Sat. Mar 23rd, 2019
“วันออริจิ้น” เร่งปั้นธุรกิจโรงแรม ตั้งเป้า 2.3 พันห้องในปี 2566

“วันออริจิ้น” เร่งปั้นธุรกิจโรงแรม ตั้งเป้า 2.3 พันห้องในปี 2566

“วัน ออริจิ้น” เร่งปูพรมโปรเจ็กต์โรงแรม ตั้งเป้าบริษัทจะมีโรงแรม-มิกซ์ยูส 7 แห่ง รวมกว่า 2,300 ห้อง ภายในปี 2566 เผยเร่งแจ้งเกิด Staybridge Suites Bangkok-Holiday Inn & Suites Sriracha ให้เปิดบริการทันไตรมาส 4 ปีนี้ พร้อมเตรียมเปิดโครงการขนาดใหญ่อีก 2 แห่ง ในกรุงเทพฯและระยอง

นางกมลวรรณ วิปุลากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด ผู้บริหารธุรกิจสร้างรายได้หมุนเวียนในเครือออริจิ้น เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะสะสมสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ภายในเวลา 5 ปี บริษัทจะสามารถเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ และเสริมความแข็งแกร่งในด้านการลงทุน โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดตัวโครงการโรงแรมไปแล้วรวม 5 แห่ง ได้แก่ Staybridge Suites Bangkok, Holiday Inn & Suites Sriracha, ONE Phayathai, Staybridge Suites Chonburi Siracha และ ONE 24

และมีแผนจะเปิดตัวเพิ่มอีก 2 โครงการในปีนี้ ทำให้เชื่อว่าในปี 2566 บริษัทจะมีโรงแรมและมิกซ์ยูส 7 แห่ง จำนวนกว่า 2,300 ห้อง รวมเป็นสินทรัพย์กว่า 1.76 หมื่นล้านบาท

วัน ออริจิ้น ซึ่งจัดตั้งมาเป็นเวลา 4 ปี ยังถือเป็นน้องใหม่ของทั้งเครือออริจิ้น และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยที่ผ่านมาบริษัทได้เน้นบริหารงานด้วยการ joint venture กับพาร์ตเนอร์ที่สนใจ เพื่อลดภาระให้กับเครือ รวมถึงเตรียมเร่งสร้าง project value ให้บริษัทสามารถเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อสร้างการเติบโตต่อเนื่องในอนาคตต่อไป” นางกมลวรรณกล่าว

สำหรับปี 2562 จะเป็นปีที่ได้เห็นความสำเร็จของแผนการขยายงานในพื้นที่กรุงเทพฯ และอีอีซีได้อย่างชัดเจน เนื่องจากการดำเนินการก่อสร้างโรงแรมทั้ง 5 แห่งที่เปิดตัวไปแล้วเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงแรม Staybridge Suites Bangkok และ Holiday Inn & Suites Sriracha ซึ่งจะสามารถเลื่อนวันเปิดให้บริการให้เร็วขึ้นเป็นไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ในรูปแบบของ corporate hotel และ city hotel ซึ่งเหมาะสำหรับพื้นที่ที่เป็นแหล่งธุรกิจที่ดีมานด์เข้าพักสม่ำเสมอ พร้อมทั้งทยอยสร้างรายได้กลับเข้าสู่บริษัทต่อไปในอนาคต

ส่วนอีก 2 โครงการใหม่ที่จะเปิดตัว แบ่งเป็นโรงแรมระดับไฮเอนด์ในโปรเจ็กต์ ONE 59 บริเวณทองหล่อ-เอกมัย 1 แห่งบนที่ดินเช่าระยะยาว คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2564 และมิกซ์ยูสครบวงจรในจังหวัดระยองอีก 1 แห่ง บนที่ดินของออริจิ้น คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2565 โดยเชื่อว่ามิกซ์ยูสดังกล่าวจะมีการเติบโตสูงจากการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และสมาร์ทปาร์ก (smart park) ในมาบตาพุด ที่จะเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของอีอีซี โดยคาดว่าทั้ง 2 แห่งใช้เม็ดเงินลงทุน 2 พันล้านบาท

นางกมลวรรณกล่าวว่า สำหรับในปี 2561 ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยเติบโต 7% จากปีก่อน ถือเป็นการเติบโตแบบมีนัยสำคัญ รวมถึงมีข้อดีจากความหลากหลายของนักท่องเที่ยวทำให้ตลาดการท่องเที่ยวไทยเติบโตได้โดยไม่พึ่งตลาดใดตลาดหนึ่งเป็นหลัก นอกจากนั้น นักท่องเที่ยวชาวจีนที่หายไปก็กลับเข้ามาสู่ตลาดแล้ว ทั้งกลุ่มกรุ๊ปทัวร์ และกลุ่ม FIT ผนวกกับความร่วมมือกับเชนผู้บริหารระดับโลกอย่างอินเตอร์คอนติเนนตัล (IHG) จะทำให้ “วัน ออริจิ้น” สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าและจับดีมานด์ในตลาดไว้ได้ทัน


ขอบคุณข้อมูลจาก : www.prachachat.net วันที่ 4 ก.พ. 62
www.prachachat.net/tourism/news-285952