Thu. Oct 18th, 2018
แกะกล่องใหม่ ‘ฟู้โกว๊ก’ เกาะสวรรค์แห่งเวียดนามใต้

แกะกล่องใหม่ ‘ฟู้โกว๊ก’ เกาะสวรรค์แห่งเวียดนามใต้

‘ไข่มุกแห่งเวียดนามใต้’ คือ สมญานามของเกาะสวรรค์แห่งใหม่ ‘ฟู้โกว๊ก’ ที่ทางรัฐบาลเวียดนามประกาศชัดว่า นี่คือสินค้าหาดทรายชายทะเลที่จะนำมาแข่งกับ ‘ภูเก็ต’ ของไทยเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มไฮเอนด์กำลังซื้อสูง

ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางไปสำรวจบรรยากาศการท่องเที่ยวที่เกาะฟู้โกว๊ก พอพินิจจากตำแหน่งที่ตั้งบนแผนที่แล้วพบว่าตั้งอยู่แถวเวียดนามตอนใต้ในฝั่งอ่าวไทย เลยจากเกาะช้าง จังหวัดตราด ประมาณ 200 กิโลเมตรเท่านั้น เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเวียดนาม ใหญ่พอๆ กับสิงคโปร์ทั้งประเทศเลยทีเดียว

ฟู้โกว๊กในวันนี้ไม่ต่างจากภูเก็ตบ้านเราเมื่อ 20 ปีก่อน ยังคงความดิบ สด และใหม่ในเรื่องของแหล่งท่องเที่ยว แต่เริ่มมีโรงแรมจากเชนรับบริหารแบรนด์ดังๆ ของโลกตั้งแต่ระดับ 4 – 6 ดาว เข้ามาปักธงเปิดให้บริการแล้ว และยังมีคาเฟ่ร้านกาแฟในหลายๆ จุดให้นักท่องเที่ยวได้ผ่อนคลาย ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้เริ่มมีนักท่องเที่ยวจากแถบยุโรปเดินทางมาพักผ่อนมากขึ้น เช่น ชาวสหราชอาณาจักร เยอรมนี รัสเซีย และประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่เคยท่องเที่ยวหาดทรายชายทะเลหลายๆ เมืองในเอเชียมาแล้ว รวมถึงไทยด้วย และต้องการแสวงหาจุดหมายใหม่ๆ ที่แสนสงบตอบโจทย์การพักผ่อนที่แท้จริง

ส่งผลให้สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ตัดสินใจเปิดให้บริการเส้นทางบินใหม่ กรุงเทพฯ-ฟู้โกว๊ก เริ่มให้บริการบินเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา เพราะมองเห็นศักยภาพของการทำตลาดคอนเน็คติ้ง ไฟลต์ (Connecting Flight) เน้นเลี้ยงตลาดให้ค่อยๆ โตไปเรื่อยๆ ด้วยเครื่องบินใบพัด ATR-72 ขนาด 70 ที่นั่ง

ขณะที่เที่ยวบินอื่นๆ นอกจากเที่ยวบินของเมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น โฮจิมินห์ซิตี้ สู่ฟู้โกว๊กแล้ว ยังมีเที่ยวบินจากสายการบินต่างชาติ เช่น ไชน่า เซาท์เทิร์น แอร์ไลน์ส รวมถึงเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) จากยุโรป 4 ประเทศ ได้แก่ อังกฤษ สวีเดน รัสเซีย และอิตาลี บินตรงเข้าฟู้โกว๊กในช่วงตารางบินฤดูหนาวมานาน 3-4 ปีแล้ว

แม้บรรยากาศสองข้างทางขณะนั่งรถผ่านเพื่อเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวในบางจุดยังเป็นทางลูกรัง แต่ในถนนสายหลักเชื่อมระหว่างสนามบินไปยังตอนบนและตอนใต้ของเกาะมีการตัดถนนเรียบร้อยดี โดยถนนสายหลักบางสายได้งบประมาณจากเอกชนยักษ์ใหญ่ในเวียดนามมาช่วยสนับสนุนด้านค่าใช้จ่ายด้านขนส่งสาธารณะ เช่น แท็กซี่ ถือว่าไม่ได้แพงมาก ขณะที่ค่าครองชีพ เช่น ราคาสินค้า และอาหารก็ไม่ได้อยู่ในระดับที่สูง ไม่ต้องกังวลใจแต่อย่างใด สามารถจับจ่ายได้คล่องมือ ถ้าให้พูดถึงมิติความงดงามของเกาะที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเวียดนามแห่งนี้ บอกได้เลยว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อุดมสมบูรณ์และมีศักยภาพสูงอย่างมาก

ชายหาดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดบนเกาะฟู้โกว๊ก คือ ‘Sao Beach’ อยู่ทางฝั่งตะวันออกทางตอนใต้ของเกาะ มีหาดยาวถึง 7 กิโลเมตร เนื้อทรายมีความนุ่มละเอียด ขาวสะอาดราวกับผงครีมเทียม ส่วนน้ำทะเลก็สวยใสดุจอัญมณีสีเทอร์ควอยซ์ จนอยากกระโจนเข้าไปครอบครอง เล่นน้ำไม่รู้เบื่อได้ทั้งวัน บรรยากาศโดยรอบก็สงบเงียบ ร่มรื่นไปด้วยทิวต้นมะพร้าวตลอดแนวหาด เหมาะกับการพกหนังสือดีๆ สักเล่มมานอนอ่าน ระหว่างอาบแดดอย่างยิ่ง ในเมื่อมีชายหาดแสนสงบแล้ว แน่นอนว่าต้องมีชายหาดที่เต็มไปด้วยสีสันและความสนุกสนาน เพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่ต้องการความครึกครื้น โดย ‘Long Beach’ อยู่ฝั่งตะวันตก มีความยาวกว่า 20 กิโลเมตร สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถเข้ามาพักผ่อนชิลๆ จิบเครื่องดื่มเย็นๆ ริมทะเล และยังมีกิจกรรมมากมายให้นักท่องเที่ยวได้ทำกัน

เกาะฟู้โกว๊ก

ทั้งนี้ ยังมีชายหาดน่าสนใจอื่นๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ไปสัมผัส เช่น Dai Beach, Ong Lang Beach, Kem Beach รวมถึงเกาะรายล้อมโซนปลายเกาะฟู้โกว๊กที่นักท่องเที่ยวสามารถซื้อแพ็กเกจไปดำน้ำตื้นและดำน้ำลึกชมหมู่ปะการังสวยสดใต้ท้องทะเลได้อีกด้วย

นอกจากชายหาดแล้ว บนเกาะฟู้โกว๊กยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ รองรับความสนใจหลากหลาย ทั้งเส้นทางเที่ยวชมป่าเขาอันอุดมสมบูรณ์ และน้ำตกให้นักท่องเที่ยวได้ไปสัมผัสความสดชื่น และสามารถเปลี่ยนบรรยากาศไปสัมผัสวิถีชีวิตของชาวเวียดนามบนเกาะฟู้โกว๊กได้ เพราะที่นี่เขามีของดีอย่างโรงงานทำน้ำปลา นักท่องเที่ยวสามารถจัดวางทริปไปเยี่ยมชมแหล่งผลิตน้ำปลาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของเวียดนาม ซึ่งใช้กรรมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิม อีกหนึ่งของดีขึ้นชื่อคือพริกไทย สามารถแวะไปชมแหล่งผลิตพริกไทยที่ดีที่สุดของเวียดนามและทำกิจกรรมภายในฟาร์มได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีตลาดเช้า ถนนคนเดินในตัวเมืองให้ได้เดินชิลกันในยามค่ำคืน รวมถึงตลาดปลาและร้านอาหารริมทะเล ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านชาวประมงกับวิถีชีวิตที่สุดแสนจะเรียบง่าย ดูจากความหลากหลายของอาหารทะเลสดๆ ที่นำมาวางขายบนแผงแล้ว เรียกได้ว่ามีความสมบูรณ์มากกว่าภูเก็ตด้วยซ้ำขณะที่แหล่งท่องเที่ยวแบบมนุษย์สร้าง (Man-Made Attraction) มีสวนน้ำเป็นหนึ่งในตัวเลือกน่าสนใจ ตั้งอยู่ในพื้นที่ของ “วินเพิร์ล รีสอร์ต” (Vinpearl Resort) นอกจากนี้ยังมีซาฟารี และคาสิโนที่กำลังจะเปิดช่วงไตรมาส 1 ปี 2561 ในรีสอร์ตดังกล่าวด้วย เรียกได้ว่ามีโปรดักต์ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกแบบครบเครื่องเลยทีเดียว

