Sun. Sep 26th, 2021
โอลิกปิก โตเกียว เกมส์ 2020

4 บทเรียนล้ำค่าจาก ‘นักกีฬาโอลิมปิก’ สู่ภาคธุรกิจ พลิกสถานการณ์ฝ่าวิกฤติ

ควันหลงของมหกรรมกีฬาเพื่อมวลมนุษยชาติ ‘โอลิกปิก โตเกียว เกมส์ 2020’ ยังไม่ทันจางหายไปจากความรู้สึก เพราะนอกจากจะเป็นการจัดโอลิมปิกในช่วงเวลาที่ยากลำบากของคนทั้งโลกหลังต้องประสบวิกฤติโควิด-19

ยังแสดงให้เห็นถึงสปิริตของเจ้าภาพอย่างประเทศญี่ปุ่น รวมถึงสปิริตของนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันว่าพวกเขาต้องผ่านการทุ่มเทและฝึกซ้อมมาอย่างหนักหน่วงแค่ไหน กว่าจะมายืนหยัดบนสนามแข่งที่อัดแน่นไปด้วยเกียรติยศศักดิ์ศรี และต้องต่อสู้ภายใต้ความกดดันทั้งจากฝั่งตรงข้ามและภายในจิตใจของตัวเอง

สถานการณ์ดังกล่าวไม่ต่างจากภาคธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมที่กำลังเผชิญอยู่ขณะนี้ เราจึงรวบรวม 4 บทเรียนล้ำค่า จาก ‘นักกีฬาโอลิมปิก’ เพื่อผู้ประกอบการจะได้นำไปปรับใช้ ทบทวนกลยุทธ์ให้เข้ากับสถานการณ์ รอต้อนรับการกลับมาของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติกันอีกครั้ง

1. ใช้ทุกวินาทีให้คุ้มค่าที่สุด

ตัวอย่างที่เด่นชัดและทัชหัวใจคนไทยที่สุด คงหนีไม่พ้นความสำเร็จของ‘พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ’ หรือ ‘น้องเทนนิส’ นักกีฬาเทควันโดหญิงรุ่นน้ำหนัก 49 กิโลกรัม มืออันดับ 1 ของโลก หลังพลิกสถานการณ์ ทำคะแนนแซงคู่แข่ง ‘อาเดรียนา เซเรโน อิเกลเซียส’ นักกีฬาเทควันโดชาวสเปน ในช่วง 7 วินาทีสุดท้าย คว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ

‘7 วินาทีสุดท้าย’ ของน้องเทนนิส กำลังบอกอะไรพวกเรา?

กำลังบอกและตอกย้ำว่า จงใช้ทุกวินาทีให้คุ้มค่าที่สุด! สมาธิต้องไม่หลุด! เพราะตราบใดที่เสียงระฆังยังไม่ดังหมดยก โอกาสชนะยังเป็นของเราเสมอ อย่าเพิ่งสิ้นหวังว่าเราแพ้แล้ว

หากเปรียบเป็นการทำโรงแรม จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับทุกวินาที และทุกทัชพอยต์ที่ลูกค้าได้สัมผัสบริการ พัฒนาบริการให้ตรงใจ เข้าเป้า และดึงดูดลูกค้าได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว พร้อมรักษามาตรฐานบริการจนกระทั่งลูกค้าเช็กเอาต์ ใครจะรู้ว่าเพียงเสี้ยววินาที… อาจจะมีคุณค่าทางจิตใจ สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม จนลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำ พร้อมบอกต่อก็เป็นได้

2. ปลดปล่อยจินตนาการและสร้างให้เป็นรูปธรรม

หากคุณได้ชมแมตช์การแข่งขันของนักกีฬาวอลเลย์บอลชาย ‘ทีมชาติญี่ปุ่น’ และเคยชมหรือได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับอนิเมะชื่อดังอย่าง ‘ไฮคิว’ (Haikyuu) ซึ่งมีตัวละครหลัก 2 ตัวคือ ฮินาตะ โชโย เด็กหนุ่มร่างเล็กที่เทคตัวกระโดดตบบอลได้สูง ใฝ่ฝันจะเป็นมือตบมากความสามารถ และ คาเงยะมะ โทบิโอ เด็กหนุ่มมือเซ็ตมากพรสวรรค์ที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนร่วมทีม คุณจะรู้สึกว่าทีมวอลเลย์บอลชายญี่ปุ่นชุดนี้ ตีวอลเลย์บอลเหมือนพาผู้ชมหลุดไปอยู่ในโลกการ์ตูนจริง ๆ

โดยเฉพาะช็อตที่แฟนวอลเลย์บอลพูดถึงในโลกออนไลน์ ตอนที่ ‘ทาคาฮาชิ รัน’ ตั้งท่าจะกระโดดตบจากแดนหลังเส้น 3 เมตร ก่อนจะหลอกตัวบล็อกของคู่แข่ง ด้วยการเปลี่ยนเป็นเซตกลางอากาศให้ ‘อิชิคาวะ ยูกิ’ กัปตันทีมเป็นคนตบบอลตรงหัวเสาฝังลงแดนตรงข้ามแทน

นี่คือตัวอย่างของการปลดปล่อยจินตนาการ นำมาใช้ให้เกิดเป็นรูปธรรมและเห็นผลลัพธ์ที่สุดยอด! ธุรกิจโรงแรมเองก็เช่นกัน เมื่อจินตนาการว่าอยากเห็นโรงแรมของเราถูกพัฒนาออกมาในรูปแบบไหน ขอให้ผลักดันจนสุดแรง เกิดเป็นผลลัพธ์อย่างที่วาดฝันไว้

