Fri. Jul 23rd, 2021
ภูเก็ต

ททท. ไม่หวั่นล็อกดาวน์ เดินหน้าสมุยตามภูเก็ตแซนด์บอกซ์

แม้รัฐบาลจะประกาศล็อกดาวน์ครั้งใหญ่ และขอความร่วมมืองดเดินทางข้ามจังหวัดสำหรับจังหวัดพื้นที่สีแดงอีกครั้งรวม 14 วัน ตั้งแต่ 12 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป

แต่สำหรับ “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” โครงการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยไม่กักตัวของจังหวัดภูเก็ต ที่เริ่มดำเนินการไปแล้วเมื่อ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้นยังคงเดินหน้าต่อเนื่องตามนโยบายเปิดประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

ภูเก็ต 11 วัน นทท. 4.56 พันคน

จากรายงานของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต, ท่าอากาศยานภูเก็ต สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต สมาคมโรงแรมภูเก็ต และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 พบว่าในช่วง 11 วันแรก (1-11 กรกฎาคม 2564) ของโครงการมีนักท่องเที่ยวเข้ามาแล้วรวม 4,568 คน คัดกรองพบผู้ติดชื้อจำนวน 6 คน แบ่งเป็นตรวจครั้งที่ 1 จำนวน 1 คน และตรวจครั้งที่ 2 จำนวน 5 คน


“สมุย พลัส โมเดล” มาแน่ เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 15 ก.ค. นี้


รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า ขณะนี้แนวโน้มของ “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” ดีขึ้นต่อเนื่องอย่างชัดเจน จากวันแรก ๆ ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาประมาณ 200-400 คน เพิ่มเป็น 762 คน ในวันที่ 9 กรกฎาคม จำนวน 630 คน ในวันที่ 10 กรกฎาคม และจำนวน 651 คน ในวันที่ 11 กรกฎาคม โดยตัวเลขดังกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าระบบต่าง ๆ รวมถึงการบริหารจัดการทั้งระบบเริ่มเข้าที่เข้าทางและสามารถเดินต่อไปได้

“ป่าตอง-เชิงทะเล-กะรน” ฮิต

ทั้งนี้ มีการจองโรงแรมที่พัก (SHA+) ในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2564 ผ่านระบบ SHABA (SHA Plus Booking Authentication system) แล้วจำนวน 174,501 คืน (room night) แบ่งเป็นเดือนกรกฎาคม 153,999 คืน หรือ
คิดเป็น 88% เดือนสิงหาคม 18,834 คืน หรือคิดเป็น 11% และเดือนกันยายน 1,668 คืน หรือประมาณ 0.9%

นอกจากนี้ ยังมียอดจองสำหรับเดือนตุลาคม 2564-กุมภาพันธ์ 2565 เข้ามาแล้วจำนวน 1,355 คืน

จากข้อมูล ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2564 พบว่าจากยอดจองโรงแรมที่พักประมาณ 1.7 แสนคืนนั้นเป็นยอดการบุ๊กกิ้งจากโรงแรมจำนวน 307 แห่ง จากจำนวนนักท่องเที่ยว 15,494 คน จำนวนวันพักเฉลี่ยที่ 11.35 คืน

โดยในจำนวนยอดจองดังกล่าวนี้ทำเลที่ได้รับการจองมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ

1.ป่าตอง คิดเป็น 38.43%

2.เชิงทะเล 14.81%

3.กะรน 12.33%

4.ไม้ขาว 7.55%

และ 5.ราไวย์ 5.74%

ขณะที่กมลา มีสัดส่วน 5.49% วิชิต มีสัดส่วน 4.94% สาคู มีสัดส่วน 4.34% ที่เหลือเป็นพื้นที่อื่น ๆ ในสัดส่วนใกล้เคียงกันคือมีสัดส่วนประมาณ 1%

“รมต.พิพัฒน์” สั่งเดินหน้าต่อ

“ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยืนยันกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แม้ว่ารัฐบาลจะประกาศล็อกดาวน์พื้นที่ 10 จังหวัดที่มีการแพร่ระบาดสูง แต่รัฐบาลโดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังคงให้นโยบายขับเคลื่อน “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” และเดินหน้าเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในพื้นที่ที่มีความพร้อมต่อไปตามแผน

โดยมีกำหนดเปิดสมุย (Samui Plus) ในรูปแบบซีลรูต (sealed route) ในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเป็นพื้นที่ลำดับที่ 2 ในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

“ยุทธศักดิ์” บอกว่า สำหรับภูเก็ตแซนด์บอกซ์นั้นหลังจากที่เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ 2 สัปดาห์ พบว่าภูเก็ตยังคงได้รับการตอบรับที่ดีมียอดบุ๊กกิ้งโรงแรมที่พักเพิ่มขึ้นทุกวัน ล่าสุดสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ได้ประกาศเพิ่มเที่ยวบินสู่ภูเก็ตอีกวันละ 1 เที่ยวบิน สวนกระแสการแพร่ระบาดของโควิดภายในประเทศอย่างชัดเจน

