ททท.-อพท. ลุยโปรโมตเที่ยวไทย งาน “เวิลด์ แทรเวล มาร์เก็ต 2017”



เมื่อวันที่ 6-8 พฤศจิกายน 2560 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ “ททท.” ได้นำผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทย เข้าร่วมงานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวระดับโลก “World Travel Market 2017” (WTM 2017) ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร โดยปีนี้ได้จัดติดต่อกันมาเป็นครั้งที่ 37 ที่ประเทศไทยเข้าร่วมงาน

“ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่า ททท.ได้นำผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวเดินทางเพื่อเข้าร่วมงาน “World Travel Market 2017” งานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวที่มีความสำคัญที่สุดในสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) โดยมีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วม 34 ราย คือ โรงแรมและรีสอร์ต 29 ราย บริษัทนำเที่ยว 4 ราย และสายการบิน 1 ราย

สำหรับคูหาประเทศไทยได้นำเสนอแคมเปญ “Open to the New Shades” คือ การเปิดประเทศไทยในมุมมองใหม่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกได้เข้ามาสัมผัสความเป็นไทยผ่าน Million Shades of Thailand ความหลากหลายในเชิงลึก ซึ่งประเทศไทยเต็มไปด้วยความหลากหลายของกิจกรรม สถานที่ท่องเที่ยว ความเป็นอยู่ วิถีชีวิต วิถีการกิน ฯลฯ อันเป็นเอกลักษณ์ที่ผ่านการสืบทอดความรู้ ความเชื่อ และทัศนคติจากรุ่นสู่รุ่น

โดยนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสผ่านมิติที่ต่างออกไป เพื่อจะได้รู้จักประเทศไทยในแบบที่ไม่เคยรู้มาก่อน ซึ่งโทนสีของโครงสร้างคูหาจะมีลวดลายสีสันโดดเด่น ด้านหน้าเป็นจั่วทรงไทยขยายให้ใหญ่ขึ้น พร้อม VDO Wall จำนวน 4 จอ สำหรับนำเสนอภาพยนตร์โฆษณาและภาพแหล่งท่องเที่ยวอีกทั้งยังมีพื้นที่สำหรับการจัดแสดงของหน่วยงานภายนอก เช่น ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (SACICT) นำเสนอสินค้างานฝีมือที่เป็นแนว new shades เช่น งานเบญจรงค์ งานเครื่องปั้นดินเผา และงานเครื่องเงิน เป็นต้น การกีฬาแห่งประเทศไทย นำเสนอสินค้าด้านกีฬา sports tourism และงานกีฬาระดับโลก MotoGP World Championship 2018 ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 5-7 ตุลาคม 2561 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยสายการบิน Bangkok Airways อีกด้วย

ทั้งนี้ ในปี 2559 มีจำนวนนักท่องเที่ยวสหราชอาณาจักรเดินทางมาประเทศไทยทั้งสิ้น 965,000 คน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 7.63% สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 76,402 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% คิดเป็นตลาดที่ทำรายได้เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคยุโรป และอันดับที่ 4 ของรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดที่เข้าไทย อีกทั้งยังพบว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยระหว่างปี 2555-2559 มีทิศทางที่สดใส โดยมีจำนวนเติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5% ต่อปี ส่วนรายได้มีการเติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 9% ต่อปี ทั้งนี้ ชาวสหราชอาณาจักรชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยในปี 2559 ที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยวขาออก (เอาต์บาวนด์) มากสุดเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากจีน สหรัฐอเมริกา และเยอรมนี

“ยุทธศักดิ์” บอกด้วยว่า คาดหวังว่าการเข้าร่วมงาน WTM 2017 จะช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวของสหราชอาณาจักรกลุ่มคุณภาพสูงเพิ่มขึ้น สร้างรายได้เฉลี่ยต่อการพำนักและจำนวนวันในการพำนักเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ที่สำคัญ อยากให้มีทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2561

ด้าน “สุเทพ เกื้อสังข์” รองผู้อำนวยการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. บอกว่า ได้ร่วมกับภาคเอกชนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวคัดสรร 3 คู่ธุรกิจเป็นตัวแทนของกลุ่มการท่องเที่ยว โดยชุมชนเข้าร่วมออกบูทในงาน World Travel Market 2017 ณ สหราชอาณาจักร ประกอบด้วย ชุมชนกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย จับคู่กับบริษัท โกลบอล ฮอลิเดย์ จำกัด ชุมชนซะซอม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี จับคู่กับบริษัท สยามไรซ์ ทราเวล จำกัด และชุมชนเมืองเก่าสุโขทัย อำเภอเมืองเก่า จังหวัดสุโขทัย จับคู่กับบริษัท อาร์เอสพี จัมโบ้ ทราเวล แอนด์ อีเว้นท์ จำกัด เพื่อนำเสนอรูปแบบการท่องเที่ยวโดยชุมชน และกิจกรรมการท่องเที่ยววิถีไทยที่มีคุณภาพ

“การนำชุมชนร่วมออกบูทในงาน WTM 2017 ครั้งนี้ถือเป็นกลุ่มแรก และยังเป็นกลุ่มนำร่อง โดย อพท.ต้องการนำเสนอภาพของการท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่มีระบบการบริหารจัดการและการบริการที่มีมาตรฐานผ่านเวทีส่งเสริมการขายสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวระดับโลก” นายสุเทพกล่าว

บรรยากาศในบูทเป็นการจัดแสดงของชุมชนที่นำอัตลักษณ์ท้องถิ่นพร้อมกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ไปนำเสนอ เช่น ภาพของการชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่ภูลมโล การเพนต์หน้ากากผีตาโขน การนำเสนอภาพของวิถีชุมชนในเมืองเก่า จังหวัดสุโขทัย ซึ่งก็เป็นที่สนใจแก่ผู้ร่วมงานจำนวนมาก ทั้งกลุ่มบริษัทนำเที่ยว นักท่องเที่ยว สื่อมวลชน นักเรียน นักศึกษา ซึ่งนับเป็นมิติใหม่ของการท่องเที่ยวไทยในมุมที่คนส่วนใหญ่ยังไม่เคยได้สัมผัส

อย่างไรก็ตาม 3 คู่ธุรกิจที่ อพท.นำร่วมงาน WTM 2017 นี้ เป็น 3 คู่จาก 30 คู่ธุรกิจ จากโครงการจับคู่ธุรกิจการท่องเที่ยวโดยชุมชน (CBT Business Matching) โดยดำเนินงานร่วมกับภาคเอกชน ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย และสมาคมไทยท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ

ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองนโยบายการกระจายรายได้การท่องเที่ยวสู่ชุมชนท้องถิ่น โดยทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงพัฒนาทักษะและศักยภาพทางการตลาดการท่องเที่ยวคุณภาพ มุ่งเน้นการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างสรรค์สินค้าการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่มีคุณภาพ รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการรองรับตลาดการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศให้ได้ดียิ่งขึ้นด้วย

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560

www.prachachat.net/tourism/news-72333

Comment Box