3. ม้านอกสายตาก็ชนะในสนามแข่งได้

หนึ่งในสุดยอดความประทับใจของการชมการแข่งขันจักรยานประเภทถนน (Road Race) ในโตเกียวเกมส์ 2020 นอกจากเสน่ห์ของทิวทัศน์ป่าเขาสีเขียวสวยสดช่วงหน้าร้อนขณะฝูงจักรยานของนักแข่งแล่นผ่าน กระตุกต่อมอยากไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้ว ยังมีเรื่องเกินฝันเกิดขึ้น เมื่อเหรียญทองตกเป็นของ ‘แอนนา คีเซนฮอฟเฟอร์’ นักกีฬาหญิงตัวแทนจากประเทศออสเตรีย เพราะเธอเป็นม้านอกสายตา เป็นมือสมัครเล่นผู้มีอาชีพหลักเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย

แม้จะเป็นม้านอกสายตา แต่แอนนากลับปาดหน้าคู่แข่ง โดยเฉพาะนักปั่นหญิงจากประเทศเนเธอร์แลนด์สทั้ง 4 คนซึ่งต่างมีดีกรีเป็นเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกทั้งที่ ริโอ เกมส์ 2016, ลอนดอน เกมส์ 2012 และแชมป์รายการใหญ่อื่น ๆ ด้วยการนำโด่งตีห่างจากการเกาะกลุ่มใหญ่ตั้งแต่ออกสตาร์ท แม้แต่เจ้าของเหรียญเงินยังมั่นใจว่าตอนปั่นเข้าเส้นชัย เหรียญที่คว้ามาได้นั้น คือ เหรียญทอง หารู้ไม่ว่าแอนนารออยู่ที่เส้นชัยเป็นคนแรกได้สักพักแล้ว

เรื่องของแอนนากำลังบอกอะไรเรา?

โดยเฉพาะผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็กและขนาดกลางที่ตอนแรกอาจถูกนิยามว่าเป็นม้านอกสายตา หากคุณมุ่งมั่น ไม่ละความพยายามโดยง่าย พุ่งชนเป้าหมายอย่างสุดความสามารถ วางหมากฉีกหนีคู่แข่งตั้งแต่ออกสตาร์ท พร้อมประเมินพละกำลังของตัวเองอยู่ตลอดเวลา รักษาความเป็นผู้นำต่อไปให้สุดทาง เชื่อว่านี่อาจจะเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การเดินเกมช่วงชิงลูกค้าแข่งกับโรงแรมขนาดใหญ่ได้ไม่ยากเย็น

4. มั่นใจในตัวตนหรือ DNA

หนึ่งในนักกีฬาที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ ‘อัน ซาน’ นักยิงธนูหญิงทีมชาติเกาหลีใต้ วัย 20 ปี เจ้าของ 3 เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2020 โดยเฉพาะประเด็นดราม่าในบ้านเกิดเรื่องการเหยียดเพศ หาว่าเธอเป็นเฟมินิสต์ เพราะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยสตรีกวางจู รวมถึงทรงผมสั้นของเธอที่สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ชายจำนวนมากที่คิดว่าผมสั้นเป็นทรงผมสำหรับผู้ชายเท่านั้น

ขณะที่ อัน ซาน ออกมาตอบกลับโพสต์และข้อความบนโลกออนไลน์ที่ดูถูกเธอว่า “ตอนคุณกำลังส่งข้อความในห้องจากปมด้อยของตัวเอง ฉันก็กำลังคว้าสองเหรียญทองจากโอลิมปิก” บนอินสตาแกรมของเธอ ก่อนจะสร้างประวัติศาสตร์ให้กับตัวเองคว้าเหรียญทองเหรียญที่ 3 ในการแข่งขันประเภทหญิงเดี่ยว

ในมุมมองของเรา อัน ซาน รู้ดีว่าตัวเองกำลังทำอะไร สิ่งที่เธอโฟกัส คือ เป้าหมาย! เหมือนการเล็งเป้าให้แม่นยำที่สุดขณะยิงธนู และผลงานของเธอนั้นเรียกได้ว่าสุดยอดมากในฐานะนักกีฬาทีมชาติผู้คว้าเหรียญทองให้กับเกาหลีใต้

เรื่องตัวตนของ อัน ซาน นั้น พอลองมองลึกลงไป ก็ไม่ต่างจากการทำโรงแรมเช่นกัน ขอแค่รู้ชัดเจนว่ากำลังทำอะไร โฟกัสไปที่เป้าหมาย ยิงสินค้าและบริการให้ตรงใจลูกค้าและแม่นยำก็เพียงพอ แม้บริการของโรงแรมอาจจะไม่ตอบโจทย์ระดับแมสแบบวงกว้าง แต่ก็สามารถเจาะตลาดนักท่องเที่ยวความสนใจเฉพาะกลุ่มได้ ด้วยการวางตำแหน่งทางการตลาด (Positioning) ที่ถูกต้องตรงตาม DNA ของโรงแรม

หวังว่าบทเรียนล้ำค่าจากนักกีฬาโอลิมปิก ‘โตเกียวเกมส์ 2020’ ครั้งนี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการได้นำแง่มุมเหล่านี้กลับไปขบคิด ทบทวนกลยุทธ์และแผนการดำเนินงานอย่างรอบด้าน ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่น 2021/2022 ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งคาดว่าตลาดท่องเที่ยวภายในประเทศจะฟื้นตัวกลับมาพีคอีกครั้ง ระหว่างรอตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศทยอยฟื้นตัว

ขอบคุณภาพโดย  Gerhard G. จาก Pixabay

Leave a Reply

Or

Your email address will not be published. Required fields are marked *