มั่นใจ ก.ค.นักท่องเที่ยวแตะหมื่น

ทั้งนี้ หากประเมินจากจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมในช่วง 11 วันแรก และตัวเลขการจองโรงแรมที่พักล่วงหน้าผ่านระบบ SHABA แล้ว คาดว่าตลอดเดือนกรกฎาคมนี้จะมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 10,000 คนตามที่คาดการณ์ไว้

ผู้ว่าการ ททท.ยังบอกด้วยว่าขณะเดียวกัน ในด้านมาตรการดูแลและควบคุมโรคก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดี และสามารถรับมือได้ดีเมื่อตรวจพบผู้ที่ติดเชื้อ ทั้งในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ และกลุ่มตลาดคนไทยเที่ยวไทย

“ตอนนี้ทุกอย่างอยู่ที่การสื่อสารซึ่งเราพยายามสื่อว่าภูเก็ตเป็นพื้นที่สีเขียวที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ เพียงแต่ในเชิงปฏิบัติเราต้องยกการ์ดให้สูงขึ้นด้วย ทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ และกลุ่มคนไทยด้วยกันเองที่จะเดินทางเข้าภูเก็ตและสมุย เพื่อรักษาพื้นที่ให้ภูเก็ตมีความปลอดภัยในระดับที่สามารถควบคุมได้ต่อไป”

15 ก.ค.เปิด “สมุย” ตามแผน

สำหรับพื้นที่อำเภอสมุย หรือ Samui Plus นั้น “ฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา” รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท.ให้ข้อมูลว่า ททท.พร้อมเดินหน้าเปิดเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า (สุราษฎร์ธานี) รับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยไม่กักตัวในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป ในรูปแบบที่เรียกว่า sealed route model ภายใต้โครงการ “สมุยพลัส” หรือ SAMUI+

โดยเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนแล้วภายใต้เงื่อนไขว่าจะต้องเป็นการท่องเที่ยวที่เน้นความมั่นใจและความปลอดภัยเป็นหลัก ซึ่งกำหนดให้วันแรก (day 0) นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาถึงตรวจสวอบ (RT-PCR) ครั้งที่ 1 และพักอยู่ในห้องพักเท่านั้น วันที่ 1-3 นักท่องเที่ยวพักผ่อนและทำกิจกรรมนอกห้องพัก ในบริเวณโรงแรมและพื้นที่ที่โรงแรมจัดสรรไว้ (area quarantine)

วันที่ 4-7 นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ในอำเภอเกาะสมุยตามเส้นทางและโปรแกรมท่องเที่ยวที่กำหนดไว้ (sealed route) วันที่ 8-14 หลังผลการตรวจสวอบครั้งที่ 2 เป็นลบ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ภายในพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า หากผลตรวจสวอบครั้งที่ 3 เป็นลบนักท่องเที่ยวจะสามารถเดินทางไปได้ทั่วประเทศ

“สำหรบสมุยนั้นทางกระทรวงการต่างประเทศได้เปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยในต่างประเทศที่มีแผนเดินทางเข้าสมุยลงทะเบียนขอรับหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศทางอากาศ หรือ COE ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา”

ย้ำ “ภูเก็ต” เริ่มต้นดี

“ชำนาญ ศรีสวัสดิ์” ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ให้ข้อมูลกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากจังหวัดภูเก็ตเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” ไป พบว่า มีทั้งกระแสตอบรับที่ดี และกระแสดราม่าค่อนข้างเยอะ

ไม่ว่าจะเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวที่ยังมีไม่มากนัก หรือโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้าต่าง ๆ ที่ยังเปิดให้บริการในสัดส่วนที่น้อย รวมถึงการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งจากต่างประเทศและในประเทศเป็นระยะ แต่สำหรับภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมองว่านโยบายดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

โดยย้ำว่า สำหรับคนท่องเที่ยวแล้วในช่วงเริ่มต้น 3 เดือนแรกนี้ (กรกฎาคม-กันยายน) ขอเพียงแค่มีการเริ่มต้นและบริหารจัดการให้ทุกอย่างเป็นระบบเข้าที่เข้าทางก็แฮปปี้แล้ว ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามานั้นหากเป็นไปตามเป้าหมายก็จะยิ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติต่อประเทศไทยด้วย

เข้มคนไทยเข้า “ภูเก็ต-สมุย”

ขณะเดียวกัน ทางจังหวัดภูเก็ตเองยังได้ยกระดับและเพิ่มมาตรการด้านการคัดกรองที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนไทยที่จะเดินทางเข้าภูเก็ตและสมุย โดยนอกจากจะได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 โดส หรือวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 1 โดส ไม่น้อยกว่า 14 วันแล้วยังกำหนดให้ตรวจ RT-PCR หรือการตรวจ rapid test ยืนยันผลการตรวจจากจังหวัดต้นทางไม่เกิน 7 วันด้วย โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 15-31 กรกฎาคมนี้

โดยเฉพาะคนที่เดินทางจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด หรือพื้นที่สีแดงเข้ม และพื้นที่ควบคุมสูงสุด 24 จังหวัด หรือสีแดง ทั้งนี้ เพื่อให้ภูเก็ตสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ และสามารถเดินหน้าโครงการ “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” ได้ต่อไป

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ https://www.prachachat.net/tourism/news-713035

Leave a Reply

Or

Your email address will not be published. Required fields are marked *