ททท.สำนักงานจีน (ยัน) ตลาดจีนช็อกระยะสั้น-ลั่นเอาอยู่ !



ปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการ “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ของรัฐบาลไทยยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่องของภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยรวมของไทย แม้ว่าภาครัฐและเอกชนจะเร่งหามาตรการมาดูแลและบรรเทาความเดือดร้อนของกลุ่มผู้ประกอบการทัวร์จีนในเบื้องต้นแล้วโดยเฉพาะแนวทางการกำหนดราคาขั้นต่ำในการขายทัวร์ในตลาดจีนซึ่งคาดหวังกันว่ามาตรการดังกล่าวนี้จะสร้างความชัดเจนให้ผู้ประกอบการสามารถเดินหน้าต่อไปและเป็นการยกมาตรฐานการท่องเที่ยวของไทยในระยะยาวได้

ในมุมกลับกัน มาตรการดังกล่าวส่งผลให้ต้นทุนการขายแพ็กเกจทัวร์จีนมาท่องเที่ยวประเทศไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นทันทีอีกราว 1 เท่าตัว หรือราว 1,500-2,000 บาทต่อแพ็กเกจเลยทีเดียว

โดยกำหนดราคาขายแพ็กเกจทัวร์ขั้นต่ำสำหรับตลาดจีนภาคตะวันตก ไว้ที่ 2,500 หยวน ส่วนจีนภาคตะวันออก กำหนดไว้ที่ 3,000 หยวน และจีนภาคเหนือกำหนดไว้ที่ 3,500 หยวน

ทั้งนี้ จากการเปิดเผยของสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ระบุว่า จากการเก็บตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวของสมาคมพบว่า ระหว่างวันที่ 1 มกราคม-20 กันยายนที่ผ่านมา ยังคงเพิ่มขึ้นราว 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยมีจำนวน 2.79 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าหลังจากที่รัฐบาลออกมาตรการปราบทัวร์ศูนย์เหรียญออกมาได้ส่งผลกระทบกับกลุ่มผู้ประกอบการในตลาดจีนอย่างมากโดยเฉพาะเรื่องความไม่ชัดเจนในกฎระเบียบต้นทุนที่เพิ่มขึ้นฯลฯ

ในที่ประชุมสมาชิกประจำเดือนกันยายน ทางสมาคมแอตต้าจึงได้เชิญผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเซี่ยงไฮ้ เฉิงตู และปักกิ่ง มาร่วมอัพเดตสถานการณ์ของตลาดจีนภายใต้สถานการณ์การจัดระเบียบอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ผ่านระบบ Skype เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

“ชูวิทย์ ศิริเวชกุล” ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเซี่ยงไฮ้ ทำตลาดในจีนภาคตะวันออก บอกว่า ปัจจุบันตลาดนักท่องเที่ยวเซี่ยงไฮ้เป็นกลุ่มเดินทางด้วยตนเอง หรือเอฟไอที ราว 80% อีก 20% เป็นกรุ๊ปทัวร์ ขณะที่เศรษฐกิจเซี่ยงไฮ้ค่อนข้างดีอยู่เมื่อเทียบเมืองอื่น ๆ นักท่องเที่ยวเองก็คุ้นเคยกับแพ็กเกจท่องเที่ยวเชิงคุณภาพอยู่แล้ว ทำให้ตลาดโดยรวมยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ยกเว้น นักท่องเที่ยวที่เดินทางเป็นกรุ๊ปทัวร์ที่หายไปประมาณ 30% และในเมืองที่ชาร์เตอร์ไฟลต์หยุดบินอีกราว 10-15%

“ปีที่แล้วในช่วงวันหยุดวันชาติจีน นักท่องเที่ยวจีนหาตั๋วบินไม่ได้ ยอดการจองทะลักไป 120% แต่ปีนี้จำนวนหายไปพอสมควรมีอัตราการจองตั๋วล่วงหน้าเพียงแค่ราว 85%”

“ชูวิทย์” ยังบอกด้วยว่า มาตรการปราบทัวร์ศูนย์เหรียญครั้งนี้จะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้นักท่องเที่ยวจีนระดับบนได้ค่อนข้างดีดังนั้นสำนักงานททท.ในจีนก็ต้องหากลุ่มตลาดใหม่ ๆ เพิ่ม เช่น กลุ่มคนทำงานที่มีรายได้สูงขึ้น

