Sat. Oct 23rd, 2021
กรุงเทพฯแซนด์บอกซ์

ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินปลุกเศรษฐกิจ เปิดประเทศเต็มรูปแบบ 1 พ.ย.

รัฐปรับโหมดปลุกเศรษฐกิจโค้งสุดท้าย คิกออฟ “กรุงเทพฯแซนด์บอกซ์” กับอีก 5 จังหวัด 1 ต.ค. ก่อนเปิดประเทศเต็มรูปแบบ 1 พ.ย. “บิ๊กตู่” เดิมพันหมดหน้าตัก เคาะเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปลุกมู้ดนักท่องเที่ยว-นักลงทุนต่างชาติเข้าไทย ดัน พ.ร.ก.โรคติดต่อฯ บังคับใช้ รมว.ท่องเที่ยวฯ โปรโมต “ไทยเที่ยวไทย” ฟื้นท่องเที่ยวในประเทศ ภาคธุรกิจส่วนกลาง-ต่างจังหวัดตีปีกรับ เมืองพัทยาหวั่นตกขบวน

เปิดกรุงเทพฯแซนด์บอกซ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 21 ก.ย. 2564 ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี หรือ PMOC ยืนยันว่า จะมีการเปิดประเทศใน 5 จังหวัด วันที่ 1 ต.ค.นี้ ประกอบด้วย “กรุงเทพฯแซนด์บอกซ์” ชลบุรี (พื้นที่พัทยา บางละมุง สัตหีบ) เพชรบุรี (พื้นที่ชะอำ) ประจวบคีรีขันธ์ (พื้นที่หัวหิน) และเชียงใหม่ (พื้นที่อำเภอเมือง แม่แตง แม่ริม และดอยเต่า)

โดยให้เหตุผลว่า “รัฐตัดสินใจในการเดินทางเปิดประเทศ รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อต่อลมหายใจให้ผู้ประกอบการเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ เนื่องจากเป็นฤดูการท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ของทั้งตลาดต่างชาติ และตลาดคนไทยเที่ยวไทย


ผู้ว่าฯกทม. หารือ รมว.ท่องเที่ยว เปิดบางเขตรับนักท่องเที่ยว 1 ต.ค.


คาดว่าในปีนี้ตลาดไทยเที่ยวไทย จะมีการเดินทางในประเทศไม่ต่ำกว่าปี 2563 อยู่ที่ 90 ล้านคน ตามที่วางเป้าหมายไว้ ซึ่ง ททท.เตรียมโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบจัดหนักจัดเต็ม”

เราเที่ยวด้วยกันเปิดจอง 31 ต.ค.

ศูนย์ PMOC ระบุเพิ่มเติมว่า แผนการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว จะเริ่มที่โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 ซึ่งรัฐสนับสนุนค่าโรงแรม 40% ให้คูปองอาหาร 600 บาทต่อคืน และสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน 40% และโครงการทัวร์เที่ยวไทย ที่รัฐสนับสนุนวงเงิน 5,000 บาท เที่ยวผ่านบริษัททัวร์

ซึ่งปัจจุบันทั้ง 2 โครงการมีกรอบเงินกู้คงเหลือ 10,988 ล้านบาท จากเราเที่ยวด้วยกัน 5,958 ล้านบาท รวมถึงโครงการซื้อก่อน เที่ยวทีหลัง ที่เปิดโอกาสให้ซื้อแพ็กเกจจองท่องเที่ยวจากโรงแรมที่พักในราคาพิเศษ ที่สามารถจองได้ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2564 และสามารถเข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มีนาคม 2565

“ไม่เท่านั้น ยังเตรียมเปิดตัว 25 แหล่งท่องเที่ยวใหม่ เพื่อปลุกกระแสการเดินทางภายในประเทศ เพื่อให้เกิดการกระจายตัวการเดินทางท่องเที่ยว และเชื่อมไปยังแหล่งท่องเที่ยวหรือกิจกรรมท่องเที่ยวอื่น ๆ”

เลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ดึงมู้ดต่างชาติ

ขณะเดียวกันที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมเป็นประธาน ในวันเดียวกันนี้ ได้เห็นชอบวาระสำคัญของรัฐบาล ด้วยการยกร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 พ.ศ. …(พ.ร.ก.คุมโรค)

โดยจะไม่ขยายระยะเวลาการบังคับใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ที่จะสิ้นสุดลงวันที่ 30 ก.ย. 2564 ส่งผลให้เป็นการยกเลิกการประกาศบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปโดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ การไม่ขยายเวลาการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไป และส่งผลให้การบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินสิ้นสุดลง ยังทำให้ ศบค. ซึ่งตั้งขึ้นโดยอาศัยอำนาจ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาตรา 7 วรรคห้า ต้องมีอันสิ้นสภาพไป

เปิดประเทศ 1 พ.ย.

