Fri. Jan 18th, 2019
‘จีนเที่ยวไทย’ กับ ‘สงครามการค้า’

‘จีนเที่ยวไทย’ กับ ‘สงครามการค้า’

นับเป็นช่วงเวลาที่ต้องจับตาอย่างยิ่ง สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งครองสัดส่วนกว่า 30% ของยอดชาวต่างชาติเที่ยวไทยทั้งหมด ว่าในช่วงโค้งท้ายปี 2561 จะหลุดพ้นจากบ่วงความกังวล ฟื้นตัวจากสถานการณ์ติดลบในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมาและอยู่รอดปลอดภัยไปจนถึงช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2562 หรือไม่

ด้วยปัจจัยลบรุมเร้ามากมาย บ้างเรียก ‘วิกฤติ’ บ้างเรียก‘เคราะห์ซ้ำกรรมซัด’ ก็ไม่ผิดนัก จนก่อให้เกิดความหลากหลายทางอารมณ์ในมวลความรู้สึกชาวจีนที่มีต่อภาคท่องเที่ยวไทยไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุเรือล่มที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อเดือนกรกฎาคม
ที่ผ่านมา หลายคนอาจจะยัง ‘โกรธ’ อยู่

ส่วนข่าวการระบาดของไข้เลือดออกที่ทางการไทยประกาศเตือน แล้วสถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีนนำไปรายงานตามความเป็นจริง ไม่ได้แต่งเติมแต่อย่างใด ทว่าในความรู้สึกของชาวจีน คำอธิบายสั้น ๆ คือ คำว่า ‘กลัว’ เพราะไม่ชินกับ
ประกาศเตือนนี้เหมือนกับคนไทย

‘จีนเที่ยวไทย’ กับ ‘สงครามการค้า’

นอกจากนี้ยัง ‘แคลงใจ’ กรณีที่มีคนจีนถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทำร้ายร่างกายเกินกว่าเหตุที่สนามบินดอนเมือง

รวมถึง ‘ข้องใจ’ เรื่องค่าทิป 300 บาท หรือที่ชาวจีนเรียกกันว่าค่าเสี่ยวเฟ่ย ในการขอวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือ Visa on Arrival (VOA)

ล่าสุด อีกปัจจัยที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงทั่วโลกอย่าง‘สงครามการค้า’ ระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ได้เริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนแล้วในตอนนี้ โดยเฉพาะ ‘ค่าเงินหยวน’ ที่อ่อนค่าลงอย่างเห็นได้ชัด และอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ เพราะทำให้ต้นทุนการออกไปท่องเที่ยวต่างประเทศของชาวจีนสูงขึ้น

คุณวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ นับเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา เพราะส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวไทยแน่นอน เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนเริ่มกังวลอย่างชัดเจนในปี 2561 และใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวอย่างระมัดระวังมากขึ้น”

ฟากรัฐบาลจีนเองก็พยายามแก้เกม ด้วยการส่งเสริมให้ชาวจีนหันมาท่องเที่ยวและใช้จ่ายในประเทศมากขึ้น ด้วยการลดราคาตั๋วรถไฟความเร็วสูงเพื่อกระตุ้นการเดินทาง และลดค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังลดภาษีสินค้าแบรนด์เนมในจีนอีกด้วย

และขณะที่ผู้เขียนกำลังปิดต้นฉบับคอลัมน์อยู่นี้ เป็นช่วงที่รัฐบาลไทยอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการด้านวีซ่าเพื่อกระตุ้นตลาด ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังจัดทำรายละเอียดของมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าแบบ VOA แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติจาก 21 ประเทศรวมจีน จากปกติจัดเก็บในอัตรา 2,000 บาทต่อคน โดยทางกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองกับกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างหารือกันเพิ่มเติม ว่าจะลดค่าธรรมเนียมหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมเป็นระยะเวลาเท่าไร

หลังจากคุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้แนวคิดไว้ว่า ช่วงเวลาที่ควรยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า VOA นั้นควรครอบคลุมตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน ถึง 31 ธันวาคมปีนี้หรือคิดเป็นระยะเวลาสั้น 1 เดือนครึ่ง หวังดึงดูดนักท่องเที่ยว
ต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวไทยในช่วงโค้งท้ายของปี และจนถึงตอนนี้ คุณผู้อ่านก็คงทราบแล้วว่าทางรัฐบาลตัดสินใจอย่างไรกับมาตรการด้านวีซ่า จะเป็นอย่างที่คุณผู้อ่านคาดหวังหรือเปล่า ก็สุดแท้แต่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจะพิจารณา

