Sun. Nov 27th, 2022
งานไฟ

ชวนเที่ยวงานไฟ “Nasatta Light Festival Winter Illumination 2023” ที่ราชบุรี

ททท. สำนักงานราชบุรี ชวนเที่ยวงาน “Nasatta Light Festival Winter Illumination 2023” งานแสดงไฟประดับที่ “ณ สัทธา อุทยานไทย” ตลอดเดือนพ.ย. 65-ม.ค. 66

เข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว และช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ สถานที่ต่าง ๆ พร้อมใจกันประดับประดาไฟสวยงาม เพื่อสร้างสีสันและดึงดูดนักท่องเที่ยว ในโอกาสนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานราชบุรี จึงจัดงาน “Nasatta Light Festival Winter Illumination 2023” งานแสดงไฟประดับที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดราชบุรี ที่ “ณ สัทธา อุทยานไทย” อำเภอบางแพ

ซึ่งปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 5 ภายใต้ธีม “Illumination Festival” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรายได้แก่ชุมชนและภาคธุรกิจ รวมถึงกระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัดราชบุรี  มีแนวคิดในเรื่องความสุข สนุกเพลิน เบิกบาน จากสีสันของไฟประดับนับล้านดวง ที่นำเสนอเรื่องราวผ่านเทคโนโลยี Interactive Light Art Projector Mapping, Interactive Display และครั้งแรกกับ Kinetic Lighting Art กลางแจ้ง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์ ILLUMINATION ART กับงานประติมากรรมท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น

ทั้งนี้ ภายในงานมีจุดแสดงไฟผ่านแนวคิดต่าง ๆ รวม 16 จุด ได้แก่

1.Thai Glorious Era (Dynamic Light Show) “ยุคทอง” : ไฟ LED ดัดแต่งเป็นภาพโครงร่างวัดสำคัญแสดงเป็นฉากหลังพระบรมรูปสามมหาราชไทยที่ประดิษฐานเป็นสง่า ณ ลานมหาราชกษัตรา ได้แก่ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ซึ่งเป็นวัดในเขตพระราชฐานประจำรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, วัดใหญ่ชัยมงคล จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นวัดเด่นสมัยอยุธยา เบื้องหลังสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร วัดประจำพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

ประดับด้วยไฟกระพริบกว่า 50,000 ดวง ให้บรรยากาศเหมือนแสงหิ่งห้อยยามค่ำคืน บริเวณลานด้านหน้าตกแต่งด้วยหลอดไฟก้านยาวเต็มพื้นที่ เสมือนทุ่งดอกไม้เรืองแสงที่สื่อถึงความรุ่งเรืองของแผ่นดินทอง

2.Season Change (Immersive Art) “เส้นทางปลุกพลังชีวิตเริ่มต้นสิ่งใหม่” : สัมผัสความงามของธรรมชาติที่แวดล้อมด้วยสระน้ำและทุ่งแสงไฟประดับเปลี่ยนสี ภาพสะท้อนในรูปแบบของ Immersive Art & Reflection Light Garden ตลอดเส้นทางเดินสู่อาคาร ณ สัทธานุสรณ์ และ ณ สัทธาปฏิมา 3 สมัย ด้วยแนวคิดที่สร้างความรู้สึกรับพลังจากความสว่างไสวของไฟราวกับกำลังเดินในแดนสวรรค์ส่งมอบกำลังใจในวันเริ่มต้นใหม่

โดยประดับไฟหยดน้ำ ห้อยเป็นสายจากกิ่งก้าน ตกแต่งไฟบริเวณลำต้นของต้นไม้ใหญ่ พร้อมไฟ LED ขนาดเล็กตามพุ่มไม้รอบข้างทางเดิน ให้เกิดความสว่างไสวทั่วบริเวณอุทยาน นำเสนอความงามของธรรมชาติ น้ำ แสง เงา และฝน ในรูปแบบของ Immersive Art

3.Mikky way “สีสันดอกไม้” : ไฟประดับดอกไม้ห้อยเป็นระย้า ตกแต่งต้นไม้โดยรอบพร้อมไฟ LED ขนาดเล็ก Reflection & Dynamic Light

4.Thai spirit “จิตวิญญาณแห่งสยาม” : ไฟประดับรอบพุทธศิลป์สมัยอู่ทอง-อยุธยา ให้สว่างไสวไปทั่วบริเวณฐานพระอุโบสถที่ประดับด้วยทุ่งดอกบัวเรืองแสง เปรียบเสมือนปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้ด้วยสติ วางประดับพระอุโบสถถวายเป็นพุทธบูชา

เปรียบเสมือนการเริ่มต้นตั้งจิตถึงความดี คิดดี ทำดี พูดดี ที่จะกระทำในปีใหม่ที่จะมาถึง โดยใช้เทคนิค Immersive Art & Reflection Light ประดับไฟ LED ในรูปแบบแท่งดอกบัว ในตำแหน่งต่าง ๆ ของยอดเสาวิหาร และพื้นที่ทั่วบริเวณฐานพระ

