คิง เพาเวอร์ฯ ชนะสัมปทานพื้นที่เชิงพาณิชย์ดอนเมือง เทจ่ายผลตอบแทนทอท.เดือนละกว่า17ล้าน



บอร์ด ทอท.อนุมัติ สัมปทานใหม่ให้ “คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ” เข้าบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์เปิดใหม่ ในดอนเมือง อาคาร 1 ผู้โดยสารระหว่างประเทศ เสนอจ่ายผลตอบแทนรัฐขั้นต่ำเดือนละกว่า 17 ล้านบาท ทิ้งคู่แข่งขันแบบขาดลอย คว้าสัญญาธุรกิจไปครองยาว 10 ปี

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “ทอท.” เปิดเผยว่าในการประชุมคณะกรรมการ ทอท.ที่มีนายประสงค์ พูนธเนศ ประธานกรรมการ (บอร์ด) เป็นประธานการประชุมในวันที่ 23 สิงหาคม 2560 มีมติอนุมัติผลการคัดเลือกผู้ประกอบกิจการ “โครงการบริหาร จัดการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ภายในอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ อาคาร 1 ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง” โดยให้บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด (KPS) ได้รับสิทธิชนะการประมูลธุรกิจโครงการบริหารจัดการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ (Commercial Area) พื้นที่ประมาณ 2,500 ตารางเมตร ภายในอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ อาคาร 1 ท่าอากาศยานดอนเมือง กำหนดอายุสัญญาสัมปทาน 10 ปี

นายนิตินัย กล่าวว่าในฐานะประธานกรรมการพิจารณารายได้ ทอท.ได้เสนอที่ประชุมบอร์ดประจำเดือนสิงหาคม 2560 ถึงรายละเอียดโครงการบริหารจัดการกิจกรรมเชิงพาณิชย์อย่างละเอียดที่กรรมการพิจารณารายได้ ทอท.ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้องจนเสร็จสิ้นทั้งหมดแล้ว ทั้งเรื่องข้อเสนอด้านเทคนิค ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในเชิงธุรกิจ แผนการดำเนินงาน แผนธุรกิจ และข้อเสนอค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำรายเดือน (Minimum)

ผลปรากฏว่า บริษัท คิงเพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด ได้คะแนนรวมสูงสุด โดยเสนอค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำรายเดือนเป็นเงินรวม 17,651,120 บาท และจากการเจรจาต่อรอง บริษัท คิงเพาเวอร์ฯ ยินดีเพิ่มค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้ ทอท.อีกเดือนละ 31,280 บาท รวมเป็นค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำรายเดือนปีแรก เฉลี่ยเดือนละ 17,682,400 บาท

สำหรับการแข่งขันประมูลครั้งนี้มี 3 บริษัท ได้เสนอจ่ายผลตอบแทน ทอท.แต่ละเดือนเฉลี่ยต่อตารางเมตรแตกต่างกันดังนี้ บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด จ่าย 17,682,400 บาท จากการใช้พื้นที่จริงปัจจุบัน 1,922.78 ตร.ม. คิดเป็นค่าเฉลี่ย ตรม.ละ 9,200 บาทต่อเดือน กลุ่ม Central จ่าย 9,613,900บาทต่อเดือน เฉลี่ยจ่าย ตร.ม.ละ 5,000 บาทต่อเดือน The Mall Group จ่าย 8,100,000บาท เฉลี่ย ตร.ม.ละ 4,212.50 บาท ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มบริษัทกลุ่มหลังเสนอจ่ายเฉลี่ยต่ำกว่าราคากลางของ ทอท.

ส่วนขั้นตอนการจัดเก็บเงินผลตอบแทนตามสัญญาสัมปทานดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่วันที่ ทอท.ส่งมอบพื้นที่โดยจัดเก็บตามข้อตกลงการจ่ายขั้นต่ำเป็นรายเดือน และ/หรือจัดเก็บตามจำนวนสูงกว่าจากการประกอบการอัตรา 15 % ของยอดรายได้ในรอบเดือนนั้นๆ จากนั้นในปีต่อไป ทอท.จะเก็บค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำเพิ่มรายเดือนอีก 10%

“โครงการประมูลดำเนินธุรกิจบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ครั้งนี้ ทอท.ได้กำหนดราคากลางไว้ที่ 6,000 บาท/ตารางเมตร มีเอกชนสนใจยื่นประมูล 4 ราย โดยตกคุณสมบัติไปเกี่ยวกับแบงก์การันตี 1 ราย เหลือแข่งขันกัน 3 ราย ส่วนรายชื่อผู้ชนะคือ บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด เสนอจ่ายผลตอบแทนราว 9,000 บาท/ตารางเมตร ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งรายที่ 2 เกือบ 1 เท่า และสูงกว่าราคากลางของ ทอท.เกือบ ครึ่งเท่าเช่นกัน ขณะที่รายที่ 3 เสนอจ่ายผลตอบแทนต่ำกว่าราคากลาง