แต่ที่แน่ ๆ ผู้ประกอบการโรงแรมที่ทำตลาดนักท่องเที่ยวจีนทุกท่านต้องไม่ย่อท้อ ลองปรับตัวสู้กับภาวะตลาดจีนหดตัวกันอีกสักตั้ง ด้วยการหันไปทำตลาดนักท่องเที่ยวชาติอื่น ๆ ที่มีศักยภาพการจับจ่ายไม่แพ้กัน หรือจะเป็นตลาดจีนเหมือนเดิม
เพิ่มเติมคือรุกโปรโมทกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง (เอฟ.ไอ.ที.) ที่อัตราการเติบโตยังดี สวนทางกับตลาดกรุ๊ปทัวร์ที่ผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวหลายคนคาดการณ์ว่า หากรัฐบาลไม่สั่ง ‘ยาแรง’ เช่น มาตรการด้านวีซ่าออกมากระตุกมู้ดนักท่องเที่ยวจีน
อาจเห็นภาพรวมชาวจีนเที่ยวไทยติดลบอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 15% ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2561 และมีแนวโน้มซึมยาวไปจนถึงช่วงไตรมาส 1 ปี 2562 ตรงกับช่วงเทศกาลตรุษจีน ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งถือเป็นช่วง ‘พีคซีซั่น’ ที่นักท่องเที่ยวจีนออกเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศมากที่สุด

ด้านคุณยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ตลอดปี 2561 ททท. คาดว่าจะมียอดนักท่องเที่ยวจีนมาไทยไม่ต่ำกว่า 10.5 ล้านคน ยังสูงกว่าสถิติปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 9.8 ล้านคน โดยนอกเหนือจากแผนระยะสั้น
ในช่วงไตรมาส 4 ที่ได้เร่งส่งเสริมการตลาด การขาย และกู้ภาพลักษณ์ไปแล้ว ยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

‘จีนเที่ยวไทย’ กับ ‘สงครามการค้า’

ทั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ภาคเอกชนท่องเที่ยว และอื่น ๆ ร่วมกันยกระดับมาตรฐานการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นจากตลาดจีน และชาติอื่น ๆรวมถึงความร่วมมือกับกองทัพเรือภาคที่ 3 ซึ่งมีศูนย์รับแจ้งเหตุ
ตลอด 24 ชั่วโมง และเรือเร็วตรวจการ พร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่ทันสมัย สร้างความเชื่อมั่นการท่องเที่ยวในทะเลอันดามันในไฮซีซันที่จะมาถึง

ขณะที่แผนส่งเสริมการตลาดในระยะกลาง-ยาว ตั้งแต่เดือนมกราคม 2562 เป็นต้นไป ททท. มีแผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ภายใต้ชื่องาน ‘อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ โรดโชว์ ทู ไชน่า2019’ และโครงการสานสัมพันธ์วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว
ไทย-จีน เช่น การจัดงานเทศกาลตรุษจีน

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างพิจารณานำ ‘เซเลบริตี้’ ชาวจีนที่เป็นที่ชื่นชอบมาเป็น ‘แอมบาสเดอร์’ ให้การท่องเที่ยวไทย และเตรียมเชิญ ‘Key Opinion Leader’ (KOL) หรือบุคคลที่มีอิทธิพลต่อความคิดคนหมู่มาก เช่น บล็อกเกอร์ และเซเลบริตี้เข้ามาร่วมประชาสัมพันธ์ด้วยการอัพเดตสินค้าและบริการในพื้นที่ท่องเที่ยวฝั่งทะเลอันดามัน ถ่ายทอดข้อมูลไปยังนักท่องเที่ยวจีนอีกด้วย ทั้งหมดนี้ คือ ภาพรวมของปัจจัยลบต่าง ๆ ส่งผลกระทบต่อตลาดนักท่องเที่ยวจีนโดยตรงในช่วงครึ่งหลังปี 2561

คงต้องลุ้นกันว่าพอจบปี 2561 สถานการณ์ตลาดจีนเที่ยวไทยจะพลิกฟื้น โผล่พ้นบ่วงวิกฤติ และส่งโมเมนตัมที่ดีไปถึงต้นปีหน้าหรือไม่ เพื่อให้ปี 2562 เป็นปีที่ดีของตลาดจีนและนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดในภาพรวม


‘จีนเที่ยวไทย’ กับ ‘สงครามการค้า’

‘Chinese Travels to Thailand’ and ‘Trade War’

This must be a critical period to keep an eye on for Chinese tourist market; dominating over 30% ratio of overall foreign tourists
who travels to Thailand, whether at the end of the year 2018 Thai tourism shall be able to break loose from anxiety loop, and get back on track from the negative status during the last third quarter of the year, and go on safe and sound until Chinese New Year festival 2019 or not.

