Tue. Nov 13th, 2018
บิ๊ก “เออเบิ้ล พร็อพเพอร์ตี้” ไขกลยุทธ์แตกไลน์ธุรกิจคอนโดสู่โรงแรม

บิ๊ก “เออเบิ้ล พร็อพเพอร์ตี้” ไขกลยุทธ์แตกไลน์ธุรกิจคอนโดสู่โรงแรม

กว่า 11 ปีที่ผ่านมา “เออเบิ้ล พร็อพเพอร์ตี้” ปักหมุดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งคอนโดมิเนียม ทาวน์โฮมในเมืองพัทยา ภายใต้แบรนด์ AERAS, ACQUA, The Urban Attitude ล่าสุดเป็นครั้งแรกที่บริษัทตัดสินใจขยายการลงทุนมาปักธง ในธุรกิจโรงแรมกว่า 3 แห่ง มูลค่าการลงทุนกว่า 1,350 ล้านบาท เพื่อสร้างรายได้ระยะยาว และเพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน 

โรงแรม แห่งแรกยู จอมเทียน

ทิศทางการลงทุนจากนี้ จะเห็นว่าผมหันมาขยายการลงทุนโรงแรมเป็นครั้งแรก ส่วนหนึ่งก็ทำตามความฝัน ว่าอยากเป็นเจ้าของโรงแรม ประกอบกับผมไปซื้อที่แถวจอมเทียนมาอีกแปลงเมื่อช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ตอนแรกก็คิดจะทำคอนโดมิเนียม แต่ก็รู้สึกเสียดายที่ดิน เพราะที่สวยๆ ซีวิวติดทะเลหาไม่ได้แล้ว และเห็นว่าในเมืองพัทยาค่อนข้างแน่นมาก จากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น

ทำให้ตอนนี้คนหนีมาเที่ยวแถวจอมเทียน และนาจอมเทียนเพิ่มขึ้นรองรับการขยายตัวด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา ประกอบกับนโยบายการลงทุนระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ของรัฐบาล ก็จะยิ่งทำให้พัทยา จะได้รับประโยชน์จากอีอีซีเป็นอย่างมาก เนื่อง จากมีความพร้อมด้านสิ่งอำนวย ความสะดวกและแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย

ทำให้ผมเลยคิดว่าเราปรับจากคอนโดฯมาทำโรงแรมดีกว่า ใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปี ลงทุนราว 200 ล้านบาท (รวมที่ดิน) สร้างเป็นโรงแรมยู จอมเทียน พัทยา นำประสบการณ์ในธุรกิจคอนโดมิเนียม มาออกแบบโรงแรมขนาด 64 ห้อง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “บูติก คอนโดฯ” ตกแต่งออกแนวป๊อป อาร์ต ทำพื้นที่ส่วนกลางให้มากๆ เน้นไฮไลต์สระว่ายนํ้าบนชั้นรูฟ ท็อปเก๋ๆ เห็นทะเลและวิวอาทิตย์ตก หรือบางห้องก็จะมีห้องนํ้าที่เป็นในลักษณะซีธรู อาบนํ้าไปชมวิวทะเลหรืออาทิตย์ตกดินไปพร้อมๆ กัน ซึ่งโรงแรมเพิ่งจะเปิดให้บริการเมื่อเดือนที่ผ่านมา

การลงทุนโรงแรมแห่งนี้ของผม จะเน้นดีไซน์ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางเที่ยวเอฟหรือเอฟไอทีเป็นหลัก ทั้งทำออกมาให้แตกต่างไม่เหมือนที่อื่น ก่อนจะเปิดให้บริการโรงแรม ผมก็มีการคุยกับหลายแบรนด์โรงแรมที่จะให้เข้ามาบริหารให้ และหลังการทำวิจัย เราพบว่าบางแบรนด์ต้องจ่ายค่าจ้างในการบริหารมากเกินไป ก็คงไม่ใช่ ส่วนบางแบรนด์ ที่ไม่มีโรงแรมในพัทยา เราก็ไม่อยากให้โรงแรมของผม เป็นการลองตลาด

จนท้ายสุดตัดสินใจเลือกใช้เชนยู โฮเทลส์ เข้ามาบริหารให้ เพราะเห็นว่าเขามีโรงแรมที่รับบริหารอยู่แล้วในพัทยา 1 แห่ง ซึ่งเป็นสไตล์รีสอร์ต ที่เป็นคนละแบบกับสไตล์ของโรงแรมเรา ประกอบกับชอบคอนเซ็ปต์ที่เป็นจุดขายของแบรนด์ยู โฮเทลส์ คือ ไม่ว่าจะเช็กอินเวลาไหน ลูกค้าสามารถเข้าพักได้ 24 ชั่วโมง หรือแม้แต่บริการอาหารเช้าที่จะเสิร์ฟที่ไหนก็ได้ตามที่ลูกค้าต้องการ

