Wed. Jan 22nd, 2020
ททท

ท่องเที่ยวปี63 โตแผ่ว ‘ททท.’ลั่นไม่ง่ายต้องสู้ต่อ

ในปีที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าการแข็งค่าของเงินบาท รวมถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ส่งผลกระทบให้การท่องเที่ยวของไทยเติบโตตํ่ากว่าเป้าหมาย โดยเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ราว 4% เท่านั้น ทั้งเมื่อดูจากปัจจัยต่างๆ ที่ยังคงอยู่ในปีนี้ ก็จัดว่าเป็นปีที่หนักหนาสาหัสพอสมควร ซึ่งกลยุทธ์การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในปีนี้จะมีทิศทางเช่นไร อ่านได้จากสัมภาษณ์ นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

บาทแข็งตัวฉุดรายได้

ปีที่ผ่านมาไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวราว 39.8 ล้านคน ซึ่งก็ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ททท.ตั้งไว้ โดยนักท่องเที่ยวอินเดียเติบโตมาก จากเดิมที่คาดว่าน่าจะถึง 2 ล้านคนในปี 2563 แต่ปรากฏว่าปี 2562 ก็น่าจะลุ้นได้ที่ 2 ล้านคนแล้ว ส่วนจีนก็ยังเป็นตลาดที่น่าจะใกล้ 10 ล้านคน ซึ่งจีนฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดไว้ ขณะที่อาเซียน ก็น่าจะได้ 10 ล้านคน แต่ในแง่ของรายได้ก็ยังต้องรอลุ้น

เนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว คนระมัดระวังในการใช้จ่าย ประกอบกับเงินบาทแข็งค่า ที่สุดในภูมิภาคนี้ ทำให้เงินที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเคยแลกมาใช้จ่ายในไทยในมูลค่าเท่าเดิม แต่ในปีนี้จากบาทแข็งค่า ก็ทำให้แลกเงินบาทได้ลดลงทันที 10-20% การมาเที่ยวไทยจึงแพงขึ้นในสายตาต่างชาติ

ขณะที่การเดินทางเที่ยวในประเทศของคนไทย เติบโตราว 1% ซึ่งคนเลือกเที่ยวเมืองรอง มากขึ้น แต่รายได้เพิ่มขึ้น 3% จากมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น ชิม ช้อป ใช้,100 เดียวเที่ยวทั่วไทย เติบโตไม่มากนัก สวนทาง กับการเติบโตของคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 10% โดยคาดว่าน่าจะทะลุ 13 ล้านคน

คาดท่องเที่ยวปีนี้โต 4%

สำหรับสถานการณ์ในปีนี้ก็คาดว่ายังคงเป็นปีที่ท้าทายอย่างมาก เนื่องจากปัจจัยลบต่างๆ ก็ยังคงอยู่ ส่งผลให้เติบโตของนักท่องเที่ยวต่างชาติจะไม่โตหวือหวาเหมือนเมื่อก่อน เหมือน ที่ททท.เคยตั้งเป้าหมายไว้เมื่อกลางปีก่อน โดยมีแนวโน้มการเติบโตใกล้เคียงกับปี 2562 คือ อยู่ที่ราว 4% (ตารางประกอบ) เนื่องจากนอกจากปัจจัยลบต่างๆ การแข็งค่าของเงินบาท ก็ยังมี ข้อจำกัดเรื่องการรองรับของ สนามบินหลักของไทยด้วย

โดยททท.คาดว่าแนวโน้มปี 2563 ไทยจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ที่ราว 3.18 ล้านล้านบาท เติบโต 4% มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40.8 ล้านคน สร้างรายได้ 2.02 ล้านล้านบาท ส่วนไทยเที่ยวไทย อยู่ที่ 172 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 1.16 ล้านล้านบาท

รัฐตั้งเป้าทัวริสต์41.8 ล.คน

ขณะที่เป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ คือ การผลักดันให้ต่างชาติมาเที่ยวไทย 41.8 ล้านคน ดังนั้นททท.จะต้องผลักดันให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนอีก 2 ล้านคน ซึ่งตลาดหลักที่มีการเติบโตสูงก็ยังคงเป็นจีน เพราะคนจีนเดินทางเที่ยวนอกปีละกว่า 120 ล้านคน แต่มาไทยอยู่ที่ 10 ล้านคน ยังเป็นตลาดที่เติบโตได้อีก

รวมถึงเน้นขยายตลาดนักท่องเที่ยวอินเดีย เนื่องจากมีดีมานด์สูง และททท.จะไปชัก ชวนให้มีการเปิดเที่ยวบินเช่าเหมาลำเข้าไทยเพิ่มมากขึ้น รวมถึงมาตรการ VISA ON Arrival (VOA) ที่ก็จะขอให้รัฐบาลสนับสนุน ให้ขยายมาตรการนี้ออกไปอีก และนโยบายของรมต.ท่องเที่ยวก็อยากผลักดันนโยบายฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย ซึ่งอยู่ระหว่างการผลักดัน

ส่วนอาเซียนก็จะผลักดันให้เติบโตขึ้น สหรัฐฯก็มีการเติบโตที่ดีแม้จะเป็นตลาดระยะไกล ส่วนยุโรป ททท.จะพยายามขยายฐานนักท่องเที่ยวกลุ่มเฟิสต์วิสิตให้มากขึ้น รวมไปถึงการโฟกัสการขยายฐานนักท่องเที่ยวคุณภาพ เน้นการเจาะเซ็กเมนต์นักท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้น การหาตลาดใหม่ๆ ในเมืองรองของประเทศต่างๆ มากขึ้น

ทั้งยังลดความผันผวนจากตลาดต่างชาติ ด้วยการปรับสมดุล ขยายฐานรายได้จากการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ โดยให้สัดส่วนรายได้จากเที่ยวในประเทศคิดเป็นสัดส่วน 33%

อีกทั้งในปีนี้ททท.ครบรอบ 60 ปี ก็จะเน้นการจัดกิจกรรมพิเศษเพื่อสร้างจุดขายด้านการท่องเที่ยวของไทยด้วย และโฟกัสการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ซึ่งผมยอมรับว่าการท่องเที่ยวปี 63 ไม่ง่ายต้องสู้ต่อ

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

https://www.thansettakij.com/content/business/418018