สำหรับตลาดโรงแรมและรีสอร์ตบนเกาะฟู้โกว๊ก อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่ามีให้เลือกหลากหลายระดับราคา ตั้งแต่เกสต์เฮาส์โฮสเทล ไปจนถึงระดับ 6 ดาว กระจายอยู่ในตัวเมืองและริมชายหาด โดยทางตอนเหนือของเกาะ ตลาดนักท่องเที่ยวที่นิยมเข้าพักส่วนใหญ่มาจากเวียดนามเอง รวมถึงเอเชีย และมิดเดิลอีสต์ ขณะที่ทางตอนใต้ของเกาะเป็นทำเลที่มีโรงแรมเชนดังเข้ารับบริหารหลายแห่ง เช่น เจดับบลิว แมริออท โนโวเทลเชอราตัน และอินเตอร์คอนติเนนตัล ส่วนใหญ่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวฝั่งยุโรป ปัจจุบันราคาห้องพักพอๆ กับภูเก็ตมีอัตราเข้าพักเฉลี่ยที่ระดับ 65% แล้ว

สำหรับรีสอร์ตที่ผู้เขียนรู้สึกชื่นชอบอย่างมาก คือ ‘เจดับบลิว แมริออท ฟู้โกว๊ก เอ็มเมอรัลด์ เบย์ รีสอร์ต แอนด์ สปา’ ระดับ 5 ดาว ใช้เวลา 5 ปีในการก่อสร้างโรงแรม เพิ่งสร้างเสร็จและเปิดให้บริการเมื่อไม่นานมานี้เอง

ความน่าสนใจของรีสอร์ตนี้อยู่ตรงที่ ทาง ‘ซัน กรุ๊ป’ (Sun Group) ซึ่งเป็นบริษัทขนาดยักษ์ของเวียดนาม ได้นักออกแบบชื่อดังระดับโลกอย่าง ‘บิล เบนส์ลีย์’ มาออกแบบรีสอร์ตให้

บรรทัดแรกของสัญญาการออกแบบและก่อสร้าง คือ คำว่า ‘There is no limited budget’ หรือสามารถออกแบบได้อย่างเต็มที่ ไม่จำกัดงบประมาณ โดยคอนเซ็ปต์ของการออกแบบรีสอร์ตนี้ คือ มหาวิทยาลัยบนเกาะฟู้โกว๊ก อาคารและที่พักแต่ละหลังกำหนดให้อยู่ในธีมของคณะต่างๆ เช่น คณะเกษตรกรรม ทุกอย่างในอาคารนี้จะถูกตกแต่งด้วยโทนสีเขียว มีรูปภาพพืช สัตว์และอุปกรณ์การเกษตรประดับตามมุมต่างๆ ให้สอดคล้องกับธีม เรียกได้ว่าใครชอบถ่ายรูป สามารถเดินสำรวจรีสอร์ตนี้ได้ทั้งวัน ไม่มีเบื่อแน่นอน เพราะเป้าหมายของที่นี่ ต้องการผลักดันเป็น ‘รีสอร์ต เดสติเนชั่น’ เปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไป แม้ไม่ได้เป็นลูกค้าห้องพัก สามารถเข้ามาเดินเล่นถ่ายรูป ซื้อสินค้าตามร้านในรีสอร์ตได้ คิดค่าธรรมเนียมการเข้าชมโรงแรมเพียง 3 แสนดอง หรือประมาณ 400 กว่าบาทเท่านั้น

ทั้งหมดนี้คือภาพรวมบรรยากาศการท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรมบนเกาะฟู้โกว๊ก ซึ่งทางรัฐบาลตั้งใจจะผลักดันให้เป็นจุดหมายสำหรับนักท่องเที่ยวไฮเอนด์เหมือนภูเก็ต โดยได้เรียนรู้จากสิ่งที่ดีและข้อผิดพลาดของภูเก็ตนำมาปรับใช้ในการพัฒนาด้านท่องเที่ยวของเกาะฟู้โกว๊กต่อไป