ผุด คอนโดฯ ก่อนเทิร์นเป็น โรงแรม

หลังเพิ่งจะชิมลางเปิดโรงแรมแห่งแรกในพัทยา ล่าสุดผมยังอยู่ระหว่างลงทุนโรงแรมและคอนโดมิเนียมเพื่อการลงทุน ขนาดราว 400 ห้อง บนพื้นที่ 4 ไร่ บริเวณพัทยากลาง ภายใต้โครงการเออเบิ้ล เอสเคป พัทยา ใช้เวลาก่อสร้างราว 3 ปี คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2564 มูลค่าโครงการ 850 ล้านบาท ซึ่งการตัดสินใจลงทุนในลักษณะนี้ เนื่องจากปัจจุบันคนนิยมซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้น และจากประสบการณ์ในการขายคอนโดมิเนียมที่ผ่านมา ก็เห็นว่าคนซื้อมักจะนำไปปล่อยเช่าเองเป็นรายวัน ทำให้เกิดปัญหาขัดแย้งกับคนที่พักอาศัยอยู่ในคอนโดฯเดียวกัน

ดังนั้นผมจึงทำโครงการนี้ขึ้น โดยในส่วนที่เปิดขายเป็นคอนโดฯเพื่อการลงทุน คนมาซื้อ สามารถเข้าพักได้ 15-20 วันต่อปี และผมจะนำห้องมาบริหารจัดการเป็นโรงแรมให้ทั้งอาคาร ให้ผลตอบแทนแก่ผู้ซื้อคอนโดมิเนียม เพื่อการลงทุนดังกล่าว 5 ปีแรกที่ 6% ราคาขายเริ่มต้นที่ 2.5-4 ล้านบาท ขนาดห้องตั้งแต่ 25-30 ตารางเมตร หลังจาก 5 ปี ก็จะเป็นการให้ผลตอบแทนในลักษณะ Sharing Benefit หรือการแบ่งปันกำไรจากการบริหารในสัดส่วนเจ้าของห้องได้ 60% บริษัทได้ 40% กลุ่มเป้าหมายของโครงการส่วนใหญ่เป็นต่างชาติ ซึ่งทั้งโครงการเราจะขออนุญาตทำเป็นโรงแรมในลักษณะ 4 ดาว ซึ่งจะใช้เชนโรงแรมมาบริหารจัดการดูแลให้ทั้งหมด

“ที่ผ่านมาเรามองว่าการลงทุนคอนโดมิเนียม เมื่อขายก็หมดไป จึงมองการลงทุนที่เป็นการเพิ่มมูลค่าให้ทรัพย์สินด้วยการลงทุนระยะยาว อย่างธุรกิจโรงแรม และมองว่าการลงทุนโรงแรมก็ตอบโจทย์ลูกค้าได้ด้วย เพราะคนก็อยากซื้อเพื่อการลง ทุนและให้เราบริหารในลักษณะโรงแรมให้ทั้งอาคาร ก็จะมีความชัดเจน ไม่เกิดปัญหาการขัดแย้งกันเหมือนหลายโครงการที่คนไปซื้อคอนโดมิเนียมที่มีคนอื่นพักอาศัยอยู่ แล้วมาปล่อยเช่าเป็นรายวัน ขณะเดียวกันเมื่อเราสร้างแล้วโอนเสร็จ ก็จะได้กำไรส่วนหนึ่ง แล้วเรายังบริหารเป็นโรงแรมต่อ ก็จะได้รายได้เข้ามาอีกต่อเนื่อง” นายสมภพกล่าวยํ้า

รุกดีไซน์ โฮเต็ลในกรุงเทพ

อีกทั้งผมยังมีแผนที่จะขยายการลงทุนโรงแรม มายังพื้นที่กรุงเทพฯด้วย ซึ่งจะลงทุนโรงแรมระดับ 3 ดาวครึ่ง จำนวน 110-130 ห้อง ลงทุนราว 300 ล้านบาท ในลักษณะดีไซน์ โฮเต็ล สมอลล์ คอมแพ็กต์ บนพื้นที่ 260 ตารางวา บริเวณห้าแยกลาดพร้าว หน้าโรงเรียนเซนต์จอห์นติดกับโครงการเดอะเซนต์ เรสซิเด้นท์ เนื่องจากไปซื้อที่มาในช่วง 1-2 ปีนี้ ตอนแรกคิดจะทำคอนโดมิเนียม แต่เสียดายศักยภาพของทำเลที่ตั้งที่ติดแนวรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและใกล้ตลาดนัดสวนจตุจักร จึงตัดสินใจหันมาทำโรงแรมแทน คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีหน้า ใช้เวลาก่อสร้าง 1 ปีครึ่ง คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ต้นปี 2564

โรงแรมแห่งนี้จะเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ ดีไซน์ของโรงแรมจึงเน้นเรื่องของการใช้เทคโนโลยีในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางให้มาก ขนาดห้องพักอยู่ที่ราว 15-20 ตารางเมตร เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ และขายห้องพักในราคาคืนละไม่เกิน 2 พันบาท

ทั้งหมดล้วนเป็นทิศทางของเออเบิ้ล พร็อพเพอร์ตี้ ที่หันมาขับเคลื่อนธุรกิจโรงแรม เพื่อหวังสร้างรายได้ระยะยาวและเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินให้แก่บริษัทนั่นเอง


ที่มา : www.thansettakij.com วันที่ 21 ต.ค. 61
www.thansettakij.com/content/333564