Thu. Dec 12th, 2019
“เอ็กซ์พีเดีย” ยันดีมานด์เที่ยวไทยโต-แนะโรงแรมใช้เทคโนโลยีฝ่าวิกฤต

“เอ็กซ์พีเดีย” ยันดีมานด์เที่ยวไทยโต-แนะโรงแรมใช้เทคโนโลยีฝ่าวิกฤต

“เอ็กซ์พีเดีย” ชี้ดีมานด์ท่องเที่ยวไทยยังโต เผยแพลตฟอร์มออนไลน์ขยายตัวสวนกระแสเศรษฐกิจ แนะผู้ประกอบการมุ่งใช้เทคโนโลยีช่วยทำตลาด หาช่องว่างยกธุรกิจสู่ตำแหน่งทางการตลาดที่ดีที่สุด พร้อมนำเสนอเครื่องมือใหม่ให้พาร์ตเนอร์ฝ่าวิกฤตท่องเที่ยวไทย

นางพิมพ์ปวีณ์ นพกิจกำจร ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการตลาด บริษัท เอ็กซ์พีเดีย ลอดจ์จิ้ง พาร์ทเนอร์ เซอร์วิส จำกัด ผู้บริหารเอ็กซ์พีเดีย ไทยแลนด์ เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ได้ปรับลดการคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2562 ลงมาเป็น 40.2 ล้านคน เนื่องจากปัญหาสภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น

“เอ็กซ์พีเดีย” ยันดีมานด์เที่ยวไทยโต-แนะโรงแรมใช้เทคโนโลยีฝ่าวิกฤต

ขณะที่ทางผู้ประกอบการท่องเที่ยวในแพลตฟอร์มออนไลน์อื่นมีการเติบโตต่อเนื่องในอัตราที่สูงมาก โดยพบว่ามีมูลค่าการจองสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวผ่านช่องทางออนไลน์ในเอเชีย-แปซิฟิกเพิ่มจาก 12.9 ล้านล้านบาทในปี 2557 ไปเป็น 16.7 ล้านล้านบาทในปี 2565 เช่นเดียวกับเอ็กซ์พีเดียที่มีรายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 9%

นางพิมพ์ปวีณ์กล่าวว่า เอ็กซ์พีเดียในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มท่องเที่ยวที่มีเครือข่ายและเว็บไซต์มากกว่า 200 เว็บไซต์ใน 70 ประเทศทั่วโลก พิจารณาจากฐานข้อมูลแล้วพบว่าแม้สถานการณ์ตลาดโดยรวมที่ทุกฝ่ายเผชิญจะท้าทายอย่างมาก แต่ยังคงมีดีมานด์ในตลาด ซึ่งหากผู้ประกอบการสามารถทำตลาดได้ตรงจุดก็จะสามารถดึงดีมานด์เหล่านั้นมาเติมเต็มในส่วนที่หายไปได้

“เราเชื่อว่าเทคโนโลยีจะช่วยผู้ประกอบการในการหาช่องว่างของตลาดในส่วนที่ยังสามารถสร้างรายได้ เพียงแต่ผู้ประกอบการอาจจะต้องให้ความสำคัญกับการทำตลาดผ่านออนไลน์และสม่ำเสมอมากขึ้น เพื่อให้เทคโนโลยีและข้อมูลที่ได้จากเทคโนโลยีสร้างประโยชน์สูงสุด และขับเคลื่อนธุรกิจของผู้ประกอบการให้อยู่ในตำแหน่งทางการตลาดที่ดีที่สุดได้” นางพิมพ์ปวีณ์กล่าว

และว่าในปีที่ผ่านมาเอ็กซ์พีเดียได้ลงทุนด้านเทคโนโลยีเพิ่มด้วยงบประมาณ 4.9 หมื่นล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบอัตโนมัติโดยการใช้ข้อมูลเข้ามาเสริมประสิทธิภาพของแพลตฟอร์มมากยิ่งขึ้น โดยล่าสุดได้พัฒนา 2 ฟีเจอร์สำคัญ ได้แก่ ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผู้เข้าพัก (customer insight) เพื่อให้โรงแรมสามารถต่อยอดการใช้ข้อมูลจากการจอง เข้าใจจุดประสงค์และพฤติกรรมของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนั้น ยังมี Rev+ เครื่องมือการจัดการเพื่อเพิ่มรายรับที่จะเปรียบเทียบอัตราค่าห้องพักของโรงแรมกับกลุ่มโรงแรมคู่แข่งขันที่อยู่ในระดับราคาและพื้นที่เดียวกัน เพื่อไม่ให้โรงแรมมีอัตราค่าห้องพักที่ต่ำหรือสูงจนเกินไปจนเสียโอกาสที่จะได้ลูกค้าหรือค่าห้องเพิ่มขึ้น

โดยเทคโนโลยีทั้ง 2 มีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) และแมชีนเลิร์นนิ่ง (machine learning) ซึ่งเอ็กซ์พีเดียจะเร่งพัฒนาเพื่อสร้างระบบช่วยเหลือพาร์ตเนอร์โรงแรมอัตโนมัติในหลายภาษาในอนาคตอันใกล้ เพื่อช่วยเพิ่มรายได้และช่วยหาลูกค้าได้เพิ่มขึ้น

นางพิมพ์ปวีณ์กล่าวต่อไปว่า เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยเข้าถึงเทคโนโลยีในการทำตลาดมากขึ้น เอ็กซ์พีเดียจึงได้ร่วมกับ ททท.ในการลงพื้นที่เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว 55 เมืองรองให้เกิดจริงได้ โดยได้วางพื้นที่นำร่องที่จะลงไปเวิร์กช็อปการเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อทำตลาดเบื้องต้น 4 จังหวัด ซึ่งลงพื้นที่เสร็จสิ้นแล้ว 3 จังหวัด ได้แก่ สตูล เชียงราย และแม่ฮ่องสอน และเตรียมที่จะลงพื้นที่เกาะช้าง จังหวัดตราดในอีก 2-3 เดือนที่จะถึงนี้

ทั้งนี้ ปัจจุบันเอ็กซ์พีเดียมีจำนวนโรงแรมที่พักในระบบกว่า 1 ล้านแห่ง สายการบินกว่า 500 สายการบิน กิจกรรมให้บริการกว่า 35,000 กิจกรรม บริษัทให้เช่ารถมากกว่า 175 แห่ง พร้อมบริการบ้านที่พักให้เช่าระยะสั้นกว่า 1.8 ล้านแห่งที่สร้างรายได้ในปี 2561 กว่า 3.45 แสนล้านบาท


ขอบคุณข้อมูลจาก : www.prachachat.net
www.prachachat.net/tourism/news-355973