Mon. Jan 18th, 2021
ปิ่นนาถ เจริญผล

“พัทยา” มั่นใจท่องเที่ยวฟื้นเร็ว อัดแคมเปญปลุกคนไทยเที่ยวทั้งปี

“เมืองพัทยา” จังหวัดชลบุรี เป็นเมืองท่องเที่ยวหลักที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวสูงสุดเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย รองจากกรุงเทพฯ และภูเก็ต โดยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน, อินเดีย และรัสเซีย โดยจากข้อมูลของกรมการท่องเที่ยวระบุว่า ในปี 2560 จังหวัดชลบุรีมีรายได้จากการท่องเที่ยวราว 2.4 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 2.64 แสนล้านบาท ในปี 2561 และ 2.7 แสนล้านบาท ในปี 2562

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้ร่วมสัมภาษณ์ “ปิ่นนาถ เจริญผล” ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพัทยา ถึงผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และทิศทางของภาคธุรกิจท่องเที่ยวเมืองพัทยาไว้ดังนี้

“ปิ่นนาถ” บอกว่า แม้ว่าภาคธุรกิจท่องเที่ยวของเมืองพัทยาจะคลายล็อกและกลับมาเปิดให้บริการกันอีกครั้งตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันพบว่ายังมีกลุ่มผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งยังคงปิดให้บริการเป็นการชั่วคราว โดยเฉพาะโรงแรมที่เป็นเชนอินเตอร์ ซึ่งส่วนใหญ่จับลูกค้าต่างประเทศเป็นหลัก ทำให้ปัจจุบันมีโรงแรมกลับมาเปิดให้บริการประมาณ 70%

โดยกลุ่มโรงแรมที่ทยอยกลับมาเปิดให้บริการแล้วนั้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่โฟกัสตลาดทั้งลูกค้าต่างประเทศและลูกค้าคนไทย อย่างไรก็ตาม บางแห่งก็ยังเปิดให้บริการเฉพาะบางโซน หรือบางแห่งเปิดให้บริการเฉพาะวันศุกร์-เสาร์ และอาทิตย์เท่านั้น เรียกว่ายังไม่กลับมาเปิดกันแบบ 100%

“พฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยยังนิยมเที่ยวเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ และวันหยุดยาว หรือติดวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีวันหยุดยาวช่วงต้นเดือนและปลายเดือนนั้นพบว่า มีนักท่องเที่ยวคนไทยเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่ประมาณ 60-70% โรงแรมบางแห่งมีอัตราเข้าพักกว่า 90-95% ขณะที่อัตราการเข้าพักวันธรรมดามีไม่ถึง 10%”

“ปิ่นนาถ” บอกด้วยว่า เพื่อเป็นการกระตุ้นการเดินทางของกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยอย่างต่อเนื่อง ทาง ททท.สำนักงานพัทยา ได้ร่วมกับผู้ประกอบการในพื้นที่ อาทิ สมาคมโรงแรมภาคตะวันออก,ชมรมสปาเมืองพัทยา, ชมรมร้านอาหารเมืองพัทยา ฯลฯ จัดแคมเปญ TAT Hot Deal @ Pattaya Chonburi ครั้งที่ 2 โดยจำหน่ายบัตรกำนัล หรือ voucher สินค้าและบริการท่องเที่ยว อาทิ โรงแรม, สปา, ร้านอาหาร, แหล่งท่องเที่ยว ฯลฯ ในราคาลด 50% จำนวน 10,000 ใบ ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ไปจนถึง15 กันยายนนี้ ผ่านแพลตฟอร์มของ Shopee

โดยผู้ที่ซื้อโวเชอร์ดังกล่าวนี้สามารถใช้ได้ถึง 24 ธันวาคม 2563 โดยครั้งนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมจำนวน 121 ราย มากกว่าครั้งที่ 1 ประมาณ 30 แห่ง แบ่งเป็น โรงแรมประมาณ 60 แห่ง, ร้านอาหาร 35 แห่ง, แหล่งท่องเที่ยว 20 แห่ง และสปา 7 แห่ง

