Fri. Dec 6th, 2019
จังซีลอน-ภูเก็ต-ประวิช-จรรยาสิทธิกุล

“จังซีลอน ภูเก็ต” เติมแม็กเนต โชว์ดิจิทัล “ดูซี่ดิจิทัล เวิลด์” ดูดนักท่องเที่ยว

ว่ากันว่า วิกฤตธุรกิจท่องเที่ยวครั้งนี้ ผู้ประกอบการในจังหวัดภูเก็ตถือเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เพราะนอกจากจะเผชิญกับการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจีนแล้ว ถูกซ้ำเติมด้วยภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่เอื้อกับการท่องเที่ยวอย่างสิ้นเชิง

ท่ามกลางการชะลอตัunงเศรษฐกิจรอบนี้ “จังซีลอน” ศูนย์การค้ากลางเมืองภูเก็ตจึงถือจังหวะนี้ลงทุนแหล่งท่องเที่ยว(attraction) ใหม่ ด้วยการดึง “ดูซี่ ดิจิทัล เวิลด์” มาปลุกตลาดท่องเที่ยวภูเก็ตอีกครั้ง

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “ประวิช จรรยาสิทธิกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต และ “รัญจิรา คงสวัสดิ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดูซี่ ดิจิทัลแลปถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวของภูเก็ต รวมถึงการลงทุนครั้งใหม่นี้ว่า ด้วยสถานการณ์ท่องเที่ยวภูเก็ตที่ไม่ได้สดใสมากนัก ส่งผลกระทบให้จังซีลอนมีจำนวนผู้ใช้บริการในปี 2562 ลดลงประมาณ 8% เช่นเดียวกันกับในพื้นที่ท่องเที่ยวหลาย ๆ พื้นที่อย่างสมุย กระบี่ หรือพัทยา

จังซีลอนตัดสินใจที่จะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสผ่านการรับ “ดูซี่ ดิจิทัล เวิลด์” แหล่งจัดแสดงโชว์ดิจิทัลอินเตอร์แอ็กทีฟ (digital interactive show) แห่งแรกของประเทศไทยมาอยู่ในพื้นที่

โดยจุดเริ่มต้นในการก่อตั้ง “ดูซี่ ดิจิทัล เวิลด์” ที่ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ตนั้นมาจากช่วงเวลาและจังหวะที่เหมาะสม เนื่องจากในขณะที่ดูซี่ต้องการพื้นที่สำหรับการวางโชว์ถาวรที่ใหญ่ที่สุด จังซีลอนก็สามารถย้ายร้านค้าประเภทสปาและสุขภาพจากชั้น 3 ลงมาที่ชั้น 2 และยกพื้นที่ทั้งหมดในชั้น 3 ที่มีขนาดกว่า 2,560 ตารางเมตร ให้ “ดูซี่ ดิจิทัลแลป” โดยพร้อมจะส่งมอบพื้นที่ในช่วงต้นปี 2563 ภายใต้สัญญา 3+3 ไปเรื่อย ๆ ต่อเนื่อง 12 ปี

“ประวิช” บอกว่า “ดูซี่ ดิจิทัล เวิลด์” ณ จังซีลอน ภูเก็ต จะแบ่งออกเป็น 9 โซนซึ่งมีลักษณะดิจิทัลอาร์ตแตกต่างกันและมีอินเตอร์แอ็กทีฟเฉพาะของแต่ละโซน อาทิ โซน Art, Fashion, Culture, Adventure และ Games รวมถึงโซนร้านอาหาร 2 ร้านซึ่งมีการให้บริการดิจิทัลอาร์ตแบบอินเตอร์แอ็กทีฟเช่นเดียวกันกับ DIGITAL DELICIOUS

โดยผลงานของดูซี่ที่ใช้ทั้ง 4D Mapping, Multi Touch Screen, Interactive Multi Media ในการสร้างสรรค์มื้อพิเศษให้กับผู้ร่วมงานที่โรงแรมโอเรียนเต็ลเรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ

นอกจากความอลังการของแสงสีเสียงและอินเตอร์แอ็กทีฟแล้ว “ดูซี่ ดิจิทัล เวิลด์” ยังมีความโดดเด่นในเรื่องการนำเสนอประเพณี วัฒนธรรม และศิลปะไทย ในรูปแบบผสานกับความเป็นพ็อป ซึ่งจะทำให้ที่นี่แตกต่างจากการแสดงแสงสีดิจิทัลในพื้นที่อื่น ๆ ของโลก