5.Sacred wave “คลื่นศักดิ์สิทธิ์ แสงแห่งพุทธศรัทธา 2” : ไฟประดับด้วยเทคนิคไล่แสงระยิบระยับ Immersive Art & Reflection Light พร้อมดอกบัวทำมือเรืองแสงจัดวางประดับราวกับบึงบัวด้านหน้าองค์พระประธาน

6.Blessing blossom “แสงเกสร” : ไฟ LED ดอกไม้ประดิษฐ์เรืองแสง Reflection Light และ LED ดอกไม้เรืองแสง 3 สี ซึ่งดอกไม้ที่เบ่งบานเป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นใหม่ ความสุข และความอิสระเสรี

7.Magic cave & Glow “ถ้ำเวทมนต์และต้นไม้เรืองแสง” : ถักทอเส้นสายเรืองแสงท่ามกลางความเย็นฉ่ำในโถงถ้าและเสียงน้ำตก ขณะเดินลอดผ่าน เพื่อไปพบกับต้นไทร ต้นไม้ที่ให้ความร่มรื่น ร่มเย็น มีใบแพร่ขยายให้ความรู้สึกปกป้อง คุ้มครองภายใต้ร่มเงา เหมือนได้รับพลังที่เติมเต็มความมุ่งมั่นพร้อมเผชิญสิ่งใหม่

8.Breath of light tunnel “อุโมงค์ลมหายใจแห่งแสง” : จัดแสดงไฟประดับ LED รูปดอกไม้เป็นอุโมงค์โค้งยาวกว่า 80 เมตร สวยงามระยิบระยับตลอดทางเดิน

9.Joyful light field “ลานแสงแห่งความสุข” : ประดับไฟเป็นแบบ DYNAMIC LIGHT เป็นดอกหญ้าสีสันสดใสเปลี่ยนสีได้ สร้างพลังความหวังแห่งการเริ่มต้นชีวิตใหม่

10.Fluffy light dance “ระบำแสงไฟ” : ประดับไฟแบบ DYNAMIC LIGHT เป็นโค้งต้นการเวกตามแนวทางเดินยาว 40 เมตร โดยสามารถเปลี่ยนสีและพลิ้วไหวได้

11.Origin of light fest “จุดเริ่มต้นเทศกาลไฟ”

12.Glittering Song

13.Nymph forest “ภูติแห่งป่า” : ทุ่งดอกไม้ไฟประดับด้วยเทคนิค Interactive Lighting ที่สามารถเปลี่ยนแปลงสภาวะแสงเมื่อสัมผัส

14.Pray “อธิษฐาน” : ใช้เทคนิค Interactive Art ดอกไม้จะเปลี่ยนสีเมื่อสั่นกระดิ่ง บริเวณลานพระอวโลกิเตศวร ภายใต้แนวคิดการส่งคำอธิษฐานผ่านการสั่นกระดิ่ง

15.fireflies “ภูติแห่งแสง”

16.Lotus journey “การผจญภัยแห่งบัว” : ใช้เทคนิคฉาย PROJECTOR MAPPING ลงบนเรือและผิวน้ำ บริเวณทางออก สื่อถึงการเดินทางซึ่งเปรียบเสมือนเรือที่กำลังลอยในน้ำไปในทิศทางที่เราเป็นผู้กำหนด แม้จะมีคลื่นอุปสรรคแต่ก็สามารถผ่านไปได้ด้วยสติและกำลังใจ เพราะทางออกเป็นเหมือนความหวังให้ทุกคนที่กำลังจะเดินทางกลับจาก ณ สัทธา ได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

นอกจากนี้ ยังมีบริการให้เช่าชุดไทย พร้อมเครื่องประดับ เพื่อถ่ายภาพภายในงานทั้งผู้ชายและผู้หญิง ในราคาเริ่มต้น 250-800 บาท

สำหรับการเข้าชมงาน Nasatta Light Festival Winter Illumination 2023 แบ่งเป็นช่วงทั้งวันกับเฉพาะกลางคืน โดยบัตรเข้าชมงานทั้งวัน (รอบกลางวัน 09.00-17.00 น. และ รอบกลางคืน 18.00-22.00 น.) ผู้ใหญ่ 350 บาท เด็ก อายุไม่เกิน 12 ปี 250 บาท ส่วนบัตรเข้าชมงานกลางคืน (18.00-22.00 น.) ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก อายุไม่เกิน 12 ปี 200 บาท ขณะที่เด็กที่มีส่วนสูงต่ำกว่า 90 เซนติเมตร และ ผู้พิการ เข้าชมฟรี ทั้งกลางวันและกลางคืน

ทั้งนี้ งานจะจัดในวันพุธ-อาทิตย์ ในเดือนพฤศจิกายน 2565 ระหว่างวันที่ 23-27 และวันที่ 30 เดือนธันวาคม 2565 ระหว่างวันที่ 1-5, 7-12, 14-18, 21-25 และ 28-31 และเดือนมกราคม 2566 วันที่ 1-2 , 4-8, 11-15 และ 18-22 ม.ค. 2565

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ https://www.prachachat.net/breaking-news/news-1124508

Leave a Reply

Or

Your email address will not be published. Required fields are marked *