Wed. Oct 17th, 2018
"เอ็นเอชกรุ๊ป" เรือธง 'ไมเนอร์' ขึ้นแท่นเชนโรงแรมระดับโลก

“เอ็นเอชกรุ๊ป” เรือธง ‘ไมเนอร์’ ขึ้นแท่นเชนโรงแรมระดับโลก

ก้าวย่างที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจสำหรับการเข้าสู่ปีที่ 51 ของ “ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล” หรือ MINT ถือว่าเป็นปีที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก สำหรับการดำเนินธุรกิจโรงแรม

โดยเฉพาะนับจากเมื่อเดือนมิถุนายนปีนี้ ที่ MINT ตัดสินใจเข้าไปลงทุนซื้อกิจการของ “เอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป” (NH Hotel Group) เชนโรงแรมจากประเทศสเปน ด้วยการเริ่มเข้าไปถือหุ้นในสัดส่วน 9.5% จากนั้นก็ทยอยซื้อหุ้นเพิ่ม จนเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเชนโรงแรมดังของสเปนเป็น 44.5% ซึ่งกระบวนการทำคำเสนอซื้อหุ้นจะเสร็จสิ้นภายในเดือนตุลาคมปีนี้

ปักธง 540 รร.ทั่วโลก

ทั้ง MINT ยังมีเป้าหมายที่จะถือหุ้นใน เอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป ในสัดส่วน 51-55% และมีแผนจะให้ เอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป ยังคงเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มาดริดต่อไป โดยเม็ดเงินในการเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดดังกล่าว MINT ประเมินว่า ต้องใช้เงินลงทุนราว 1.3 พันล้านยูโร (5-6 หมื่นล้านบาท)

ดีลนี้ถือว่ามีมูลค่าการลงทุนที่สูงกว่าทุกครั้งก็ว่าได้ เพราะตอนที่ MINT ไปซื้อ เชนทิโวลี โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ทส์ ซึ่งเชนโรงแรมเก่าแก่ของโปรตุเกส เมื่อปี 2559 ตอนนั้นลงทุนอยู่ที่ 294.2 ล้านยูโร นี่เองจึงทำให้ MINT เลือกที่จะออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน ไถ่ถอนเมื่อเลิกบริษัท ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนด หลังครบอายุ 5 ปี ที่จะเปิดเสนอขายระหว่างวันที่ 24-27 ก.ย. จำนวนไม่เกิน 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อระดมเงินมาใช้ในการลงทุน โดยที่ยังคงรักษาอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นในปี 2562 ให้อยู่ที่ 1.3 เท่า

การยอมลงทุนสูงมากในครั้งนี้ของ MINT ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า โปรไฟล์ เอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป มีดีกรีความเป็นเครือข่ายโรงแรมอันดับ 6 ของทวีปยุโรป และอยู่ในอันดับ 27 ของโลก มีโรงแรมในเครือทั้งหมด 385 แห่ง จำนวนห้องพักรวมเกือบ 6 หมื่นห้อง

ดังนั้น เมื่อรวมกับ เอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป ปัจจุบัน ไมเนอร์ โฮเทลส์ จะเป็นเจ้าของแบรนด์โรงแรมรวมกว่า 9 แบรนด์ ได้แก่ แบรนด์อนันตรา, อวานี, โอ๊คส์, ทิโวลี, เอเลวาน่า และแบรนด์ในเครือ เอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป ได้แก่ NH Hotels, NH collectionHotels, nhow Hotels, Hesperia มีโรงแรมและรีสอร์ตในเครือรวมกว่า 540 แห่งทั่วโลก

ขึ้นเชนอันดับ 23 ของโลก

ทั้งยังทำให้ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ก้าวขึ้นมาเป็นเชนโรงแรมระดับโลก โดยจากข้อมูลของ Hotelsmag.com เดือน ก.ค.-ส.ค. 2561 เผยว่า เชนไมเนอร์ โฮเทลส์ ซึ่งเป็นเชนของคนไทย ขยับมาเป็นโรงแรมที่มีจำนวนห้องพักมากที่สุดอยู่ในอันดับ 23 ของโลก ด้วยโรงแรมจำนวน 538 แห่ง มีห้องพักจำนวน 7.91 หมื่นห้อง เพิ่มจากการจัดอันดับในปี 2560 ที่ไมเนอร์ โฮเทลส์ อยู่ที่อันดับ 68 และเอ็นเอช โฮเทลส์ กรุ๊ป อยู่ในอันดับ 27 โดยที่แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ของสหรัฐอเมริกา ที่ครองอันดับ 1 เชนที่มีโรงแรมมากที่สุดในโลก ด้วยห้องพัก 1.19 ล้านห้อง จำนวน 6.33 พันโรงแรม ตามมาด้วยอันดับ 2 คือ ฮิลตัน เชน ของสหรัฐอเมริกา และอินเตอร์คอนติเนนตัล (IHG) เชนของอังกฤษ ที่อยู่ในเป็นอันดับ 3