ทั้งนี้ “ดูซี่ ดิจิทัล เวิลด์” มีแผนที่จะเปิดให้บริการระยะแรกในช่วงเดือนมีนาคมปี 2563 ก่อนจะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบภายในช่วงปลายปี ทั้งนี้ ได้กำหนดค่าบัตรเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ไว้ที่ 1,290 บาท และ 1,000 บาทสำหรับเด็ก โดยกลุ่มเป้าหมายคือนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเพื่อท่องเที่ยวภูเก็ต ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 18 ล้านคนต่อปี รวมถึงนักท่องเที่ยวไทยที่ชื่นชอบงานดิจิทัลและต้องการเดินทางมาเพื่อชมงาน

และคาดว่าจะสามารถเติมเต็มพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวในร่มสำหรับช่วงเวลากลางวันให้กับนักท่องเที่ยวในภูเก็ตที่ปกติหากมีสภาพอากาศแปรปรวนจะไม่มีกิจกรรมทะเลและชายหาดให้ทำ ทำให้นักท่องเที่ยวต้องเก็บตัวอยู่ภายในรีสอร์ตและเสียเวลาไปโดยไม่มีประโยชน์

อย่างไรก็ตาม นอกจากพื้นที่ของจังซีลอนจะมีขนาดเหมาะสมกับการสร้างดิจิทัลเวิลด์แล้ว จังซีลอนยังเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอยู่แล้วและมีลูกค้าประจำจากการเปิดให้บริการต่อเนื่องมาเป็นเวลา 12 ปี

รวมถึงมีความเชี่ยวชาญทางด้านการทำตลาดภูเก็ต ประกอบกับการที่จังซีลอนมีกลุ่มผู้ใช้บริการเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 80% และคนไทย 20% ซึ่งคาดว่าจะทำให้ “ดูซี่ ดิจิทัล เวิลด์” มีลักษณะของผู้ใช้สัดส่วนใกล้เคียงกัน

ขณะเดียวกันคาดว่าการเปิดตัวของ “ดูซี่ ดิจิทัล เวิลด์” จะทำให้จังซีลอนมีผู้ใช้ชาวไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดิม เนื่องจากการสำรวจมีผู้ใช้งานชาวไทยจำนวนมากที่ยินดีบินมาที่ภูเก็ตในวันพักผ่อนแล้วเข้าชมดิจิทัลเวิลด์แทนการเดินทางไปชมในต่างประเทศ นั่นหมายความว่าดูซี่ ดิจิทัล เวิลด์ยังจะสามารถสร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจภูเก็ตเพิ่มเติมอีกด้วย

“ประวิช” ยังบอกอีกว่า แม้ว่าที่ผ่านมาตลาดภูเก็ตจะมีการใช้จ่ายน้อยลง ทำให้ผู้ประกอบการในภูเก็ตต้องปรับตัว ทั้งการตลาดเสนอขายและลดราคา แต่คาดว่าในปีหน้าจะมีสถานการณ์ที่ดีขึ้น

“เราต้องพลิกวิกฤตเป็นโอกาสโดยอาศัยช่วงเวลาที่ยังสามารถทำอะไรได้สะดวกในการสร้างพื้นที่ใหม่ ๆ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ได้มากขึ้น ดีกว่าการไม่ทำอะไรเลย เพราะเรายังมีความหวังอยู่ว่านักท่องเที่ยวจะต้องกลับเข้ามาท่องเที่ยวในภูเก็ตมากขึ้น โดยคาดว่าถ้าหากดูซี่ ดิจิทัล เวิลด์ประสบความสำเร็จจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการให้จังซีลอนแน่นอนอย่างน้อย 20% สร้างรายได้อย่างน้อย300 ล้านบาทในปีแรกของการเปิดให้บริการ ซึ่งคาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนได้ภายใน 1 ปี”

พร้อมย้ำว่า แม้ในภูเก็ตจะมีโชว์หลากหลายที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว อย่างภูเก็ตแฟนตาซี, สยามนิรมิต, ภูเก็ต ไซมอนสตาร์ ฯลฯ แต่เชื่อว่าด้วยความแตกต่างที่สามารถใช้ความสร้างสรรค์จะทำให้ดูซี่ ดิจิทัล เวิลด์ได้รับความนิยมท่ามกลางโชว์อีกมากมายในภูเก็ต

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

https://www.prachachat.net/tourism/news-396204