Wed. Oct 5th, 2022
AWC

AWC รับอานิสงส์เปิดประเทศ โชว์กำไรครึ่งปีแรก 1.4 พันล้าน

AWC เผยอานิสงส์เปิดประเทศ หนุนตัวเลขไตรมาส 2/65 ธุรกิจเติบโตทุกกลุ่มธุรกิจ กำไรสุทธิ 776 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับปีก่อน ดันครึ่งปีแรกกำไรสุทธิ 1,422 ล้านบาท ตอกย้ำกลยุทธ์องค์กรที่แข็งแกร่ง พร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 ว่า บริษัทมีรายได้รวมตามงบการเงิน 3,206 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 107.4 คิดเป็นกำไรสุทธิตามงบการเงิน 776 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 100 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ เป็นผลมาจากกลยุทธ์และการเตรียมพร้อมขององค์กรรับการเปิดประเทศที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยและมาตรการผ่อนคลายจากภาครัฐที่ช่วยกระตุ้นให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติ นอกจากนี้กำไรที่เพิ่มขึ้นยังเป็นผลมาจากการเพิ่มมูลค่ายุติธรรมของทรัพย์สินของบริษัทด้วยเช่นกัน

“ผลประกอบการไตรมาสที่ 2/2565 บริษัทมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มธุรกิจจากทรัพย์สินดำเนินงานที่แข็งแกร่ง สามารถตอบสนองความต้องการลูกค้า รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินให้แก่ AWC โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 1,422 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 100 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน” นางวัลลภากล่าว

และว่าตัวเลขกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจโรงแรมที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดมากกว่าร้อยละ 100 ใน 6 เดือนที่ผ่านมา และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากการเปิดประเทศ และการเตรียมต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลกที่เพิ่มมากขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

นางวัลลภากล่าวด้วยว่า กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการมีการเติบโตเพิ่มขึ้นในทุกเซ็กเมนต์ โดยเฉพาะโรงแรมกลุ่มลักซ์ชูรี ที่ได้รับอานิสงส์จากมาตรการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาใช้บริการโรงแรมมากขึ้น และภาครัฐยังกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศด้วยแคมเปญต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้ห้องพักต่อห้องที่มีทั้งหมด (RevPAR) ในไตรมาส 2/2565 เติบโตขึ้นร้อยละ 302 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

รวมถึงมีราคาห้องพักเฉลี่ยต่อคืน (Average Daily Rate: ADR) ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 48 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นราคาห้องพักเฉลี่ยต่อคืนที่เพิ่มขึ้นมาเกือบใกล้เคียงกับช่วงก่อนการแพร่ระบาด COVID-19 นอกจากนั้น การเติบโตของงานประชุมสัมมนาแบบก้าวกระโดดในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ทำให้โรงแรมกลุ่มประชุมสัมมนาของบริษัทมีรายได้เติบโตถึงร้อยละ 407 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าเช่นกัน

สำหรับกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ ประกอบไปด้วยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าเเละธุรกิจอาคารสำนักงาน (Retail & Commercial) สามารถกลับมาเติบโตได้ดีเช่นเดียวกัน เนื่องจากประชาชนเริ่มกลับเข้ามาใช้บริการในศูนย์การค้าเพื่อจับจ่ายใช้สอยเพิ่มมากขึ้น อาทิ การเพิ่มขึ้นของลูกค้าเข้าพื้นที่ในโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ในไตรมาส 2/2565 สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าถึงกว่าร้อยละ 220

โดยบริษัทได้มีการวางแผนพัฒนาเพื่อเสริมศักยภาพและยกระดับการบริการต่าง ๆ ให้ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคอยู่เสมอ โดยผสานความร่วมมือระหว่างกลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์ในเครือ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้บริษัทสามารถส่งเสริมการเติบโตได้เป็นอย่างดี

ส่วนธุรกิจอาคารสำนักงานยังคงสร้างกระแสเงินสดได้อย่างมั่นคงด้วยการดึงดูดผู้เช่าใหม่ซึ่งเป็นองค์กรธุรกิจระดับโลกเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยมีภาพรวมอัตราค่าเช่าต่อตารางเมตรต่อเดือน (Average Rent Rate) ในไตรมาส 2/2565 สูงขึ้นร้อยละ 9.3 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2564 และสามารถรักษาผู้เช่ารายเดิมได้ถึงร้อยละ 96 ซึ่งเป็นผลมาจากอาคารคุณภาพเกรด A ที่ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจ (CBD) และมีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกและปลอดภัยของผู้เช่าในยุคดิจิทัลอยู่เสมอ

นางวัลลภากล่าวต่อไปอีกว่า AWC ยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการคุณภาพเพื่อรองรับการเติบโตอย่างมั่นคงและช่วยเสริมศักยภาพให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยหลังมาตรการเปิดประเทศ ด้วยการเปิดโรงแรมมีเลีย เชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงแรมจากเครือมีเลียแห่งแรกในภาคเหนือเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้จำนวนห้องพักทั้งหมดของบริษัท ในปัจจุบันรวมเป็น 5,201 ห้อง ซึ่งคิดเป็นการเติบโตถึงร้อยละ 61 จากจำนวนห้องพักก่อนเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19

นอกจากนั้น บริษัทยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกมากมายเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน อาทิ การลงนามสัญญากับเครืออินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ลส์ กรุ๊ป เพื่อพัฒนาโรงแรม คิมป์ตัน หัวหิน รีสอร์ท การลงนามกับพันธมิตรจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเพิ่มช่องทางการค้าส่งของ เออีซี เทรดเซ็นเตอร์ รวมถึงการร่วมจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) กับหน่วยงานด้านการลงทุนระดับโลก เพื่อลงทุนในธุรกิจโรงแรมที่มีศักยภาพในแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำในประเทศไทย

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ https://www.prachachat.net/tourism/news-1011418

Leave a Reply

Or

Your email address will not be published. Required fields are marked *