“โครงการ TAT Hot Deal @ PattayaChonburi ครั้งที่ 1 เราขายโวเชอร์สินค้าและบริการท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองพัทยา ในราคาลด 50% จำนวน 7,000 ใบ เมื่อเดือนกรกฎาคมนั้น ได้รับการตอบรับดีมาก ขายหมดภายในแค่1 เดือน จึงเชื่อว่าครั้งที่ 2 นี้จะได้รับการตอบรับที่ดีเช่นกัน และน่าจะช่วยกระตุ้นให้คนไทยเดินทางไปเที่ยวเมืองพัทยากันต่อเนื่อง และลากยาวไปถึงปลายปี”

“ปิ่นนาถ” บอกอีกว่า ยอมรับว่าที่ผ่านมาธุรกิจท่องเที่ยวเมืองพัทยาได้รับผลกระทบหนักมากจริง ๆ เพราะพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย โดยปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวรวมกว่า 18 ล้านคน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 9 ล้านคน สร้างรายได้รวม 2.7 แสนล้านบาท

แต่ด้วยตลาดนักท่องเที่ยวของเมืองพัทยาในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวคนไทยในสัดส่วนใกล้เคียงกัน คือ นักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 55% และคนไทยประมาณ 45% ทำให้เชื่อมั่นว่าการท่องเที่ยวเมืองพัทยาจะสามารถกลับมาฟื้นตัวได้เร็วกว่าเมืองท่องเที่ยวในจังหวัดอื่น

บวกกับความร่วมมือร่วมใจของผู้ประกอบการภาคเอกชนที่มีความเข้มแข็งมาก ยิ่งทำให้มั่นใจว่าภาพรวมจะกลับมาฟื้นได้โดยรวม โดยจะพบว่าผู้ประกอบการทั้งจังหวัดชลบุรีได้จับมือกันทำการตลาดอย่างหนัก เพื่อให้ทุกคนก้าวผ่านสถานการณ์และผลกระทบจากโควิด-19 ให้ได้

นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประกอบต่างให้ความสนใจในการจัดทำมาตรฐานการให้บริการ และมาตรฐานด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว โดยร่วมกันยื่นขอตราสัญลักษณ์มาตรฐาน SHA : Amazing Thailand Safety and Health Administration หรือแนวทางความปลอดภัยด้านสุขอนามัยกันเป็นจำนวนมาก

ปัจจุบันผู้ประกอบการที่ได้รับตราสัญลักษณ์ดังกล่าวไปแล้วกว่า 300 ราย ทั้งโรงแรม, ร้านอาหาร, แหล่งท่องเที่ยว, ชุมชนท่องเที่ยว ฯลฯ

“ตอนนี้ธุรกิจในทุกเซ็กเตอร์ด้านท่องเที่ยวนั้นถือว่าปลดล็อกหมดแล้ว อยู่ที่ว่าใครจะเปิดหรือใครจะยังคงปิดชั่วคราวกันต่อไป ตอนนี้เรากำลังหารือกันว่าเราจะทำอีเวนต์อะไรได้บ้าง เพื่อปลุกให้สีสันของเมืองพัทยากลับคืนมา อาทิ งานเทศกาลพลุนานาชาติ จากเดิมที่จัดในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน,งานพัทยา มิวสิค เฟสติวัล รวมถึงงานเคานต์ดาวน์ ฯลฯ ซึ่งคงต้องหาโมเดลสำหรับจัดงานต่าง ๆ เหล่านี้ใหม่ว่าควรจะออกมาในรูปแบบไหน อย่างไร”

พร้อมย้ำว่า สำหรับปีนี้คาดการณ์ว่าทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวม และรายได้จากการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาน่าจะลดลงจากปี 2562 ที่ผ่านมาราว 60% หรือมีนักท่องเที่ยวรวมประมาณ 7 ล้านคน และมีรายได้รวมที่ราว 1.08 แสนล้านบาท และแน่นอนว่าส่วนใหญ่เป็นรายได้จากตลาดคนไทยเที่ยวในประเทศ…

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ https://www.prachachat.net/tourism/news-515486

Leave a Reply

Or

Your email address will not be published. Required fields are marked *