With several negative factors occurred in Thailand, they gave some impacts to Chinese toward Thai tourism sector. This included the cruise ship sink at Phuket in July, which many Chinese might be offended with Thailand still.

In addition to the news of dengue fever epidemic being announced by Thai government authorities, Chinese’s CCTV station has reported to its people the truth with no add-on, however, this somehow intimidates many Chinese because they are not used to this warning comparing to Thai people.

Besides, Chinese has still doubted in the case when security guard unreasonably beat up Chinese tourist at Don Mueang Airport as well as 300 Baht Tip fee, or so called ‘Xiao Fei Fee’ for obtaining visa on Arrival (VOA) at Immigration Checkpoint.

Recently, the other factor that has just become quite a hot issue as ‘Trade War’ between China and America has just begun to give some impact to China’s economy meanwhile especially ‘Chinese Yuan Currency’ that has significantly weaken,

and might give some impact to purchasing power because this might significantly add-up the cost for traveling aboard of Chinese.

Mr. Weerasak Kowsurat, Ministry of Tourism and Sports said “Trade War between China and America is considered as the critical factor to keep an eye on because it shall definitely give some impact to Thai tourism sector as Chinese tourists significantly started to be concerned in 2018, and carefully spent some money for travel even more.”

According to Chinese government, they have tried to fix this by convincing Chinese to travel and spend money in the country even more as the government has issued the scheme to reduce down the price for high speed train ticket as well as the pass flare to tourist attractions and brand name tax in China in order to stimulate tourism.

At the time when I was finishing up this column, it was the time when Thai government was considering VISA related scheme in order to stimulate the market, which the related agencies were preparing the detail of VISA fee exemption scheme of VOA for foreign tourists from 21 countries including China as normally was collected in the rate of 2,000 Baht per person. Additionally, Immigration Division and Ministry of Finance has additionally discussed over this issue on how long this VISA fee reduction or exemption should be last after Mr.Somkid Jatusripitak, Deputy Prime Minister suggested that the period to exempt VISA fee for VOA should be covered from the 15th November to the 31st December this year, or approximately a month and a half in order to attract foreign tourists traveling to Thailand at the end of the year. And now, the readers should have already known on how the government decides to execute this VISA scheme.

However, all hotel entrepreneurs who focus on Chinese tourist market should not have been worrying that much, and just try to adjust the plan to fight back the China market recession once again by turning to focus on other foreign tourist markets that have similar purchasing power, or try to focus more on Chinese F.I.T. market group that still have very good growth rate against the tour group market instead. Additionally, several travel agents had expected that if government shall not issue the intense scheme such as VISA scheme to stimulate and attract Chinese tourists, the overall Chinese tourist volume would have continually carried the negative figure no less than 15% by the fourth quarter of 2018, and tended to go on up to the first quarter of 2019, or the Chinese New Year festival in the beginning of February, which is considered as the peak season of Chinese tourists to travel aboard in the largest number.

Mr. Yutthasak Supasorn, Governor of Tourism Authority of Thailand (TAT) said that throughout the year 2018, TAT had expected that the number of Chinese tourists traveling to Thailand should not be less than 10.5 million tourists, considered higher than the statistic of the previous year at 9.8 million tourists. Rather than the short term plan in the fourth quarter to hastily promote marketing & sale and restore the country’s image, TAT has joined hands with related institutes such as Ministry of Tourism and Sports, tourism private sector, and many more to enhance tourist security care standard in order to restore the confidence of China market and other nations. Additionally, the Third Naval Area Command provides emergency call center throughout 24 hours, and monitoring speed boat carrying state of the arts of life saving equipment in order to build up travel confidence in Andaman sea toward the upcoming high tourist season.

In addition to the marketing promotion plan in the mid- and long terms from January 2019 onwards, TAT has aimed to organize sale promoting activity, called ‘Amazing Thailand Road Show to China 2019’ and Thai – China culture and tourism relationship strengthening project such as arranging Chinese New Year Festival.

At the moment, TAT has been in the middle of consideration to appoint some admired Chinese celebrities as the ambassador for Thai tourism and prepared to invite ‘Key Opinion Leader’ (KOL) or influential people such as blogger and celebrity to jointly propagate by updating products and services in traveling area of Andaman coastline as well as passing on such information to Chinese tourists. Therefore, these were the overall negative factors that gave the direct impact to Chinese tourist market in the second half of the year 2018.

Now, what we can do is to hope by the end of 2018 whether the circumstance of China market traveling to Thailand shall be recovered and continued to gain good momentum up to the beginning of the next year or not so that the year 2019 shall be such a good year of China market and all foreign tourists in overall.


ที่มา : นิตยสาร Thai Hotels & Travel Vol.9 No.53