เช่นเดียวกับ “จรัญ ชื่นในธรรม” ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเฉิงตู ทำตลาดในจีนภาคตะวันตก บอกว่า ตลาดนักท่องเที่ยวในโซนนี้ 80% เป็นกลุ่มทัวร์ มีเพียงแค่ 20% เท่านั้นที่เป็นกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นกลุ่มคนเมืองเป็นหลัก ทำให้ตลาดในโซนนี้หายไปประมาณ 50%

“ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาจำนวนที่นั่งของสายการบินปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 15% โดยในส่วนของชาร์เตอร์ไฟลต์ส่วนใหญ่ยังคงกัดฟันทำตลาดกันต่อ โดยพยายามมองหาเดสติเนชั่นใหม่ ๆ เข้ามาเสริม เช่น ขายพัทยาพ่วงเกาะช้าง หรือขายพัทยาพ่วงเกาะเสม็ด เป็นต้น”

“จรัญ” กล่าวยอมรับว่า ในช่วงต้นปีผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็ช็อกพอสมควร แต่ส่วนใหญ่ก็มองว่าเป็นเรื่องดี เพราะมาเที่ยวแล้วสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาที่ถูกกว่าเดิม และเชื่อว่าระยะยาว นักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวไทยก็จะมีการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และเป็นกลุ่มคุณภาพมากขึ้น

ที่สำคัญ นักท่องเที่ยวจีนยังมองว่า ไทยยังคงเป็นเดสติเนชั่นแรก ๆ ที่พวกเขาจะเลือก หากมีแผนเดินทางท่องเที่ยว ด้าน “บังอรรัตน์ ชินะประยูร” ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานปักกิ่ง ทำตลาดในจีนภาคเหนือ กล่าวว่า ตลาดโดยรวมได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยในช่วงวันหยุดโกลเด้นวีก (วันชาติจีน) ปีนี้ยอดจองหายไปราว 30% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวในเมืองรอง

“ราคาแพ็กเกจทัวร์ในโซนปักกิ่งถือว่าค่อนข้างสูง คงต้องใช้เวลาในการปรับตัวนิดหน่อย อย่างไรก็ตาม โดยแนวทางการทำตลาดเราจะหันไปโฟกัสกลุ่มครอบครัวและกลุ่มคนรักสุขภาพมากขึ้น”

นอกจากนี้ ทาง ททท.และกลุ่มผู้ประกอบการทัวร์ในโซนปักกิ่งมีแผนพัฒนาแพ็กเกจท่องเที่ยวใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพให้มากยิ่งขึ้น

การเสวนาครั้งนี้ ผู้อำนวยการ ททท. ทั้ง 3 สำนักงานในจีน กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า หลังจากประเทศไทยกำหนดราคาขั้นต่ำในการขายแพ็กเกจทัวร์ ทำให้ราคาแพ็กเกจทัวร์ของประเทศไทยไปใกล้เคียงกับญี่ปุ่น และเกาหลี

ดังนั้น โจทย์สำคัญของกลุ่มผู้ประกอบการไทยคือ ทำอย่างไรที่จะสื่อสารเพื่อให้นักท่องเที่ยวจีนรับรู้ว่าในราคาที่เพิ่มขึ้นมานั้น พวกเขาจะได้อะไรเพิ่มบ้าง คุ้มค่าอย่างไร ส่วนประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น ทาง ททท.สำนักงานในจีนทุกแห่งได้พยายามสื่อสาร และนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็รับรู้อยู่และเห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าวนี้อยู่แล้ว

จึงเชื่อว่าวิกฤตครั้งนี้ ทุกฝ่ายรับมือได้และเอาอยู่แน่นอน…  รัฐเร่งปลดล็อก ! หนุนธุรกิจเดินหน้าต่อ “พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวภายหลังการเข้าประชุมหารือร่วมกับภาคเอกชนเกี่ยวกับปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญว่า ได้สั่งการให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ไปปรับเรื่องเกณฑ์กำหนดราคาแพ็กเกจทัวร์จีนขั้นต่ำ จากเดิมที่เริ่มต้นต้องไม่ต่ำกว่า 1,000 บาทต่อวัน แต่ให้ปรับมาเป็นการใช้แนวคิดจัดลำดับราคาเป็นขั้นบันไดแทน

โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ สแตนดาร์ด โกลด์ แพลทินัม เพื่อไม่ให้ประเทศไทยเสียภาพลักษณ์ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวราคาถูก ว่าแค่เพียง 1,000 บาทต่อวัน ก็สามารถมาเที่ยวไทยได้แล้ว “ธนะศักดิ์” บอกว่า การแบ่งราคาเป็นขั้นบันไดนั้นจะสอดรับกับราคาสินค้าท่องเที่ยวของไทยที่มีเสนอขายหลายระดับ และจะเรียกภาคเอกชนมาร่วมหารือกันอีกครั้งที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภายในวันที่ 7 ตุลาคมนี้

“จริง ๆ แล้วการขายแพ็กเกจทัวร์จีน ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด แต่จำเป็นต้องมีการกำหนดราคาเป็นหลาย ๆ ขั้น เพื่อพัฒนาตลาดทัวร์จีนให้มีคุณภาพ และไม่ให้ผู้ประกอบการตั้งราคาสินค้าเกินจริงเหมือนอย่างที่ผ่านมา โดยเตรียมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกสุ่มตรวจผู้ประกอบการทัวร์ในรูปแบบของหน่วยเคลื่อนที่ให้ถี่ขึ้น เพื่อไม่ให้มีการเอาเปรียบนักท่องเที่ยวจีน”

ทั้งนี้ยอมรับว่าจากนโยบายการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญอาจทำให้ผู้ประกอบการขาดทุนกำไรไปบ้างแต่ดูจากภาพรวมแล้ว ยอดนักท่องเที่ยวจีนยังเติบโตได้อยู่ แม้จะต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่องในช่วงเดือนตุลาคมนี้ อย่างไรก็ตามมั่นใจว่า อนาคตรายได้ท่องเที่ยวไทยจะมั่นคงและยั่งยืน และรัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย และช่วยให้ผู้ประกอบการทำทัวร์คุณภาพออกขาย ไม่มีการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญมากที่สุด

ด้าน “ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ภายในวันศุกร์ที่ 7 ตุลาคมนี้ จะเชิญผู้ประกอบการเอกชนท่องเที่ยวเข้ามาหารือเกี่ยวการกำหนดมาตรฐานราคาแพ็กเกจทัวร์ เนื่องจากราคาเป็นหนึ่งในเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเร่งปลดล็อก เพื่อให้ภาคธุรกิจเดินต่อไปได้ และเกิดการกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม

“นอกจากเรื่องราคาที่จะหารือในวันศุกร์นี้แล้ว ยังมีเรื่องเร่งด่วนอื่น ๆ เช่น มัคคุเทศก์ โอเปอเรเตอร์ทัวร์จัดกรุ๊ปทัวร์คุณภาพ โดยเอาเรื่องการพาลูกทัวร์ไปร้านค้าที่ผูกขาดออกไป รวมถึงเรื่องการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวจีนทุกคนเข้าใจสถานการณ์ หลังจากนั้นอีกประมาณ 10 วัน จะเห็นภาพความชัดเจนของการปลดล็อกเรื่องเร่งด่วนเหล่านี้”

รายงานจากกรมการท่องเที่ยวระบุว่า นักท่องเที่ยวจีนยังคงต้องการมาเที่ยวไทย แต่อยู่ในการปรับฐานเข้าสู่นักท่องเที่ยวคุณภาพ สำหรับสถานการณ์นักท่องเที่ยวจีนตั้งแต่ 1-28 กันยายนที่ผ่านมา พบว่า ยอดนักท่องเที่ยวจีนอยู่ที่ 592,780 คน เพิ่มขึ้น 19.95% สร้างรายได้ 30,666 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.95% และคาดว่าตลอดปี 2559 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวไทย 9.47-9.77 ล้านคน ต่ำกว่าคาดการณ์เดิมที่เคยประเมินไว้น่าจะถึง 10 ล้านคนในปีนี้

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 3 ตุลาคม 2559

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1475485062

Comment Box