‘สิงห์เอสเตท’ ซื้อกิจการโรงแรมจาก ‘เอาท์ทริกเกอร์’ หมื่นล้าน



“ซีไอเอ็มบี ไทย” จับมือ “กรุงไทย” ปล่อยกู้ “สิงห์ เอสเตท” เข้าซื้อกิจการรีสอร์ท 6 แห่งในเอเชียแปซิฟิคของเอาท์ทริกเกอร์ (Outrigger) มูลค่า 10,334 ล้าน

นายกิตติพันธ์ อนุตรโสตถิ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า การลงทุนครั้งนี้นอกจากจะเป็นการเน้นย้ำวิสัยทัศน์ ที่มุ่งเน้นการลงทุนในโรงแรมและรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ในทำเลที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นหนึ่งในแผนการเพิ่มความพร้อมในการ Spin-off กลุ่มธุรกิจโรงแรมของสิงห์ เอสเตท อีกด้วย

นายปริญญา พัฒนภักดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ดีลในการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีส่วนสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนแผนไอพีโอกลุ่มธุรกิจโรงแรมของบริษัท รวมทั้งยังช่วยให้ธุรกิจของบริษัทมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ความสำเร็จในดีลต่างๆที่ผ่านมาของบริษัท แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของบริษัทและวิสัยทัศน์ที่เฉียบแหลมของคณะผู้บริหารในการตัดสินใจคัดเลือกลงทุนในกิจการที่มีศักยภาพ ซึ่งทางธนาคารหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมฉลองความสำเร็จกับทางบริษัทอีกในครั้งต่อๆไป

นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. สิงห์ เอสเตท กล่าวว่าการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้จะสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินให้กับบริษัทฯ สามารถรับรู้รายได้ทันที ส่งผลให้ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (SHR) บริษัทย่อยในกลุ่มสิงห์ เอสเตท มีความพร้อมที่จะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งจะทำให้ สิงห์ เอสเตท ก้าวขึ้นเป็น Premier Property Development and Investment Holding Company ระดับโลก และมีความพร้อมทางการเงินสำหรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคต

จากการลงทุนในครั้งนี้จะทำให้ บมจ. สิงห์ เอสเตท เป็นเจ้าของโรงแรมเพิ่มขึ้นอีก 6 แห่ง ประกอบด้วย โรงแรมเอาท์ทริกเกอร์ ลากูน่า ภูเก็ต บีช รีสอร์ท, โรงแรมเอาท์ทริกเกอร์ เกาะสมุย บีช รีสอร์ท, โรงแรมเอาท์ทริกเกอร์ ฟิจิ บีช รีสอร์ท ประเทศฟิจิ, โรงแรมแคสต์อะเวย์ ไอส์แลนด์ ประเทศฟิจิ, โรงแรมเอาท์ทริกเกอร์ มอริเชียส บีช รีสอร์ท ประเทศมอริเชียส และโรงแรมเอาท์ทริกเกอร์ โคน็อตต้า มัลดีฟส์ รีสอร์ท ประเทศมัลดีฟส์ ทำให้บริษัทฯ มีพอร์ทธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท เพิ่มขึ้นรวมเป็น 37 แห่งทั่วโลก

“เป้าหมายของสิงห์ เอสเตท คือ การขับเคลื่อนบริษัทสู่ระดับโลก วางจุดยืนบริษัทเป็นนักลงทุนเน้นคุณค่า (Value Investor) ตั้งเป้ารายได้รวม 20,000 ล้านบาทภายในปีพ.ศ. 2563 ทั้งนี้ การเข้าซื้อกิจการธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทของกลุ่มเอาท์ทริกเกอร์ใน 4 ประเทศครั้งนี้ ส่งผลให้สินทรัพย์รวมของบริษัทฯเติบโตขึ้นจากแผนที่วางไว้ มีมูลค่าสินทรัพย์ปัจจุบัน 40,900 ล้านบาท เมื่อรวมกับมูลค่าการลงทุนขนาดใหญ่ในโครงการครอสโร้ดส์ที่ประเทศมัลดีฟส์แล้ว คาดว่าจะทำให้สินทรัพย์รวมของสิงห์ เอสเตท เติบโตสูงถึง 60,000 ล้านบาท และสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทฯ ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ในระยะเวลาที่เร็วขึ้น”

++++++++++++++++++++++++++++

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 2 ส.ค. 61
www.bangkokbiznews.com/news/detail/809189

Comment Box