Sun. Jul 5th, 2020
มาเลย์

หาดใหญ่นิ่งสนิท-‘มาเลย์’ ปิดเมืองถึง 31 ส.ค.

อุตสาหกรรมท่องเที่ยว “หาดใหญ่” ยังเดี้ยง “มาเลย์” ล็อกดาวน์ต่อถึง 31 ส.ค.โรงแรม-สถานบริการเปิดขาดทุนยับ เหตุพึ่งรายได้จากต่างชาติ 90% คาดกว่าจะฟื้นกลับมาคึกคักได้ปี 2564

นายประยูร วงศ์ปรีชากร ประธานก่อตั้งหอการค้าจังหวัดสงขลา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ภายหลังการหารือกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมต่อเนื่องว่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ถือเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย และสิงคโปร์ แต่เมื่อมาเลเซีย สิงคโปร์ยังปิดประเทศ เพื่อป้องกันโควิด-19 คาดว่าต้องรอถึงต้นปีหน้า 2564 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ถึงจะฟื้นกลับมาคึกคัก โดยที่ผ่านมาประเทศไทยมีจุดขายสามารถควบคุมป้องกันโรคโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนเป็นที่ยอมรับทั่วโลก จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ดังนั้น อ.หาดใหญ่จะต้องนำจุดขาย ภายใต้ชีวิตวิถีใหม่ (new normal) ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวได้ ซึ่งภาครัฐ ผู้ประกอบการต้องเตรียมวางมาตรการรองรับ

ทางด้านนายทรงชัย มุ่งประสิทธิชัย เจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด นิวเอเชียทัวร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในฐานะนายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า จากการหารือกับผู้ประกอบการต่างได้ข้อสรุปว่า เมื่อประเทศมาเลเซียยังปิดประเทศ ธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร ภัตตาคาร แหล่งบันเทิงในหาดใหญ่ สงขลา ยังไม่สามารถขับเคลื่อนได้ เพราะต้องพึ่งพานักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียถึง 90% คาดว่าเมื่อมาเลเซียเปิดประเทศจะมีทิศทางขับเคลื่อนธุรกิจได้ ประมาณเดือนตุลาคม 2563 ดังนั้น ภาครัฐและภาคเอกชนต้องเตรียมแผนการตลาด โปรโมชั่นไว้รองรับชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ที่จะมาท่องเที่ยว

“สถานการณ์ในหาดใหญ่ตอนนี้ยังคงไม่เคลื่อนไหว ยังนิ่งอยู่ ต่างกับที่ภูเก็ตและสมุย ที่ผู้ประกอบการได้เคลื่อนไหวหารือกับคู่ค้า เอเย่นต์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศแล้ว”

ทางด้านนายวิทยา แซ่ลิ่ม อดีตผู้ก่อตั้งสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพจังหวัดสงขลา และผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศมาเลเซียมีการล็อกดาวน์อีกรอบ 3 เดือนนับตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน ไปถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2563 ส่งผลให้ธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา อ.สุไหงโก-ลก อ.ตากใบ จ.นราธิวาส อ.เบตง จ.ยะลา ด่านนอกบ้านไทยจังโหลน อ.สะเดา จ.สงขลา และ จ.สตูล ยังคงขับเคลื่อนไปไม่ได้ เพราะรายได้หลักในพื้นที่มาจากนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเป็นหลัก ตามมาด้วยสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ส่งผลให้ธุรกิจที่เปิดบริการไปแล้ว ต้องปิดตัวเองลงอีกรอบ เพราะเปิดแล้วมีผู้มาใช้บริการเป็นคนไทยในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงประมาณ 20% ไม่คุ้มทุน ค่าพนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ แต่ที่ไปได้คือขายสินค้าทางออนไลน์ และดีลิเวอรี่ ทั้งนี้ คาดว่าตลาดท่องเที่ยวหาดใหญ่ สงขลา จะเริ่มเคลื่อนไหวกลับมาได้ในปี 2564

นายกมล สุทธิวรรณโนภาษ เจ้าของ ผู้จัดการโรงแรมไชน่าการ์เด้นท์ หาดใหญ่ และนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธุรกิจใน อ.หาดใหญ่ พึ่งพาต่างชาติเป็นหลัก เมื่อประเทศมาเลเซียยังไม่เปิดประเทศ ไม่เปิดชายแดนไทย ยังเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบไม่ได้ ตอนนี้โรงแรมย่านดาวน์ทาวน์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังปิดดำเนินการอยู่ ขณะที่สถานประกอบการ โรงแรมขนาดเล็กต่างทยอยเปิดบริการ โดยในส่วนโรงแรมไชน่าการ์เด้นท์ เปิดบริการมาตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. 63 มาจนถึงวันนี้ มีผู้มาใช้บริการประมาณ 3 ห้อง ทั้งนี้ การเปิดบริการเพื่อเอาพนักงานไว้ และเพื่อความสว่างไสวของบ้านเมือง แต่ยังประสบภาวะขาดทุน

นายสมบูรณ์ พงศ์เลิศนภากร เจ้าของ ผู้จัดการโรงแรมเอเชียนหาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โครงการไทยเที่ยวไทยที่รัฐบาลสนับสนุนให้กับกลุ่มผู้ที่จะเดินทางท่องเที่ยว 3,000 บาท/ราย เพื่อกระตุ้นธุรกิจการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจภายในประเทศ ส่งผลต่อพื้นที่หาดใหญ่ สงขลาน้อยมาก เพราะหาดใหญ่ไม่เป็นที่นิยมของคนในท้องถิ่นแล้ว จากอดีตจุดขายดั้งเดิมคือศูนย์การค้าราคาถูก เช่น สันติสุข กิมหยง ฯลฯ เป็นเรื่องที่ล้าสมัยไปแล้ว

แต่หาดใหญ่ยังมีจุดเด่น จุดขาย คือเรื่องอาหาร แต่กลับไม่มีการเน้นประชาสัมพันธ์ อีกประการคือหาดใหญ่เป็นศูนย์กลางของการเดินทางท่องเที่ยวไปจังหวัดใกล้เคียง เช่น ไปท่องเที่ยวชมธรรมชาติทางทะเล ยังเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เขา ป่า นา เล จ.พัทลุง และเมืองเก่าริมทะเลชายหาดสงขลา เป็นต้น ซึ่งยังไม่ดำเนินการอย่างจริงจัง

นายสมบูรณ์กล่าวอีกว่า สำหรับสถานประกอบการธุรกิจในหาดใหญ่ คาดว่าประมาณต้นเดือนกรกฎาคม 2563 จะทยอยเปิดดำเนินการ โดยเฉพาะโรงแรม สำหรับในช่วงที่เกิดสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 โรงแรมกลางเมืองเทศบาลนครหาดใหญ่ หรือย่านดาวน์ทาวน์ ต่างต้องปิดตัว

แหล่งข่าวจากวงการธุรกิจเปิดเผย ว่า สำหรับ อ.หาดใหญ่ อ.สะเดา มีแนวโน้มว่าจะมีผู้ประกอบการปิดตัวยาวอีกจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะโรงแรมหลายแห่งอยู่ในสภาพประกอบการขาดทุนมาก่อนนั้นแล้ว และสำหรับบางกลุ่มได้ประกาศขายโรงแรมด้วย แต่ยังไม่มีการตกลงซื้อขายจริง

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ https://www.prachachat.net/local-economy/news-483497