Wed. Oct 17th, 2018
สถานการณ์ซื้อขายโรงแรม

สถานการณ์ซื้อขายโรงแรม

รายงานจากหน่วยธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรมของเจแอลแอล ระบุว่า ในปีที่ผ่านมามีการซื้อขายโรงแรมเกิดขึ้นในไทยอย่างน้อย 12 รายการ รวมมูลค่า 17,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ราว 70% และสูงกว่ามูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายปีระหว่างปี 2555 ถึง 2559 ซึ่งมีระดับเฉลี่ยที่ประมาณ 12,200 ล้านบาทต่อปี

โดยพบว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีการซื้อขายโรงแรมมูลค่ารวมสูงสุด คือ 14,000 ล้านบาท หรือราว 80% ของมูลค่าการซื้อขายที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ โดยเป็นการซื้อขายโรงแรมทั้งสิ้น 6 รายการ ได้แก่ เดอะ บางกอก เอดิชั่น ในโครงการมหานคร (รวมจุดชมวิว มหานคร อ็อบ
เซอร์เวชั่น เด็ค) ขายให้กับกองทุนจากอเมริกา, โรงแรมขนาด 34 ชั้น ที่สร้างค้างไว้ที่ปากซอย สุขุมวิท 27 ขายให้กับกลุ่มคาร์ลตัล โฮเทลจากสิงคโปร์, โรงแรมพรีเมียร์อินน์ ขายให้กับกลุ่มวีโฮเทลจากสิงคโปร์, ซัมเมอร์เซ็ท เลค พอยท์ ขายให้กับเจอาร์ คิวชูจากญี่ปุ่น, สวิสโซเทล นายเลิศ ปาร์ค ขายให้กับกรุงเทพดุสิตเวชการ และเซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์ในย่านทองหล่อ ซึ่งเข้าซื้อโดยนักลงทุนประเภทบุคคล

สถิติจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่า ในปี 2560 มีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในไทยรวมกว่า 35 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8.6% จากปี 2559 หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 ล้านคน ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ส่วนในปีนี้ คาดว่าจะมีจำนวนชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้นเป็น 37.6 ล้านคน

สำหรับปี 2561 มีโรงแรมคุณภาพเหมาะสมสำหรับการลงทุนมีเสนอขายไม่มาก คาดว่า มูลค่าการลงทุนซื้อขายโรงแรมในไทยของปีนี้จะไม่สูงเท่ากับปีที่ผ่านมา โดยอาจมีมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 10,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับมูลค่าการซื้อขายที่เกิดขึ้นเฉลี่ยรายปีในปีก่อนๆ