“ยุทธศักดิ์” เจาะตลาดพรีเมี่ยม ดึงต่างชาติเที่ยว “วิถีไทย สไตล์ลึกซึ้ง”



แม้ว่าการท่องเที่ยวของไทยในช่วงปลายปี 2559 ที่ผ่านมาจะได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบโครงสร้างตลาดจีน หรือมาตรการปราบทัวร์ศูนย์เหรียญระลอกใหญ่ แต่ในภาพรวมยังมีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้

มีรายได้รวม 2.51 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 11.27% ตลาดต่างประเทศรายได้รวม 1.65 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 13.17% และตลาดในประเทศ 8.6 แสนล้านบาท เติบโต 7.84%

สำหรับปี 2560 นี้ “ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางของการท่องเที่ยวของประเทศไทยว่า มั่นใจว่าธุรกิจท่องเที่ยวในปีนี้จะยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องจากปี 2559 แนวโน้มที่เห็นได้ชัดเจนในขณะนี้คือ ตลาดระยะใกล้และอาเซียนคงมีทิศทางที่ดีต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดระยะไกลเริ่มกลับมาดีในเกือบทุกตลาด

รัสเซีย-อังกฤษ ทะลุ 1 ล้านคน

โดยเฉพาะตลาดรัสเซียที่กลับมาดีมากและมีจำนวนเกิน 1 ล้านคนแล้วในปีที่ผ่านมา (จากจำนวน 8.8 แสนคนในปี 2558) เช่นเดียวกับตลาดอังกฤษ คาดว่าปีนี้จะเป็นปีแรกที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยเกิน 1 ล้านคน

ส่วนตลาดอเมริกา, ตะวันออกกลาง รวมถึงยุโรปตอนกลาง เช่น โปแลนด์, ฮังการี, เช็ก ฯลฯ ก็ยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

ตลาดญี่ปุ่นและเกาหลี ยังคงดีต่อเนื่อง ในปีที่ผ่านมาตลาดญี่ปุ่นราว 1.4 ล้านคน ตลาดเกาหลี 1.39 ล้านคน เช่นเดียวกับตลาดอินเดียก็ขยับเกิน 1 ล้านคนในปีที่ผ่านมา

สำหรับตลาดจีน รัฐบาลได้ปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ ขณะนี้เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวจีนทยอยกลับมาเที่ยวประเทศไทยแล้ว

เช่นเดียวกับบรรยากาศในช่วงตรุษจีนปีนี้ ตลาดจีนได้กลับมาคึกคักอีกรอบ คาดว่าในช่วง 27 มกราคม-2 กุมภาพันธ์นี้ จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวเมืองไทยทั้งหมดรวม 8.25 แสนคน เพิ่มขึ้นประมาณ 4% สร้างรายได้รวม 1.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10%

คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวไทยประมาณ 2.4 แสนคน ลดลงประมาณ 9% สร้างรายได้ประมาณ 6.49 พันล้านบาท ลดลงราว 4%

ตลาดจีนกลับมาเพิ่ม 2-3 เท่า

ทั้งนี้ ไม่ใช่เป็นเพราะว่าคนจีนไม่อยากมาเที่ยวเมืองไทย แต่เป็นผลมาจากเที่ยวบินของสายการบินที่ให้บริการในรูปแบบชาร์เตอร์ไฟลต์ที่ซัพพอร์ตโดยบริษัททัวร์ ตั้งแต่มีประเด็นเรื่องปราบทัวร์ศูนย์เหรียญบางส่วนทำการยกเลิกเที่ยวบินไป ขณะที่เที่ยวบินประจำนั้นก็ยังคงมีจำนวนที่นั่งที่จำกัด

“ตลาดจีนได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว หลังจากที่เดือนพฤศจิกายนตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนหายไปถึงกว่า 30% ตอนนี้แนวโน้มมาอยู่ในช่วงของการฟื้นตัว และยังพบด้วยว่าตั้งแต่รัฐบาลไทยยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีนที่ยื่นขอวีซ่า ณ สถานกงสุลไทยในจีน ในแต่ละวันมีคนจีนมายื่นขอวีซ่าเพิ่มมากขึ้นถึง 2-3 เท่าตัว มากกว่า 1 หมื่นคนต่อวัน มั่นใจว่าปีนี้นักท่องเที่ยวจีนน่าจะอยู่ที่ราว 9-10 ล้านคน จากจำนวน 8.8 ล้านคนในปีที่ผ่านมา”

เพิ่มอีเวนต์เจาะตลาดในประเทศ

“ยุทธศักดิ์” บอกว่า ถ้าตลาดจีนกลับมาพลิกฟื้นได้ตามที่คาดหวัง การท่องเที่ยวขยายตัวได้แน่นอน ททท.ตั้งเป้าปี 2560 ว่า จะมีการเติบโตของรายได้รวมประมาณ 10% หรือคิดเป็นรายได้ 2.77 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.81 ล้านล้านบาท และรายได้จากตลาดในประเทศ หรือไทยเที่ยวไทย 9.53 แสนล้านบาท