อีกทั้งการลงทุนใน เอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป ยังเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ในการดำเนินธุรกิจของไมเนอร์ ที่ต้องการขับเคลื่อนกลยุทธ์การลงทุน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับฐานการดำเนินงานของบริษัทในอุตสาหกรรมโรงแรมในทวีปยุโรป ซึ่งด้วยเครือข่ายธุรกิจของ เอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป ที่ไม่ซํ้าซ้อนกับเครือข่ายธุรกิจเดิมของไมเนอร์ทั่วโลก จะส่งผลให้ทั้ง 2 บริษัท ได้ประโยชน์จากความเป็นผู้นำในตลาดที่มีการเติบโตสูง เครือข่ายโรงแรมและแบรนด์ที่ช่วยส่งเสริมธุรกิจให้กันและกัน ระบบเทคโนโลยี และบุคลากรที่มีความสามารถ และเป็นไปตามกลยุทธ์ของ MINT ในการหาโอกาสในการลงทุนทางการเงินที่มีความน่าดึงดูด เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทอีกด้วย

ต่อยอดแบรนด์อาหารสู่ยุโรป

ไม่เพียงแต่เรื่องของโรงแรม MINT ยังมองการต่อยอดแบรนด์อาหารที่เหมาะสม อาทิ เดอะ คอฟฟี่ คลับ, เบนิฮานา เข้าไปสู่โรงแรมต่าง ๆ ภายใต้แบรนด์ของ เอ็นเอช โฮเทล ด้วย เนื่อง จาก MINT ก็ถือเป็นผู้นำในธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย การร่วมมือกันจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้า และโอกาสการเติบโตธุรกิจมากกว่าที่แต่ละบริษัทจะทำได้เอง

นอกจากการขยายการเข้าไปลงทุนใน เอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป ไมเนอร์ โฮเทลส์ ก็ยังมองที่จะขยายการรับบริหารและลงทุนในแบรนด์โรงแรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น อวานี ซึ่งปัจจุบันแบรนด์โรงแรมดังกล่าวมีมากถึง 23 แห่งแล้วในหลายประเทศ ทั้งที่เป็นการลงทุนของไมเนอร์เองและการรับบริหาร ส่วนแบรนด์อื่น ๆ ก็ยังคงขยายการรับบริหารอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ

โดยไมเนอร์ โฮเทลส์ ตั้งเป้าหมายว่า ในปี 2564 จะทำรายได้จากโรงแรมในต่างประเทศได้ในสัดส่วนมากถึง 68% เทียบกับในปี 2551 ที่รายได้ส่วนใหญ่กว่า 90% มาจากตลาดโรงแรมในไทย และเพิ่มจากปัจจุบัน ที่รายได้จากต่างประเทศมีสัดส่วนราว 54% และในไทยอยู่ที่ 46% และการขยายแบรนด์ไปต่างประเทศ รวมถึงการเทกโอเวอร์เชนที่เกิดขึ้น ยังช่วยสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ สร้างความหลากหลายของแหล่งรายได้ ทำให้ไมเนอร์ โฮเทลส์ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นในระดับโลกอย่างแท้จริงนั่นเอง

อนึ่ง ไมเนอร์ โดยวิลเลี่ยม ไฮเน็ค ได้ลงทุนธุรกิจโรงแรมในปี 2521 ในพัทยา ปัจจุบัน ดำเนินธุรกิจครบ 50 ปี มีโรงแรมในเครือกว่า 540 แห่ง ร้านอาหาร 2,130 สาขา และจุดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นและเครื่องใช้ในบ้านกว่า 429 แห่ง จากเงินลงทุนกว่า 1 พันดอลลาร์สหรัฐฯ (2.5 หมื่นบาท เมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา) ปัจจุบัน มีมูลค่าตามราคาตลาดมาก กว่า 1.7 แสนล้านบาท มีพนักงานมากกว่า 8 หมื่นคนทั่วโลก


ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 23 ก.ย. 61

www.thansettakij.com/content/318944