้นตนนอนเล่นพักผ่อนอยู่บนชั้นสองของเรือ ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นจึงวิ่งออกมาดูด้านล่าง ก่อนที่เสียงระเบิดจะดังขึ้นอีก จังหวะนั้นทุกคนพร้อมใจกันกระโดดหนีลงน้ำ ลอยคออยู่นานร่วมชั่วโมงจังหวะนั้นเป็นตายเท่ากัน คิดถึงแต่พ่อแม่ให้ช่วยลูกด้วย มีนักท่องเที่ยวต่างชาติช่วยกันพยุงมือลอยคออยู่พักใหญ่ก่อนมีเรือประมงที่หาปลาบริเวณนั้นเข้ามาช่วยเหลือไว้ และไม่คิดว่าจะรอดชีวิตมาได้

ให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยว

นายจำเริญ หนูมี อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 666 หมู่ที่ 2 ต.เจ๊ะบิลัง อ.เมือง จ.สตูล กัปตันเรือ เล่าว่า ได้นำเรือ จรัญ 3 ออกจากท่าเทียบเรือหลีเป๊ะเมื่อเวลา 14.00 น.ของวันที่ 23 มกราคม เพื่อมุ่งหน้าไปดำน้ำที่เกาะรอก จ.ตรัง และจุดหมายปลายทางที่ เกาะราชา จ.ภูเก็ต ระยะทางไปกลับ 5 วัน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเวลาประมาณ 15.00 น. ระหว่างเกาะราวี และเส้นทางมุ่งหน้าไปเกาะรอก จังหวัดตรัง

ช่างเครื่องได้ทำการอัดลมใส่ถังอากาศอยู่ระหว่างทางแล่นเรือ ได้เกิดระเบิดขึ้น ตนจึงวิ่งเอาถังดับเพลิงไปฉีดสกัดแต่ไม่อยู่ ระหว่างนั้นไฟได้ไหม้ลุกลามไปทั่ว ถังอากาศที่ใช้สำหรับดำน้ำ ก็ระเบิดทีละลูก นักท่องเที่ยวต่างชาติ 18 คน และตนซึ่งเป็นกัปตันเรือพร้อมช่างเครื่องและแม่ครัวทั้งหมด 3 คน บอกให้ทุกคนกระโดดหนีลงน้ำเพราะแรงระเบิดของถังอากาศและเพลิงไฟที่ลุก โดยทิ้งสัมภาระไว้บนเรือ เพลิงไฟที่ลุกไหม้ค่อย ๆ เผาวอดเรือไปทั้งลำและจมดิ่งใต้ทะเล พวกตนก็ลอยคอกลางทะเลนึกถึงแต่สิ่งศักดิ์ที่นับถือ และไม่คิดฝันว่าจะมีใครมาช่วยชีวิตไว้ได้ สำหรับเรือลำดังกล่าวมีมูลค่า 10 ล้าน เนื่องจากเป็นเรือไม้ และมีการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ พร้อมอุปกรณ์เครื่องอัดอากาศ

ในขณะที่ด้านชาวต่างชาติก็ไม่ได้มีสีหน้าที่วิตกกังวลมากเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะเสียขวัญ โดยทุกคนบอกว่าไม่ได้หยิบทรัพย์สินอะไรมาเลย มี 4 คนเท่านั้นที่หยิบพาสปอร์ตมาด้วยแต่ก็อยู่ในสภาพเปียกน้ำ และขอบคุณเรือประมงที่ช่วยเหลือพวกเขาให้รอดตายมาได้

จากนั้นเรือตำรวจน้ำสตูล นำนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและผู้ประสบภัยคนไทย ทั้งหมด 21 คน ซึ่งมี (ไทย 3 สวีเดน 2 อังกฤษ 2 เยอรมัน2 รัสเซีย 2 อิตาลี 1 ฟินแลนด์ 4 บราซิล 4 สเปน 1) ขึ้นฝั่งโดยประสานตำรวจท่องเที่ยว โรงพยาบาล ตำรวจ สภ.ละงู ฝ่ายปกครองอำเภอละงู และผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยว เข้าอำนวยความสะดวก และนำนักท่องเที่ยว และช่างเครื่องคนไทย 3 คน ทำบาดแผลจากไฟลวก และ บาดแผลจากการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ก่อนนำไปแจ้งความยัง สภ.ละงู เรื่องทรัพย์สินเสียหาย

ทางร.ต.ท.มนัส ธรรมดี รองสารวัตรตำรวจท่องเที่ยว 5 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ได้ประสานให้ บริษัทนำเที่ยว เข้ามารับผิดชอบ และ อำนวยความสะดวกในเรื่องที่พัก อาหารและการเดินทางตลอดการเดินทางกลับของนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งจะเร่งติดต่อสถานฑูตของนักท่องเที่ยวแต่ละประเทศในการเดินทางกลับ ส่วนทางด้านคดีจะมีการสอบสวนเจ้าของเรือว่าเกิดจากความประมาทหรือไม่

ที่มา: มติชน วันที่ 24 มกราคม 2560

www.matichon.co.th/news/438407

Comment Box