ตั้งเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติ 34-35 ล้านคน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 5.5% จากปี 2559 ส่วนตลาดไทยเที่ยวไทย คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 6.19% หรือมีจำนวน 154 ล้านคน/ครั้ง

สำหรับธีมการทำการตลาดในปี 2560 นี้จะยังคงต่อยอด “ท่องเที่ยววิถีไทย” มุ่งสื่อสารภายใต้ธีม “ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋ สไตล์ลึกซึ้ง” เน้นขายประสบการณ์ที่เป็นโลคอล หรือ Local Experience เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์ความเป็นท้องถิ่นของไทย เช่น รับประทานอาหารพร้อมเรียนทำอาหารไทย ดูมวยพร้อมกับเรียนชกมวยไทย เรียนรู้วิธีการดำนา ปลูกข้าว

พร้อมทั้งเปลี่ยนรูปแบบการขายจากเดิมที่เน้นขายแหล่งท่องเที่ยวหรือ Destination Base มาเป็น Activity Base ขายกิจกรรม เพื่อให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาพำนักนานขึ้น ใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น

อาทิ กิจกรรมไว้พระ 9 วัด จะต้องคิดทำกิจกรรมภายในวัด เช่น ขายกิจกรรมเกี่ยวกับความเชื่อ ผูกดวงชะตา แก้ชง เฟ้นหาโปรดักต์ใหม่ ๆ ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายทางอ้อมมากขึ้น

และที่สำคัญจะเน้นความเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ หรือ Quality Leisure Destination เลือกนำเสนอในสิ่งที่เป็นอะเมซิ่งในแต่ละมิติ เพื่อผลักดันให้การท่องเที่ยวของไทยมีการเติบโตในเชิงรายได้มากกว่าปริมาณนักท่องเที่ยวตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้

ตั้งเป้าปี′60 รายได้ 2.77 ล้านล้านบาท

“ยุทธศักดิ์” บอกด้วยว่า ยุทธศาสตร์สำคัญอีกอย่างหนึ่งในปีนี้คือ จะให้น้ำหนักกับตลาดในประเทศมากขึ้น เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ตลาดในประเทศในระยะยาว เพราะทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งขึ้น ตลาดที่หายไปก่อนคือตลาดต่างประเทศ ขณะที่ตลาดภายในประเทศจะยังคงอยู่

โดยจะมุ่งส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวออกจากเมืองหลัก ซึ่งนักท่องเที่ยวล้นทะลักอยู่แล้วให้ไปท่องเที่ยวในเมืองรอง และเมืองที่มีจุดขายด้านการท่องเที่ยว จัดอีเวนต์ในพื้นที่ดึงให้คนไทยตามไปเที่ยว

ททท.กำหนดเป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวภายในประเทศว่าจะต้องไม่น้อยกว่า33%เพื่อให้เป็นภูมิคุ้มกันที่ดีสำหรับภาพรวม

“เราจะเอาปฏิทินกิจกรรมในแต่ละเดือนออกมากางดูว่าพื้นที่ไหนว่างช่วงไหนเราก็จะคิดกิจกรรมไปลงเพื่อให้คนไทยเที่ยวได้ตลอดทั้งเดือน ที่สำคัญกิจกรรมตามซีซันนิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตรุษจีน สงกรานต์ ยังคงจัดอย่างยิ่งใหญ่เช่นทุกปีที่ผ่านมา”

เพิ่มน้ำหนักตลาดในประเทศ

นอกจากนี้ยังได้สร้างโปรแกรม CSR Outing ด้วยการเปิดชุมชนต้นแบบถึง 10 แห่งในปีที่ผ่านมา เพื่อให้หน่วยงาน และองค์กรต่าง ๆ ที่มีงบฯ CSR ได้เข้าไปใช้บริการอีกด้วย รวมถึงแผนโปรโมตเส้นทางการท่องเที่ยวโดยรถไฟ โดยร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทยด้วย

“ยุทธศักดิ์” ยังย้ำด้วยว่า การท่องเที่ยวภายในประเทศนั้น หากมีการวางแผนที่ดียังมีโอกาสในการขยายตัวได้อีกมาก ขณะที่ตลาดต่างประเทศนั้นมองว่าในปี 2560 นี้ ทุกตลาดทั้งระยะใกล้และระยะไกลจะเติบโตได้ในทุก ๆ ตลาด และจีนยังคงเป็นตลาดใหญ่ได้อีกหลายปีแน่นอน

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 20 มกราคม 2560

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1484805695

Comment Box