“เทียบทัวร์” จับเทรนด์ ขาเที่ยวชอบ “เทียบราคา”



เทรนด์เว็บไซต์ท่องเที่ยวแบบ “เมกะ เสิร์ช เอ็นจิ้น” (Mega Search Engine) กำลังมาแรง และที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างมากเห็นจะเป็น “ทริปแอดไวเซอร์” เพราะนอกจากจะมีจุดขายเรื่องรีวิวโรงแรมและร้านอาหารแล้ว ยังดึงราคาขายห้องพักผ่านเว็บไซต์รับจองห้องพักมา “เปรียบเทียบ” ให้ได้เห็น

ขณะที่เว็บไซต์ “สกายสแกนเนอร์” เองก็มีการดึงราคาขายตั๋วเครื่องบินจากเว็บไซต์ต่าง ๆ มา “เปรียบเทียบ” ให้คนที่กำลังวางแผนการเดินทางได้ตัดสินใจซื้อกันง่ายขึ้น

“สัมพันธ์ โตสว่าง” ผู้ก่อตั้ง บริษัท โน่นนั่นนี่ จำกัด ผู้ให้บริการเว็บไซต์ “เทียบทัวร์” มีประสบการณ์ทำงานในแวดวงท่องเที่ยวมานานกว่า 15 ปี ทั้งที่สายการบินแอร์ฟรานซ์ในยุคบุกเบิกขายตั๋วบินผ่านช่องทางออนไลน์, เคทีซีและเว็บไซต์ Cheaptickets.co.th จากยุโรป ให้สัมภาษณ์ว่า จากความนิยมของเว็บไซต์เมกะเสิร์ชเอ็นจิ้นเหล่านี้ ได้ “จุดประกาย” แนวคิดการสร้างเว็บไซต์เทียบทัวร์ขึ้นมา และเห็นช่องว่างทางการตลาดที่ว่า เว็บไซต์ที่มีการเทียบสินค้าห้องพักโรงแรมรีสอร์ตกับตั๋วเครื่องบินในตลาดมีจำนวนมาก แต่ยังไม่เห็นเว็บไซต์ไหนออกมาจับ “แพ็กเกจทัวร์” มา “เปรียบเทียบ” ให้เห็นกันอย่างชัดเจน

“เราได้หารือกับพาร์ตเนอร์บริษัททัวร์ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเพื่อนำความคิดเห็นและข้อมูลมาพัฒนาเว็บไซต์ก่อนจะเปิดให้บริการอย่างไม่เป็นทางการไปเมื่อเมษายนที่ผ่านมาและได้พัฒนาปรับปรุงเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องล่าสุดได้รีดีไซน์ให้ดูเฟรชและสามารถใช้งานได้คล่องบนหน้าจอมือถือ เพื่อโปรโมตแก่นักท่องเที่ยวคนไทยในงานคอนซูเมอร์แฟร์เที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 สิงหาคมนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์”

ทั้งนี้ ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องวุ่นกับการทำงาน ไม่มีเวลามานั่งวางแผนเที่ยวเอง กลุ่มเป้าหมายสามารถใช้เว็บไซต์นี้ในการค้นหาข้อมูลและผลลัพธ์เปรียบเทียบโปรแกรมทัวร์ได้อย่างชัดเจน

เพราะมีข้อมูลโปรแกรมทัวร์ในต่างประเทศมากกว่า500โปรแกรม จากกว่า 50 บริษัททัวร์ชื่อดัง และบริษัททัวร์ที่มีความชำนาญเฉพาะเส้นทางแบ่งเป็นบริษัททัวร์รายใหญ่ 10 ราย อีก 40 กว่ารายเป็นเอสเอ็มอี

และนำเสนอเส้นทางเที่ยวญี่ปุ่นมากที่สุด 120 เส้นทาง เพื่อให้สอดรับกับเทรนด์ความนิยมของนักท่องเที่ยวไทย รองลงมาเป็นเส้นทางยุโรป 100 เส้นทาง ตามด้วยเส้นทางเกาหลีใต้ 40 เส้นทาง และจีนอีก 40 เส้นทาง

นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังสามารถค้นหาผลลัพธ์ ผ่านการกรองคุณสมบัติของแพ็กเกจทัวร์ที่ลูกค้าต้องการ ตั้งแต่ตัวกรองเบื้องต้นอย่างจุดหมายปลายทางวันเดินทาง และงบประมาณ จนถึงตัวกรองขั้นละเอียดอย่างบริษัททัวร์ที่ผู้ใช้เว็บไซต์สนใจ ธีมการท่องเที่ยว อาทิ เน้นศิลปะ เน้นประวัติศาสตร์ และเน้นอาหาร รวมไปถึงการเลือกโปรแกรมทัวร์จากบริษัททัวร์ที่สนใจ สายการบินที่แต่ละแพ็กเกจทัวร์เลือกใช้

จนถึงขั้นระบุว่าต้องการทัวร์ที่มีบริการ ฟรี ไว-ไฟ หรือเลือกเฉพาะรายการที่ท่องเที่ยวด้วยเรือสำราญเท่านั้น

“สัมพันธ์” บอกด้วยว่า คีย์ซักเซสของเว็บไซต์ด้านท่องเที่ยว ไม่ใช่แค่ข้อมูลที่มีครบรอบด้าน และใช้งานได้ง่ายเท่านั้น แต่ผู้บริโภคก็ไม่ได้มั่นใจจนกว่าจะได้เทียบความต่างระหว่างสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ

โดยเว็บไซต์เทียบทัวร์นั้นได้เน้นบทบาทการให้ข้อมูลแพ็กเกจทัวร์ ยังไม่ยุ่งกับการซื้อขาย หากผู้บริโภคสนใจก็สามารถคลิกลิงก์เว็บไซต์ของบริษัททัวร์เพื่อติดต่อทำการซื้อขายได้เลย

สำหรับเป้าหมายทางการตลาดของเว็บไซต์เทียบทัวร์นั้น”สัมพันธ์”คาดว่า หลังจากโปรโมตเว็บไซต์ในงานเที่ยวทั่วไทยฯ จะมียอดเข้าชม (วิว) ประมาณ 1,000 วิวต่อวัน และเพิ่มเป็น 2,000 วิวต่อวันในสิ้นปี

เมื่อมียอดวิวมากขึ้น ก็สามารถสร้างรายได้จากโฆษณาของบริษัททัวร์และองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศต่าง ๆ ได้ ทั้งนี้ คาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนภายในสิ้นปี 2559 ซึ่งเป็นช่วงที่คาดว่าเว็บไซต์จะมียอดวิวสูงขึ้นเป็น 3,000 วิวต่อวัน และในอนาคตได้เตรียมเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานรีวิวและให้เรตติ้งกับโปรแกรมทัวร์จากคนที่ใช้งานจริงด้วย

และตั้งใจว่าจะทำเว็บไซต์เทียบทัวร์ให้เป็นที่ติดปากและติดตลาดภายใน6เดือนนับจากนี้ เพื่อรองรับอนาคตที่อาจมีเว็บไซต์ใหม่ ๆ มาแข่งเปิดให้บริการภายใต้แนวคิดเดียวกัน พร้อมจุดกระแสให้นักท่องเที่ยวคนไทยสนใจใช้บริการกับบริษัททัวร์เพิ่มขึ้น หลังจากเทรนด์การท่องเที่ยวด้วยตัวเอง (เอฟ.ไอ.ที.) มาแรงมาก ๆ ในช่วงที่ผ่านมา

“สัมพันธ์” ยังย้ำด้วยว่า ส่วนตัวมองว่าการท่องเที่ยวผ่านบริษัททัวร์ไม่มีวันตาย แม้เทรนด์การท่องเที่ยวจะไปทางเอฟ.ไอ.ที. ก็ตาม การตัดสินใจตั้งเว็บไซต์เข้ามาจับตลาดนี้ แม้ขนาดตลาดจะเล็ก แต่มองว่ามีโอกาส เพราะคู่แข่งในตลาดยังมีน้อย

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 04 สิงหาคม 2558

Comment Box