พัชทรีทัวร์กรุ๊ปชนะประมูลท่าเรืออ่าวปอ42ล้าน เช่าธนารักษ์-ภาษี3แสน/เดือน ดันเที่ยวภูเก็ต



กรมธนารักษ์พลิกโฉมพัฒนาท่าเรือเมืองภูเก็ต “พัชทรีทัวร์กรุ๊ป” เฉือนคู่แข่ง 4 ราย ชนะประมูลสูงสุด 42 ล้าน ได้สิทธิเป็นผู้บริหาร “ท่าเรืออ่าวปอ” เตรียมทุ่มทุน 10 ล้าน พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับบริษัททัวร์ นักท่องเที่ยวแห่ใช้บริการไปเที่ยวอ่าวพังงา เกาะพีพี กระบี่ ขณะที่ “ภูเก็ตดีพ ซี พอร์ต” เร่งเดินหน้าปรับปรุงท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ตำบลวิชิตรับเรือทัวร์-ขนส่งสินค้าขนาดใหญ่

การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตที่ยังเติบโตไม่หยุด จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ รองรับไม่ว่าจะเป็นเส้นทางคมนาคม สนามบิน และท่าเทียบเรือ ซึ่งล่าสุดนี้กระทรวงคมนาคม และกรมธนารักษ์ได้ยกเครื่องการบริหารจัดการท่าเทียบเรือจำนวน 2 แห่ง ประกอบด้วย ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ตำบลวิชิต อำเภอเมือง และท่าเทียบเรืออ่าวปอ ตำบลป่าคลอก อำเภอถลางที่เปิดให้บริการมาเป็นเวลานานแล้ว

ที่ผ่านมา ทางเทศบาลตำบลป่าคลอกเป็นผู้บริหารดูแลท่าเรืออ่าวปอ โดยมีบริษัทเอกชนต่าง ๆ มาใช้ท่าเทียบเรือแห่งนี้ เพื่อนำนักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวตามเกาะต่าง ๆ ในอ่าวพังงา และเกาะยาว จ.พังงา และหมู่เกาะต่าง ๆ ในพื้นที่ จ.กระบี่ เช่น เกาะพีพี รวมทั้งมีชาวประมงพื้นบ้านมาใช้ท่าเรือแห่งนี้ด้วย ล่าสุดกรมธนารักษ์มีการเปิดประมูลเพื่อให้เอกชนเข้ามาบริหาร โดยมีผู้เข้าร่วมประมูลทั้งหมด 5 ราย

นางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ผลการเปิดประมูลท่าเรืออ่าวปอ บริษัท พัชทรีทัวร์กรุ๊ป จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูลสูงสุด 42 ล้านบาท ซึ่งจะเข้ามาดูแลบริหารจัดการท่าเรืออ่าวปอ รวมทั้งต้องจ่ายค่าเช่าให้กับธนารักษ์พื้นที่ภูเก็ต จำนวน 250,000 บาท/เดือน และจะมีการหัก 5% ของรายได้รวมทั้งปีมาเป็นรายได้ของแผ่นดินด้วย

นายไชยา ระพือพล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พัชทรีทัวร์ กรุ๊ป เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัทได้ร่วมประมูลเพื่อเข้าบริหารท่าเทียบเรืออ่าวปอ รองรับการขยายธุรกิจของบริษัทที่เกี่ยวเนื่องกับการให้บริการนักท่องเที่ยวทางทะเล โดยชนะการประมูลด้วยเงินสูงสุด 42.5 ล้านบาท ซึ่งจะต้องจ่ายค่าเช่าให้ธนารักษ์พื้นที่ภูเก็ตเดือนละ 250,000 บาท และยังมีค่าภาษีอีก 5% รวมแล้วเดือนละ 3 แสนบาท

ทั้งนี้ บริษัทได้เตรียมลงทุนราว 5-10 ล้านบาท เพื่อใช้ในการปรับปรุงท่าเรือให้ได้มาตรฐาน สะอาด ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวและทุกคนที่มาใช้บริการ โดยจะมีการลงทุนปรับปรุงท่าเทียบเรืออ่าวปอหลายด้าน เช่น การปรับปรุงสิ่งแวดล้อม ทัศนียภาพ ระบบการจัดเก็บขยะ การรักษาความสะอาดบริเวณสะพานท่าเทียบเรือ การจัดทำกฎระเบียบในการใช้ท่าเทียบเรือให้เป็นไปตามมาตรฐาน