“ผลสรุปจากที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณารายได้ ทอท.จึงมีมติเห็นชอบให้เสนอชื่อบริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด (KPS) ในฐานะเอกชนผู้เสนอจ่ายผลตอบแทน ทอท.สูงสุดให้ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทพิจารณาในวันที่ 23 สิงหาคม 2560” นายนิตินัยกล่าว

ขณะเดียวกันก็ได้กำหนดขั้นตอนการดำเนินงานเพื่อให้เอกชนผู้ชนะการประมูลรับสิทธิ์บริหารพื้นที่ คือ 1.หลังจากที่ประชุมบอร์ด ทอท.มีมติเรียบร้อยแล้ว 2.ทอท.จะจัดทำหนังสือแจ้งไปยังผู้ชนะการประมูลรับทราบอย่างเป็นทางการ พร้อมกับให้เวลา 90 วัน เข้ามาตกแต่งพื้นที่และเริ่มดำเนินธุรกิจ หากผู้รับสัมปทานสามารถตกแต่งแล้วเสร็จก่อน 90 วัน เอกชนผู้ชนะการประมูลสามารถเปิดบริการเร็วขึ้นได้ ภายใต้กรอบสัญญาสัมปทาน 10 ปี

นายนิตินัยย้ำว่าการเปิดประมูลโครงการดังกล่าว ได้ยึดระเบียบปฏิบัติเรื่องความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพราะตลอดกระบวนการแต่ละขั้นตอนการพิจารณารายชื่อผู้ยื่นประมูลโครงการพื้นที่เชิงพาณิชย์ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ อาคาร 1 ท่าอากาศยานดอนเมือง ทาง ทอท.ได้ทำหนังสือเชิญหน่วยงานกลางมาร่วมมอนิเตอร์การประมูล รวมถึงให้จัดทำบันทึก VDO ไว้อย่างละเอียดทุกขั้นตอน เพื่อป้องกันความกังขาจากทุกฝ่าย

ดังนั้นทาง ทอท.จึงขอยืนยันความโปร่งใสในการจัดประมูลโครงการดังกล่าว รวมทั้งคณะกรรมการประมูลเน้นความถูกต้องเป็นธรรม แก่ทุกฝ่าย

สำหรับการเปิดประมูลโครงการบริหาร จัดการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ภายในอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ อาคาร 1 ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง ขนาดพื้นที่ 2,500 ตารางเมตร ทอท. เปิดให้ยื่นคุณสมบัติเพื่อการแข่งขันอย่างโปร่งใสมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2560 โดยเปิดขายเอกสารการยื่นข้อเสนองานระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม – 9 มิถุนายน 2560

จากในช่วงเปิดประมูลมีผู้สนใจซื้อเอกสาร 5 ราย และมีผู้ยื่นข้อเสนอการดำเนินงาน 4 ราย ได้แก่ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท คิงเพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด บริษัท เดอะไมเนอร์ ฟู๊ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทสรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด

ทว่ามีผู้ประกอบการเอกชนผ่านหลักเกณฑ์คุณสมบัติที่กำหนด 3 ราย คือ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด บริษัทสรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด และบริษัท คิงเพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด ซึ่งเป็นผู้เสนอผลตอบแทนสูงสุด เหนือกว่าคู่แข่งขันรายอื่น ๆ เสนอจ่ายผลตอบแทนราว 9,000 บาท/ตารางเมตร ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งอันดับที่ 2 เกือบ 1 เท่า และสูงกว่าราคากลางของ ทอท.เกือบครึ่งเท่า ส่วนผู้ประกอบการในอันดับที่ 3 เสนอจ่ายผลตอบแทนต่ำกว่าราคากลาง จึงส่งผลให้ บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด ชนะการประมูลโครงการบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนขยายเปิดใหม่ในท่าอากาศยานดอนเมืองอีกครั้ง

สำหรับพื้นที่เชิงพาณิชย์ในท่าอากาศยานดอนเมือง ที่ บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด จะให้บริการหมวดหลัก ๆ ประกอบด้วย หมวดค้าปลีก ประเภทสินค้าแบรนด์ไทย สินค้าที่ระลึก หมวดอาหารและเครื่องดื่ม หมวดบริการ และหมวดที่ธนาคาร สถาบันการเงิน ที่ให้บริการรับแลกเงินตรา ยกเว้นการจำหน่ายสินค้าดิวตี้ฟรี ห้ามจำหน่ายในพื้นที่เชิงพาณิชย์เนื่องจากมีสัมปทานเฉพาะอยู่ในโครงการบริหารพื้นที่จำหน่ายสินค้าปลอดอากรโดยเฉพาะเท่านั้น

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 24 สิงหาคม 2560

www.prachachat.net/tourism/news-27467

Comment Box