Wed. Oct 17th, 2018
ไทยหลุดที่ 1 จุดหมายท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวจีน

ไทยหลุดที่ 1 จุดหมายท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวจีน

ซีทริป ยักษ์ใหญ่ด้านการท่องเที่ยวของจีน เปิดเผยว่า ไทยเสียตำแหน่งจุดหมายยอดนิยมอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวจีน ให้กับญี่ปุ่น สำหรับช่วงเทศกาลวันหยุดยาวเนื่องในวันชาติจีนประจำปีนี้ ซึ่งจะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. นับเป็นครั้งแรกที่นักท่องเที่ยวจีนไปญี่ปุ่นมากกว่าไทย โดยคาดว่านักท่องเที่ยวจีนจะท่องเที่ยวต่างประเทศทั้งหมดประมาณ 7 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 6 ล้านคนเมื่อปีที่แล้ว

ก่อนหน้านี้ สถานทูตจีนในกรุงเทพฯ ได้ออกคำเตือนนักท่องเที่ยวจีนที่จะเดินทางมาเที่ยวไทยช่วงโกลเด้นวีก โดยเตือนให้นักท่องเที่ยวระวังเรื่องอากาศแปรปรวนและคลื่นลมแรง ระหว่างการท่องเที่ยวและทำกิจกรรมทางทะเลใน จ.ภูเก็ต พังงา และกระบี่ ซึ่งเป็น 3 ปลายทางยอดนิยมทางภาคใต้ของไทย หลังเกิดเหตุเรือล่มที่ จ.ภูเก็ต เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ บลูมเบิร์กรายงานว่า กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจีน กำลังร่างกฎระเบียบใหม่ควบคุมผู้ให้บริการท่องเที่ยวและแพลตฟอร์มท่องเที่ยวทางออนไลน์ในจีน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ปักกิ่งใช้มาตรการครั้งใหญ่คุมเข้มเว็บไซต์ท่องเที่ยวทางออนไลน์

รายงานระบุว่า กฎใหม่ของกระทรวงจะบังคับผู้ประกอบการทุกรายต้องพัฒนาแผนการช่วยชีวิตและแผนฉุกเฉิน ยกระดับการตรวจสอบ จัดซื้อประกันความเสียหาย และต้องคุ้มครองข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า หลังจากที่ผ่านมามีช่องโหว่ที่ยกเว้นในส่วนของผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทออนไลน์ ทั้งนี้ ทางการจีนจะเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะก่อนเริ่มบังคับใช้มาตรการใหม่ แต่ยังไม่มีการระบุว่าจะเริ่มเมื่อใด

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งทุกหน่วยงานเร่งฟื้นความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยท่าอากาศยานดอนเมือง ทะเลาะวิวาทกับนักท่องเที่ยวชาวจีนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย

ขณะที่ นายก้องศักดิ์ คู่พงศกร นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ กล่าวว่า ช่วงโกลเด้นวีกวนที่ 1-10 ต.ค.นี้ มียอดจองจากชาวจีนเข้ามามากขึ้น คาดว่าตลาดจีนใกล้จะกลับเข้ามาเที่ยวตามปกติ หลังจากลดลง 10-12% ในเดือน ก.ย. เพราะเป็นฤดูฝน

ด้าน นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาลดลง โดยในส่วนเอฟไอทีแบบเดินทางเข้ามาเองยังคงมีอยู่ แต่แบบกรุ๊ปมีจำนวนลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา พบว่าหายไป 3 หมื่นคน ประกอบกับทางการจีนได้มีการเตือนให้ระมัดระวังการเที่ยวทางทะเลอันดามัน ทำให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนใจเลือกเดสติเนชั่นอื่นแทนภูเก็ต ส่วนการจองห้องพักนั้น โรงแรมใหญ่ไม่กระทบมากนัก


ที่มา : โพสต์ทูเดย์ วันที่ 1 ต.ค. 61
www.posttoday.com/economy/566109