Fri. Sep 21st, 2018
Mobile Site อีกหนึ่งทางเลือกเพื่อการ นำเสนอบริการขององค์กรผ่านสมาร์ทโฟน

Mobile Site อีกหนึ่งทางเลือกเพื่อการ นำเสนอบริการขององค์กรผ่านสมาร์ทโฟน

ก่อนหน้านี้ ผู้เขียนได้เคยนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการออกแบบเว็บไซต์ให้กับท่านผู้ประกอบการที่กำลังวางแผนจะมีเว็บไซต์เป็นของตนเองหรืออยู่ในช่วงที่กำลังจะแก้ไขปรับปรุงเว็บไซต์ของตนเองใหม่ (Redesign) โดยหลักใหญ่ใจความจะกล่าวถึงแนวคิดในการออกแบบเว็บไซต์ครั้งเดียว แต่สามารถรองรับกับการเปิดใช้งานทั้งบนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์พกพาอย่างสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้ ซึ่งศัพท์ในทางเทคนิคของการออกแบบเว็บไซต์ลักษณะนี้เรียกกันว่า Responsive Design

การพัฒนาเว็บไซต์ด้วยหลักการ Responsive Design นั้น เปรียบเหมือนกับการยิงกระสุนนัดเดียวแล้วได้นกถึงสองตัวเพราะนอกจากเจ้าของกิจการจะจ่ายเพียงครั้งเดียวแต่ได้เว็บไซต์ที่เปิดบนคอมพิวเตอร์และบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตแล้ว ทีมงานที่จะดูแลอัปเดตข้อมูลขึ้นเว็บไซต์ต่อจากนี้ไปก็จะสามารถทงานกันได้ง่ายไม่ซ้ำซ้อนอีกด้วย แต่อย่างที่เรียนให้ทราบตั้งแต่ต้นว่า Responsive Design นั้นเหมาะกับผู้ที่กำลังเริ่มต้นมีเว็บไซต์เป็นของตนเองและกับผู้ที่ต้องการโละทิ้งเว็บไซต์เก่าแล้วทำเว็บไซต์ใหม่ที่ดีกว่าเดิมมาแทน แต่หากองค์กรใดมีเว็บไซต์ที่ดี สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานหรือลูกค้าได้ดีอยู่แล้ว การทำเว็บแบบ Responsive Design นั้นดูจะไม่เหมาะเท่าใดนัก เพราะนอกจากจะลงทุนสูงแล้ว ยังใช้เวลาค่อนข้างนาน และไม่แน่ว่าผู้ใช้จะทำความคุ้นเคยกับเว็บไซต์ใหม่ของเราได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งทางออกที่ดีที่สุดในการลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นข้างต้นก็คือการทำ Mobile Site นั่นเอง

Mobile Site คืออะไร

Mobile Site คือ เว็บไซต์อีกรูปแบบหนึ่งที่ถูกออกแบบมาเพื่อเปิดใช้งานบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตโดยเฉพาะ ด้วยข้อจำกัดของขนาดหน้าจอที่เล็กกว่าคอมพิวเตอร์ อีกทั้งยังสามารถพกพาไปใช้งานได้อย่างสะดวก วิธีการใช้งานเว็บไซต์จึงแตกต่างกันพอสมควร โดยการท่องเว็บไซต์ด้วยคอมพิวเตอร์นั้น ผู้ใช้งานจะใช้เมาส์สั่งการทำงาน ส่วนการใช้งานเว็บไซต์บนสมาร์ทโฟน ผู้ใช้จะต้องใช้นิ้วมือแตะเลื่อนหน้าจอและการสั่งการทำงานด้วยการเคาะหรือกด ที่สำคัญ คือ ต้องสามารถทำงานได้อย่างฉับไวและตอบสนองต่อผู้ใช้งานได้อย่างตรงจุดหาก Mobile Site ถูกออกแบบมาไม่ดีก็จะสร้างความยากลำบากให้กับผู้ใช้งานซึ่งอาจทำให้เลิกใช้งานไปในที่สุด

