ปีนัง ปักหมุดความสุขสุดคลาสลิก



หลังจากเยี่ยมชมปุตราจายาเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว วันนี้เรายังคงปักหมุดเดินทางท่องเที่ยวกันที่มาเลเซียอีกครั้ง กับดินแดนสุดคลาสลิกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความงดงามของศิลปะ ความเลิศรสของอาหาร ความเป็นมาในอดีตที่น่าสนใจจนได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก รวมทั้งการอยู่อาศัยร่วมกันจากหลากหลายวัฒนธรรม

อีกทั้งยังเป็นมหานครที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศและเป็นเมืองท่าที่เก่าแก่ที่สุดของชาติ “ปูเลาปีนัง ไข่มุกตะวันออกแห่งมาเลเซีย”

การเดินทางในครั้งนี้ รู้สึกตัวอีกทีเมื่อแสงจากหน้าต่างรถตู้ได้ตกกระทบที่ดวงตา และภาพแรกแห่งความประทับใจคือการได้รู้ว่าตัวเองกำลังอยู่บน “สะพานปีนัง” ทางเชื่อมที่มีความยาวประมาณ 13.5 กม. ซึ่งเป็นสะพานแห่งหนึ่งที่ติดอันดับสะพานที่ยาวที่สุดในโลก ภาพของท้องฟ้าในวันนั้นและความงดงามของผังเมืองในปัจจุบันทำให้เรามองย้อนและนึกถึงผู้ค้นพบเกาะปีนัง คือ กัปตันฟรานซิส ไลท์ (Captain Fransis Light) เป็นชาวอังกฤษ โดยได้รับมอบจากสุลต่านแห่งรัฐเคดาห์ ในนามของบริษัทอีสต์ อินเดีย คอมพานี ด้วยการทำสัญญาว่าจะปกป้องแผ่นดินนี้จากสยามประเทศ และกัปตันบริสเทรนท่านนี้ก็เปลี่ยนชื่อเกาะแห่งนี้ให้เป็น “Prince of Wales Island” พร้อมกับตั้ง “จอร์จทาวน์” (George Town) ขึ้นเป็นเมืองหลวง เพื่อสร้างเกาะแห่งนี้ให้เป็นเมืองท่าปลอดภาษี ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดดและเป็นที่รู้จักในวงกว้างในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะขนส่งและท่องเที่ยว

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ปีนังได้เพียบพร้อมไปด้วยมนต์เสน่ห์หลากหลายด้านที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวอย่างเราๆรวมทั้งผมมาสัมผัสและเรียนรู้ ซึ่งหลังจากวางกระเป๋าสิ่งแรกที่ไม่ขอพลาดคือการลิ้มรสอาหารที่ว่ากันว่าเป็น สัญลักษณ์ที่สำคัญของดินแดนแห่งนี้ โดยผมมุ่งหน้าสู่ GURNEY DRIVE หรือ ตลาดโต้รุ่งปีนัง โดยทำเลดังกล่าวเพียบพร้อมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของเมนูอาหาร อาทิ ลักซา ชาก๋วยเตี๋ยว ฮกเกี๋ยนหมี โลบะ โรจักและสะเต๊ะ ซึ่งความเอร็ดอร่อยของอาหารดังกล่าวสะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างการอยู่ร่วมกันของหลากหลายชนชาติโดยเฉพาะชาวจีนและมลายู ได้อย่างกลมกล่อม นอกจากตลาดดังกล่าว Stree Food ในทุกมุมเมืองยังเต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และเมนูอาหารอีกหลากหลาย เช่น ติ๋มซำ ร้าน Tai Tong Restoran ลอดช่องปีนัง หรือ Penang Road Famous Chendul ซึ่งเปิดให้บริการมาแล้วกว่า 7 ทศวรรษ

หลังจากอิ่มท้องเรานำพาทุกท่านไปดื่มดำกับกลิ่นอายงานศิลปะข้างถนนหรือ Street Art ในลักษณะ interactive หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆว่าเป็นงานศิลปะแบบ painting ซึ่งภาพวาดทั้งหมดได้ถ่ายทอดสิ่งแวดล้อมหรือบริบทโดยรอบนั้นๆ ซึ่งนอกจากถ่ายทอดความงดงามยังฉายภาพให้เราเห็นถึงสภาพสังคม ความเป็นอยู่ และความเป็นตัวตนของศิลปินได้อย่างนุ่มลึก สำหรับทำเลการเยี่ยมชมศิลปะดังกล่าวอยู่ร่ายรอบตัวเมืองของจอร์จทาวน์ เราสามารถหยิบลางแทงดังกล่าวเพื่อเรียนรู้แกลอรี่มีชีวิตหลังนี้ได้ที่ โรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ หรือแอพพลิเคชั่น อย่างไรก็ตามนอกจากงานศิลปะข้างถนน บริเวณผนังตามจุดต่างๆ ยังมีภาพเหล็กดัดอิริยาบทบุคคลในท่าทางอื่นๆ บอกเล่าถึงเรื่องราวประวัติศาสตร์เมืองหลวงแห่งนี้ในเชิงสนุกสนานด้วยภาษาอังกฤษที่เข้าใจง่าย

ไม่เพียงแต่ Stree Food และ Street Art บริบทโดยรอบของเมืองแห่งนี้ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ที่หลากหลาย อาทิ ปีนังฮิลล์ (Penang Hill) หรืออุทยานแห่งชาติปีนีงซึ่งมีความสูงจากน้ำทะเลประมาณ 800 เมตร สถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าวเป็นดั่งจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สำคัญของเกาะสามารถมองเห็นปีนังได้แบบ 360 องศา เราสามารถมองเห็นความเจริญของตัวเมือง ความอุดมสมบูรณ์ของพรรณไม้ชนิดต่างๆ และสัมผัสความสดชื่นของลมและบรรยากาศจากธรรมชาติในทุกวินาที นอกจากนั้นยังมีเก็กลกสี่ (Kek Lok Si) หรือ Temple of Supreme Bliss เป็นวัดพุทธที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีฮวงจุ้ยดี ตั้งอยู่บนเนินเขาชื่อ “ฮีซาน” ที่สำคัญวัดแห่งนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานของเจ้าแม่กวนอิม นักบวชลัทธิเต๋า รวมทั้งพระสงฆ์สำหรับการศึกษาธรรม

สำหรับการเดินไปสู่ปีนัง ปัจจุบันคล่องตัวเพราะมีโครงสร้างพื้นฐานในการอำนวยความสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็น สายการบินไทยแอร์เอเชีย มาเลเซียแอร์ไลน์ หรือจะเป็นรถตู้จากหาดใหญ่แบบผมก็ได้เช่นกัน ใช้ระยะเวลาประมาณ 4 ชั่วโมงจากด่านสะเดา สำหรับผู้ที่สนใจและต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวมาเลเซีย (สำนักงานกรุงเทพฯ)

ทุกๆการเดินทางไม่ต่างจากการอ่านหนังสือที่ทำให้เราได้เรียนรู้มุมมองใหม่ๆของชีวิต ฉะนั้นอย่าปล่อยให้ความทรงจำที่ดีและความประทับใจที่มีอยู่บันทึกแต่เรื่องราวซ้ำๆ หยิบกระเป๋าและออกไปเผชิญสิ่งใหม่ เพราะชีวิตคือการเดินทาง และปีนังคือหนึ่งคำตอบที่ควรค่าแก่การสัมผัสในทุกมุมมอง

ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 23 กรกฎาคม 2560

http://www.thansettakij.com/content/183382

Comment Box