รวมทั้งการจัดระเบียบการจอดเรือ และการวางทุ่นในทะเลให้เป็นไปตามกฎของกรมเจ้าท่า ติดตั้งกล้องวงจรปิดและจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง การจ่ายน้ำดิบและน้ำมันให้เพียงพอกับเรือทุกลำ โดยตั้งใจที่จะพัฒนาท่าเรือให้สวยงามเป็นหน้าตาของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก

นอกจากนั้นยังจะต้องจัดระบบการเดินรถ และรับส่งนักท่องเที่ยวโดยรถขนส่งที่ได้มาตรฐาน ในเบื้องต้นได้มีการพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะนำรถระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ามาให้บริการ สามารถจุผู้โดยสารได้ 25 ที่นั่ง และยืน 15 คน รวมผู้โดยสารประมาณ 40 คน/เที่ยว ราคาประมาณ 1.2-1.5 ล้านบาท โดยรถไฟฟ้าจะเริ่มเข้ามาวิ่งในท่าเรืออ่าวปอตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้ และในอนาคตจะร่วมมือกับท่าเรืออ่าวปอแกรนด์มารีน่า แลกเปลี่ยนกลุ่มลูกค้าระหว่างกัน รวมทั้งสามารถนำเรือยอชต์จากท่าเรืออ่าวปอแกรนด์มารีน่า มาจอดที่ท่าเรืออ่าวปอได้ด้วย

สำหรับกลุ่มลูกค้าหลักที่จะเข้าใช้บริการท่าเทียบเรืออ่าวปอ ได้แก่ นักท่องเที่ยวยุโรป จีน ตะวันออกกลาง มีจำนวนนักท่องเที่ยวลงเรือเฉลี่ยวันละ 2 พันคนขึ้นไป โดยมีเรือของบริษัทและเครือข่ายพันธมิตรอีกกว่า 90 ลำ รวมทั้งเรือของชาวประมงในพื้นที่อีก 20 ลำ ตั้งเป้ารายได้ไว้ปีละ 20 ล้านบาท และคืนทุนภายใน 5 ปี ซึ่งนับจากนี้ไปอีกประมาณ 3 เดือน จะมีพิธีเปิดใช้ท่าเทียบเรืออ่าวปออย่างเป็นทางการ

นายไชยากล่าวอีกว่า บริษัทมีนโยบายที่จะรักษาพื้นที่ชุมชน โดยจะมีการแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งจากการเก็บค่าบริการจากนักท่องเที่ยว และผู้ที่มาใช้บริการท่าเทียบเรืออ่าวปอ ให้กลับไปยังคณะกรรมการชุมชนอ่าวปอด้วย

สำหรับบริษัท พัชทรีทัวร์ กรุ๊ป จำกัด ดำเนินกิจการทัวร์มาครบ 20 ปีแล้ว ปัจจุบันเป็นบริษัทเรือทัวร์ใหญ่สุดในภูเก็ต มีเส้นทางเดินเรือในพื้นที่อ่าวพังงา เน้นการท่องเที่ยวแบบอีโคทัวรริซึ่มพร้อมแพ็กเกจทัวร์แบบเหมาลำวันเดียวไป-กลับ และรองรับเรือครุยส์ ซึ่งมีทั้งสปีดโบ๊ต เรือทัวร์ใหญ่ เรือยอชต์ และรถรับส่งนักท่องเที่ยว ทำให้เป็นที่ยอมรับจากเอเย่นต์ทัวร์ทั้งภายในและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีบริษัทในเครือทำธุรกิจรับแลกเงิน และติดตั้งอุปกรณ์เครื่องติดตามเรืออีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้กระทรวงคมนาคมก็ได้ผลักดันให้มีการปรับปรุงท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต โดยกรมเจ้าท่าดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2531 และส่งมอบให้กรมธนารักษ์ดูแล ซึ่งกรมธนารักษ์ได้คัดเลือกผู้ประมูลได้แล้วเช่นกัน คือ บริษัท ภูเก็ต ดีพ ซี พอร์ต จำกัด โดยจะมีการขยายหน้าท่าจากเดิม 360 เมตร เป็น 420 เมตร และลงทุนก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มูลค่าการลงทุนไม่น้อยกว่า 116 ล้านบาท เพื่อให้สามารถรองรับเรือสินค้า และเรือโดยสารขนาดใหญ่ที่จะเข้ามาเทียบท่าพร้อมกันได้

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 9 พฤษภาคม 2560

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1494220422

Comment Box