Thu. Oct 18th, 2018
ฟิวเจอร์รังสิตกางที่ดิน350ไร่ “โรงแรม-สปอร์ตฮับ-เอาต์เลต” เสริมทัพ

ฟิวเจอร์รังสิตกางที่ดิน 350 ไร่ “โรงแรม-สปอร์ตฮับ-เอาต์เลต” เสริมทัพ

“ฟิวเจอร์รังสิต” เดินเครื่องดึงพาร์ตเนอร์ลงทุนยึดค้าปลีกกรุงเทพฯตอนเหนือ ปั้นอาณาจักร “เซ็นเตอร์ ออฟ พรีเมี่ยม ไลฟ์สไตล์” ดักทุกกลุ่มลูกค้าไม่ต้องเข้าใจกลางเมือง กางแปลนที่ดิน 350 ไร่ ปูพรม “โรงแรม-สปอร์ตฮับ-เอาต์เลต” เสริมทัพค้าปลีก

ฟิวเจอร์รังสิตกางที่ดิน350ไร่ “โรงแรม-สปอร์ตฮับ-เอาต์เลต” เสริมทัพ

นางรัตนา อนันทนุพงศ์ ผู้อำนวยการด้านการตลาด บริษัท รังสิตพลาซ่า จำกัด กล่าวว่า การลงทุนของกลุ่มฟิวเจอร์พาร์คยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงและสร้างอาณาจักร “ฟิวเจอร์รังสิต” ตามแผนการลงทุนที่วางไว้ โดยปัจจุบันบริษัทยังคงมีที่ดินเหลือสำหรับการพัฒนา 350 ไร่ จากทั้งหมด 650 ไร่ สำหรับสร้างพื้นที่นี้ให้เป็น “center of premium lifestyle and activity” ศูนย์รวมการใช้ชีวิตของกรุงเทพฯตอนเหนือ ซึ่ง 300 ไร่แรกที่ลงทุนไปแล้วนั้นครอบคลุมทั้งศูนย์การค้าและธุรกิจค้าปลีก อาทิ ศูนย์รวมเฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้าน, ศูนย์ออกกำลังกายขนาดใหญ่, ซูเปอร์รีจินอลมอลล์โรงพยาบาลเปาโล และจากนี้ไปจะเป็นการทยอยลงทุน 350 ไร่ที่เหลือ ซึ่งจะเริ่มในส่วนของโรงแรม, สปอร์ตฮับ, เวลเนส รวมถึงแฟชั่นเอาต์เลต โดยได้เปิดกว้างการลงทุนในลักษณะพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งเป็นการลงทุนระยะยาว

ทั้งนี้ ในปี 2563 จะพร้อมเปิดให้บริการในส่วนของโรงแรม 2 แห่ง เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว รองรับนักท่องเที่ยวและตลาดลูกค้าพรีเมี่ยม (ทำเลอยู่ติดโฮมโปร) และโรงแรมระดับ 2 ดาว รองรับการจัดงานสัมมนาและนักธุรกิจต่างจังหวัดเพื่อความสะดวกและไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้าเมือง (ทำเลติดเมเจอร์รังสิต) นอกจากนี้ยังมีในส่วนของการลงทุนเวลเนสเซ็นเตอร์, สปอร์ตฮับ และเอาต์เลตที่เจรจากับนักลงทุนจากยุโรปที่จะเข้ามาเติมเต็มต่อจากนี้

“ในส่วนการพัฒนาที่ดินเพื่อเป็นอาณาจักรฟิวเจอร์ซิตี้ด้านอื่น ๆ บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรธุรกิจมืออาชีพหลายกลุ่ม เพื่อร่วมสร้างความสมบูรณ์แบบบนที่ดินแห่งนี้ โดยระหว่างนี้บริษัทได้ปรับถนนภายในโครงการเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่มาใช้บริการ และรองรับโครงการที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต”

ปัจจุบันฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ มีทราฟฟิกเข้ามาใช้บริการ 1.7-2 แสนคนต่อวัน และได้ทำการตลาดแบบเจาะรายเซ็กเมนต์ เน้น 3 กลุ่มหลัก ครอบครัว วัยรุ่น และสูงอายุ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี รวมถึงการจัดแคมเปญและกิจกรรมที่เพิ่มความถี่ทุกสัปดาห์ และบริการ free WiFi ความเร็วสูง 50 Mbps สนองตอบความต้องการของลูกค้าในทุกพื้นที่

นอกจากนี้ได้เป็นพันธมิตรกับ 8 ธนาคาร ได้แก่ กรุงเทพ, ไทยพาณิชย์, กสิกรไทย, กรุงศรีอยุธยา, ออมสิน, ทหารไทย และธนชาต ด้วยการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มช่องทางการชำระสินค้าระหว่างร้านค้าและลูกค้าในรูปแบบ QR code ซึ่งจะเริ่มช่วงเดือนกันยายนนี้ วางเป้าหมายร้านค้าที่ร่วมโครงการช่วงแรกจำนวน 60% ของจำนวนร้านค้าทั้งหมด

โดยในช่วงปลายปีได้เตรียมบิ๊กอีเวนต์และแคมเปญไว้กระตุ้นกำลังซื้อในช่วงโค้งท้าย อาทิ แคมเปญปีใหม่, เคานต์ดาวน์ และกิจกรรมต่าง ๆ อีกกว่า 10 งาน ซึ่งจะทำให้ลูกค้ามาใช้บริการที่ฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ ในปี 2561 เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ จากการเปิดให้บริการศูนย์การค้าส่วนต่อขยายสเปลล์มา 3 ปี มีลูกค้ากลุ่มพรีเมี่ยมที่มีฐานรายได้ 85,000 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 20% และลูกค้าใช้จ่ายต่อบิลเฉลี่ย 2,200 บาท


ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 21 ก.ย. 61

www.prachachat.net/marketing/news-223410