Wed. Jun 23rd, 2021
วัคซีน

ลุ้น “วัคซีน” 15.5 ล้านโดส ปูพรม 10 เมืองท่องเที่ยวนำร่อง

กลายเป็นประเด็นคำถามที่ยากในการหาคำตอบยิ่งนักสำหรับแผนการจัดสรรและกระจายวัคซีนของรัฐบาลในเวลานี้

และก็กลายเป็นความวิตกกังวลของคนวงการท่องเที่ยวอย่างมาก เนื่องจากเหลือเวลาอีกเพียงแค่ 2 สัปดาห์เศษ ๆ เท่านั้นที่ประเทศไทยจะได้ฤกษ์ทดลองเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยไม่กักตัวที่จังหวัดภูเก็ต ภายใต้ “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” 1 กรกฎาคมนี้ ก่อนที่จะขยายไปสู่พื้นที่เมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ อีก 10 จังหวัดต่อไป ตามข้อเสนอของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)


ททท. ชงเปิดพื้นที่ 10 จังหวัดนำร่องรับนักท่องเที่ยวไตรมาส 3 -4


โดยมีพื้นที่นำร่องที่เหลืออีก 9 จังหวัดนั้น ล่าสุด 4 จังหวัด (บางพื้นที่) ได้เสนอเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไม่กักตัวพร้อมกับจังหวัดภูเก็ตในเดือนกรกฎาคมนี้ จากไทม์ไลน์เดิมที่กำหนดเริ่ม 1 ตุลาคม 2564 ได้แก่

1.กระบี่ (เกาะพีพี, ไร่เลย์, เกาะโหง)

2.สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย, เกาะพะงัน, เกาะเต่า) โดยเสนอจำกัดพื้นที่และท่องเที่ยวระบบปิด 0+3+4 คืนความหมายว่า นักท่องเที่ยวไม่ต้องกักตัวในห้องพัก วันที่ 1-3 ของการเดินทางมาถึงนักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการและทำกิจกรรมต่าง ๆ ในบริเวณโรงแรมได้ ในทุกพื้นที่

จากนั้นวันที่ 4-14 ของการเดินทางนักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวได้ตามเส้นทาง และโปรแกรมที่กำหนดไว้ (sealed routes) หลังจากนั้นสามารถเดินทางออกไปเที่ยวนอกพื้นที่ได้ทั่วประเทศ

3.พังงา (เขาหลัก) เสนอขอไม่กักตัวตั้งแต่เดือนสิงหาคม

และ 4.เชียงใหม่ (อ.เมือง แม่ริม แม่แตง ดอยเต่า) เสนอกักตัว 0+7 คืน+sealed routes โดยสามารถทำกิจกรรมในโรงแรมเป็นเวลา 7 คืน และออกไปทำกิจกรรมใน sealed routes ที่กำหนดได้

ส่วนจังหวัดนำร่องที่เหลืออื่น ๆ จะเปิดพร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคมคือ กระบี่, เชียงใหม่, ชลบุรี (พัทยา, บางละมุง, สัตหีบ) โดยในพื้นที่ดังกล่าวนี้เสนอขอไม่กักตัว ส่วนกรุงเทพฯ, ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน), เพชรบุรี (ชะอำ) และบุรีรัมย์เสนอหลักการเปิดพื้นที่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนแล้ว

ไทม์ไลน์ดังกล่าวนี้ได้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) เรียบร้อยแล้วเมื่อ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา

หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยก็จะเริ่มทยอยกลับมามีสีสันขึ้นเรื่อย ๆ และน่าจะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้บ้าง นับตั้งแต่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้เป็นต้นไป

โดยประเด็นเดียวที่ “คนท่องเที่ยว” เป็นห่วงอย่างมากในขณะนี้ คือ รัฐบาลจะสามารถจัดสรรและกระจายการฉีดวัคซีนให้กับ 10 จังหวัดนำร่องดังกล่าวนี้ได้ตามแผนหรือไม่

เพราะเงื่อนไขสำคัญของการเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยไม่กักตัวคือ ประชากรในพื้นที่ต้องได้รับการฉีดวัคซีนแล้วไม่ต่ำกว่า 70% และ 100% สำหรับสถานประกอบการที่เปิดให้บริการ

“พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้ข้อมูลถึงความต้องการวัคซีนในเมืองท่องเที่ยวที่อยู่ในแผนเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยไม่กักตัวว่า สำหรับจังหวัดเมืองท่องเที่ยวที่อยู่ในแผน 10 จังหวัดนำร่อง ประกอบด้วย ภูเก็ต, กระบี่, พังงา, สุราษฎร์ธานี, เชียงใหม่, ชลบุรี, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, บุรีรัมย์ และกรุงเทพฯ มีจำนวนประชากรเป้าหมายรวม 7,761,203 คน รวมจำนวนวัคซีนที่ต้องการทั้งสิ้น 15,522,406 โดส

โดยแบ่งเป็นภูเก็ต จำนวน 933,174 โดส, กระบี่ 92,216 โดส, พังงา 33,326 โดส, สุราษฎร์ธานี 571,464 โดส โดยทั้ง 4 จังหวัดดังกล่าวนี้จะมุ่งเน้นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติ, เชียงใหม่ 300,120 โดส ซึ่งจะมีการจัดการแข่งวิ่งภูเขาและวิ่งเทรลชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 1 ประจำปี 2564 (WMTRC2021) วันที่ 11-14 พฤศจิกายน

ชลบุรี 1,243,582 โดส โดยเน้นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติและพื้นที่เชื่อมโยงกรุงเทพฯ, เพชรบุรี 844,300 โดส เน้นพื้นที่เชื่อมโยงกรุงเทพฯ และประจวบคีรีขันธ์, ประจวบคีรีขันธ์ 770,240 โดส เน้นบริเวณพื้นที่หัวหิน ปราณบุรี แหล่งที่พักสำคัญของชาวไทยและชาวต่างชาติ และจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ,

บุรีรัมย์ 1,656,088 โดส รองรับการแข่งขันกีฬาต่าง ๆ เช่น MotoGP ในเดือนตุลาคม 2564 และกรุงเทพฯ จำนวน 9,077,976 โดส โดยกรุงเทพฯ ถือเป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยว

“รมต.พิพัฒน์” ย้ำว่า การดำเนินงานเปิดรับนักท่องเที่ยวของ 10 จังหวัดท่องเที่ยวนำร่องดังกล่าวนี้จะเป็นไปตามแผนทั้งหมดได้หรือไม่นั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ “วัคซีน” ที่จะฉีดให้ประชากรในพื้นที่ว่าจะสามารถครอบคลุม 70% ได้ตามเป้าหมายหรือไม่…

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ https://www.prachachat.net/tourism/news-686920

Leave a Reply

Or

Your email address will not be published. Required fields are marked *