แน่นอนว่าเว็บไซต์ดังๆ เกือบทุกแห่งมี Mobile Site เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น m.facebook.com, m.yahoo.com, mobile.twitter.com, m.manager.co.th หรือ m.kapook.com จะเห็นได้ว่าชื่อ URL นั้นไม่ได้ขึ้นต้นด้วย www แต่ขึ้นต้นด้วย m หรือ mobile ซึ่งจะเป็นคนละเว็บกับที่เปิดบนคอมพิวเตอร์ในทางปฏิบัตินั้น หากผู้ใช้งานเข้าเว็บไซต์บนโทรศัพท์มือถือด้วยการพิมพ์ชื่อ URL ปกติ เช่น www.kapook.com ระบบก็จะส่งไปยัง Mobile Site ที่ถูกออกมาเตรียมไว้โดยอัตโนมัติซึ่งจะส่งต่อไปยัง m.kapook.com นั่นเอง

จุดเด่นที่สำคัญของ Mobile Site ที่เจ้าของเว็บต้องคำนึงถึง

  1. ความเร็วในการตอบสนองต่อผู้ใช้งาน Mobile Site ที่ดีต้องเปิดได้เร็ว ไม่ใช่ว่าพอเปิดใช้งานกันทีก็ต้องมารอกันหลายนาที สำหรับผู้ใช้งานแล้ว หากพวกเขารอนานเกินไปก็จะเปลี่ยนไปใช้บริการเว็บอื่นแทน และหาก Mobile Site ของเราแสดงอาการช้าอยู่บ่อยครั้ง ก็เป็นไปได้สูงว่าผู้ใช้งานเหล่านั้นอาจจะไม่กลับมาใช้อีกเลยก็เป็นได้
  2. ตัวหนังสือต้องอ่านง่าย ขนาดตัวอักษรต้องตัวใหญ่พอประมาณ และควรมีฟังก์ชั่นที่เป็นตัวเลือกให้ผู้ใช้งานสามารถปรับขนาดได้ตามความต้องการ
  3. การจะไปถึงข้อมูลที่ผู้ใช้งานต้องการ ควรสั้นและหาง่ายวัดได้จากจำนวนครั้งในการกดหน้าจอ ซึ่งจะต้องน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยปกติไม่ควรเกิน 3 ครั้ง
  4. แน่นอนว่า Mobile Site นั้นไม่สามารถนำข้อมูลจากเว็บไซต์ปกติมานำเสนอได้ทั้งหมด เนื่องจากมีพื้นที่หน้าจอที่มีอยู่อย่างจำกัด ดังนั้น เจ้าของเว็บจึงต้องเลือกสรรข้อมูลหรือบริการที่มีความสำคัญและผู้ใช้งานนิยมใช้จริงๆ มาแสดงเท่านั้น สิ่งที่ควรคำนึงถึงอีกประการหนึ่ง คือ ระบบของ Mobile Site ควรยืดหยุ่นให้ผู้ดูแลและอัปเดตเว็บไซต์สามารถแก้ไข รวมทั้งจัดลำดับเนื้อหาบนหน้าเว็บได้ ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถนำเสนอข้อมูลและบริการให้ตรงใจผู้ใช้งานมากที่สุด

หลังจากที่ได้มีการออกแบบและพัฒนา Mobile Site เสร็จเรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม คือ การนำ Mobile Site ของเราไปให้ตัวแทนผู้ใช้งาน (Personas) กลุ่มต่างๆ โดยอาจแบ่งกลุ่มด้วยเกณฑ์อายุ อาชีพ เพศ หรือพื้นที่ที่อาศัย ได้ทดลองใช้ ซึ่งผู้ประกอบการจำเป็นต้องเปิดรับข้อมูลผลการทดลองใช้งาน รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดไปปรับปรุง Mobile Site ให้ดียิ่งขึ้นก่อนที่จะเปิดใช้งานจริงนั่นเอง