ขณะที่แหล่งข่าวจากศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยถึงการคาดการณ์แผนคลายล็อกกิจการ กิจกรรม และนำไปสู่การเปิดประเทศแบบเต็มรูปแบบว่า หลังจากไม่ขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่สิ้นสุด 30 ก.ย.นี้ จะเริ่มเปิดประเทศบางส่วน

ให้คลายล็อกกิจการเพิ่มเติม ในวันที่ 1 ต.ค. โดยมาตรการ “โควิดฟรี” หรือคุมโรคแบบครอบจักรวาล จากนั้นอีก 1 เดือนถัดไป ในวันที่ 1 พ.ย.จะเตรียมการเปิดประเทศแบบเต็มรูปแบบ เดินทางได้ทั่วประเทศ

ปักหมุดฟื้นท่องเที่ยว

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมพร้อมสำหรับการเดินหน้าเปิดเมืองท่องเที่ยวเพิ่มเติมตามนโยบายเปิดประเทศ 120 วันต่อเนื่อง ในส่วนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นมีแผนเปิดเพิ่มอีก 4 จังหวัด คือ ชลบุรี (บางละมุง สัตหีบ) ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) เพชรบุรี (ชะอำ) และเชียงใหม่ (อ.เมือง แม่ริม และดอยเต่า) 1 ต.ค.นี้ และกรุงเทพฯ วันที่ 15 ต.ค. 2564

ขณะเดียวกันได้เตรียมพร้อมสำหรับการเดินหน้ากระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศควบคู่ด้วย โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีแผนเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนจองสิทธิโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 จำนวน 2 ล้านสิทธิ

โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าโรงแรม 40% สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน (สูงสุด 15 คืน) คูปองอาหารและค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว 600 บาทต่อวัน และคืนค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน 40% สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท

โปรโมตไทยเที่ยวไทย 25 จังหวัด

และโครงการ “ทัวร์เที่ยวไทย” เที่ยวผ่านบริษัททัวร์ 1 ล้านสิทธิ ผ่าน www.ทัวร์เที่ยวไทย.com รัฐบาลสนับสนุนสูงสุด 5,000 บาท ผ่าน www.เราเที่ยวด้วยกัน.com ตั้งแต่ 24 ก.ย. สำหรับเดินทางท่องเที่ยวตั้งแต่ 15 ต.ค.เป็นต้นไปถึงต้นปี 2565

ทั้งนี้ รัฐบาลมีแผนเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวสำหรับรองรับการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือไทยเที่ยวไทย 25 จังหวัด วันที่ 15 ต.ค.ด้วย

โรงหนังคาดคึกคักโค้งสุดท้าย

นายนรุตม์ เจียรสนอง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การเตรียมพร้อมเปิดให้บริการของเมเจอร์ฯ เฟสแรกคือสร้างความปลอดภัยสูงสุด โดยระดมฉีดวัคซีนโควิดให้พนักงานครบ 2 เข็ม 100% เฟสถัดไปเมื่อกลับมาเปิดโรงภาพยนตร์อีกครั้งจะสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค ด้วยการตรวจ ATK บุคลากรทั้งภายในและภายนอก

ควบคู่กับเข้มมาตรการเดิมทั้งทำความสะอาดโรงหนังด้วยระบบ UV เว้นระยะห่างทุก 2 ที่นั่ง สำหรับสาขาในกรุงเทพฯ 100% ปรับเป็นรูปแบบ cashless ไม่ใช้เงินสด ไม่มีพนักงานอยู่ประจำเคาน์เตอร์หรือบริเวณตรวจตั๋วก่อนเข้าชมภาพยนตร์

“การดึงทราฟฟิกผู้บริโภคกลับมาอยู่ที่ความน่าสนใจของภาพยนตร์เป็นหลัก ที่ผ่านมามีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์รอลงจอจำนวนมาก เฉลี่ยเข้าฉายได้สัปดาห์ละ 2-3 เรื่อง โดยเฉพาะภาพยนตร์ต่างประเทศค่ายมาร์เวลสตูดิโอ ฮอลลีวูด อาทิ Fast & Furios 9, Shang Chi, Spider-Man : No Way Home ซึ่งแนวโน้มในต่างประเทศสร้างรายได้สูง หากฉายในไทยคาดว่าจะทำรายได้เฉลี่ยเรื่องละไม่ต่ำกว่า 200-300 ล้านบาท ส่งผลให้ช่วงโค้งท้ายปี’64 อุตสาหกรรมโรงภาพยนตร์อาจกลับมาคึกคัก มีเม็ดเงินสะพัดอีกครั้ง”

ฟิตเนสออกไกด์ไลน์เปิดให้บริการ

ด้านนางอรวรรณ เกลียวปฏินนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บจ.อีโวลูชั่น เวลส์เนสส์ (ประเทศไทย) ผู้บริหารฟิตเนสเฟิรส์ท, เซเลบริตี้ฟิตเนส และโกฟิต กล่าวว่า บริษัทได้จัดทำไกด์ไลน์การเปิดบริการไว้แล้ว มีรายละเอียดด้านต่าง ๆ ทั้งการจัดการสถานที่ การปฏิบัติงานของพนักงานและสมาชิก การให้บริการ ฯลฯ แต่ต้องรอดูความชัดเจนจากภาครัฐเกี่ยวกับข้อกำหนดเรื่องวัคซีน

“เชียงใหม่” เปิดเมือง 1 ต.ค.

สำหรับความเคลื่อนไหวในต่างจังหวัด นายพัลลภ แซ่จิว ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า การเปิดเมืองเชียงใหม่ภายใต้ชื่อ Charming Chiang Mai วันที่ 1 ต.ค. จะเน้นนักท่องเที่ยวไทยก่อน ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติต้องผ่านมติการประชุม ศบค.ก่อน

ทั้งนี้ เชียงใหม่จะยึดรูปแบบ 7+7 extention รับนักท่องเที่ยวต่อจากภูเก็ตแซนด์บอกซ์ มายังเชียงใหม่ จะเป็นมาตรการที่ผ่อนคลายมากกว่า นักท่องเที่ยวจะได้รับการคัดกรองในระบบมาก่อนแล้ว ทั้งวัคซีนและการตรวจโรคก่อนเดินทาง

จากนั้นเชียงใหม่จะเข้มงวดมาตรการ SOP ในลักษณะ sealed route-sealed area ให้บริษัททัวร์ และสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในเส้นทางจะต้องผ่านมาตรการ SHA และ SHA+ รวมถึงต้องออก job order รายละเอียดการเดินทางและการพำนักของนักท่องเที่ยว ซึ่งจะมี SHA Manager ของที่พักดูแลอีกขั้นตอนหนึ่ง

“หัวหิน” เร่งเต็มที่ พัทยายังลุ้น

นายศุรอัฐ ณรงค์ฤทธิ์ ประธานหอการค้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า มาตรการหรือข้อบังคับการเปิดเมืองหัวหินเดือน ต.ค. ภาครัฐและเอกชนในจังหวัดจะหารือและพิจารณาแผนทั้งหมดอีกครั้งวันที่ 22 ก.ย.

ขณะที่นายพิสูจน์ แซ่คู นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก เปิดเผยว่า สำหรับแผนมาตรฐานการปฏิบัติ (SOP) ในส่วนของเมืองพัทยา จะใช้แผนเดียวกับภูเก็ตแซนด์บอกซ์ สิ่งที่ทำอยู่คือให้โรงแรมเข้าร่วมสมัคร SHA+ ให้มากที่สุด แต่ติดปัญหาเรื่องวัคซีนเข็ม 2 ที่จะฉีดต้นเดือน ต.ค.นี้

“ตอนนี้พยายามติดตามแผนงานต่าง ๆ เหลือเวลาอีก 9 วัน นักท่องเที่ยวต่างชาติก็สอบถามข้อมูลมาแล้ว แต่ไม่สามารถตอบคำถามเขาได้ แนวโน้มตอนนี้อาจต้องเลื่อนเวลาออกไป ส่วนตัวมองว่าเปิดเมือง 1 ต.ค. ไม่น่าจะทัน”

ไฟเขียว เที่ยวด้วยกันเฟส 3

นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.ได้อนุมัติการเปลี่ยนแปลงรายละเอียด แผนระยะเวลา การดำเนินการโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 3 และทัวร์เที่ยวไทย ขยายเวลาสิ้นสุดทั้ง 2 โครงการในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 ทั้งนี้ ใช้สิทธิได้ในเดือนตุลาคม 2564-31 มกราคม 2565 และให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เร่งรัดการเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน

โครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 3 เปิดให้ผู้ประกอบการสมัครลงทะเบียนตั้งแต่ 24 กันยายน-1 ตุลาคม 2564 ส่วนหลักเกณฑ์การใช้สิทธิ มี 2 ล้านสิทธิ ผู้ลงทะเบียนจะต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป รัฐบาลสนับสนุนค่าโรงแรม 40% ไม่เกิน 3 พันบาทต่อห้อง/คืน ให้คูปองอาหาร 600 บาท/คืน สนับสนุนตั๋วเครื่องบิน 40% ไม่เกิน 2 พันบาท หรือ 3 พันบาท โดยดูตามเงื่อนไขของแต่ละจังหวัด

ส่วนโครงการทัวร์เที่ยวไทย เปลี่ยนหลักเกณฑ์และเงื่อนไข โดยให้สามารถเดินทางข้ามจังหวัด จากเดิมวันอาทิตย์-วันพฤหัสบดี และเปลี่ยนจำนวนรายการแพ็กเกจนำเที่ยวจาก 15 รายการต่อบริษัท เป็น 30 รายการต่อบริษัท ขณะการใช้สิทธิของทัวร์เที่ยวไทยจำนวน 1 ล้านสิทธิ ผู้ลงทะเบียนรับสิทธิจะต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป รัฐบาลสมทบให้ 40% ของแพ็กเกจท่องเที่ยว หรือไม่เกิน 5 พันบาทต่อคน

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ https://www.prachachat.net/tourism/news-766010

Leave a Reply

Or

Your email address will not be published. Required fields are marked *