Wed. Oct 17th, 2018
วงการโรงแรม 2-3 ดาวร้อนระอุ หั่นราคาชิงเค้ก รร. เถื่อนจากทัวร์จีน สัญญาณร้ายฉุดโรงแรมถูก กม. แต่ไซส์เล็กทั่ว ปท. ล้มไม่เป็นท่า

วงการโรงแรม 2-3 ดาวร้อนระอุ หั่นราคาชิงเค้ก รร. เถื่อนจากทัวร์จีน สัญญาณร้ายฉุดโรงแรมถูก กม. แต่ไซส์เล็กทั่ว ปท. ล้มไม่เป็นท่า

กระแสรายงานข่าวว่าจะเอาจริงกับการปราบปรามโรงแรมที่ จดทะเบียนไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ถือเป็นการส่งสัญญาณของภาครัฐ (อีกรอบ) ที่ตั้งใจจะแก้ปัญหาโรงแรมที่อยู่นอกระบบ จนทำให้กลไกราคาห้องพักของโรงแรมที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะไม่สามารถปรับขึ้นราคาห้องพักได้มากนัก เมื่อเทียบกับหลายประเทศในอาเซียน โดยเฉพาะโรงแรมในสิงคโปร์ มาเลเซีย ที่ราคาระดับ 4-5 ดาว แพงกว่าราคาห้องพักเมืองไทยมาก เมื่อเทียบกับระดับเดียวกัน เพราะนักท่องเที่ยวบางส่วน รวมถึงบริษัทนำเที่ยว ก็จะนำ

นักท่องเที่ยวไปใช้บริการห้องพักโรงแรมที่จดทะเบียนไม่ถูกต้อง เนื่องจากมีราคาห้องพักที่ถูกกว่า ทำให้ธุรกิจโรงแรมไทยสูญเสียโอกาสในเชิงรายได้ไปค่อนข้างมาก ล่าสุด คุณละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) ภาคเหนือ ระบุว่า จากผลพวงของปัญหาดังกล่าว ทำให้ปัจจุบันราคาห้องพักของโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่ ระดับ 2-3 ดาวถูกลดราคาจากเดิมกว่า10% แม้จะเป็นเมือง

ท่องเที่ยวยอดฮิตทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมถึงคนไทยด้วยก็ตาม เนื่องจากกลุ่มโรงแรมระดับดังกล่าว ต้องปรับกลยุทธ์เพื่อดึงลูกค้าโดยเฉพาะจากทัวร์จีน ที่มีตัวเลือกห้องพักมากขึ้นตามปริมาณโรงแรมในเชียงใหม่ที่ผุดขึ้นจำนวนมาก ขณะเดียวกัน พฤติกรรมนักท่องเที่ยวชาวจีนเองก็เปลี่ยนเป็นกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง หรือเอฟไอทีมากขึ้น ซึ่งกลุ่มนี้จะเลือกใช้บริการโรงแรมระดับ 4-5 ดาวอยู่แล้ว แต่ในส่วนโรงแรมระดับ 2-3 ดาว ต้องหันกลับมาทำตลาดแข่งกับโรงแรมที่ไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ธุรกิจอยู่ได้

“ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาผู้ประกอบการโรงแรมที่จดทะเบียน ถูกต้องในระดับดังกล่าว ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ทำการตลาดหาลูกค้ามากนัก แต่หลังจากประสบปัญหานักท่องเที่ยวจีนลดลง ประกอบกับมีกลุ่มโรงแรมใหม่ๆ เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ทั้งโรงแรมที่จดทะเบียนถูกกฎหมาย และไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายโรงแรม เมื่อมีนักท่องเที่ยวมาน้อยลง แต่ห้องพักกลับเพิ่มขึ้น จึงได้รับผลกระทบตามมา และสุดท้ายจึงต้องยอมปรับกลยุทธ์ทางการตลาด โดยนำเรื่องราคาเข้ามาช่วย เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มทัวร์ยังเข้ามาใช้บริการ ช่วยลดการขาดทุนของธุรกิจ ซึ่งกลุ่มที่ได้รับผลกระทบชัดเจน จะเป็นกลุ่มโรงแรมบูทีคเล็กๆ โซนในคูเมืองเชียงใหม่ที่พบว่ามีจำนวนโรงแรมเล็กๆ ผุดขึ้นมามากกว่า 300-400 ห้อง และยอมรับว่าปัญหานี้ น่าจะกำลัง เกิดขึ้นในเมืองท่องเที่ยวหลัก อย่างพัทยา ภูเก็ต” คุณละเอียด กล่าว

โรงแรม 2-3 ดาวร้อนระอุ หั่นราคาชิงเค้ก รร. เถื่อนจากทัวร์จีน

ด้านคุณศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกทีเอชเอ ระบุว่า ขณะนี้เริ่มมีโรงแรมที่ก่อสร้างอาคารไม่เข้าข่ายจดทะเบียนประกอบกิจการโรงแรมได้ เริ่มทยอยเข้าไปขอปรับปรุงโรงแรมให้เป็นไปตามกฎระเบียบ เพื่อขอจดทะเบียนโรงแรมให้ถูกต้องตามกฎหมาย ตามที่กฎกระทรวงกำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม เปิดโอกาส รวมจำนวนผู้ขอยื่นขอปรับปรุงอาคารทั่วประเทศแล้วประมาณ 1.1-1.2 หมื่นราย ซึ่งเกินกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ว่าจะมีผู้ที่ยื่นขอปรับปรุงอาคารราว 5 พันราย และนับจากนี้ต่อไป เชื่อว่าจะมีผู้มายื่นเอกสาร เพื่อดำเนินการจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายเพิ่มมากขึ้น

“การนำโรงแรมเหล่านี้เข้าสู่ระบบจะเป็นผลดีกับธุรกิจ เพราะทำให้ เรารู้ว่ามีโรงแรมอยู่มากน้อยแค่ไหน แต่อย่างไรก็ตามยังต้องดูว่าโรงแรมที่ยื่นขอปรับปรุงอาคาร เพื่อใช้ประกอบธุรกิจโรงแรมจะผ่านการพิจารณาออกมาเท่าไร และภาครัฐจะดำเนินการ กับโรงแรมที่จดทะเบียนไม่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างไร”

ด้านคุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว. การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงจะร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง พิจารณาเพิ่มบทลงโทษกับผู้ประกอบการโรงแรมผิดกฎหมายให้ได้รับโทษสูงขึ้น เพราะที่ผ่านมากระบวนการบังคับใช้กฎหมายอาจจะยังไม่เข้มข้นมากพอ โดยจะเสนอไปยังกระทรวงมหาดไทย เพิ่มบทลงโทษ คือ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000-200,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ จากปัจจุบันต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท ขณะที่การปรับต่อวันก็จะเพิ่มเป็น 20,000 บาทต่อวันตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน จากเดิมปรับวันละไม่เกิน 10,000 บาท

นับเป็นการรีรัน หยิบยกเรื่องการแก้ปัญหาโรงแรมที่จดทะเบียนไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือโรงแรมเถื่อนมาเป็นประเด็นทางสังคมอีกครั้ง แต่สัญญาณครั้งนี้ ดูเหมือนว่าจะชัดเจนเป็น รูปธรรม และมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เพราะไม่เช่นนั้นโอกาส ที่โรงแรมจดทะเบียนไม่ถูกต้องตามกฎหมายจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ฉุดรายได้โรงแรมระดับ 2-3 ดาว เหมือนที่กำลังเกิดขึ้นในเมืองท่องเที่ยวหลัก อย่างเชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต ก็จะทวี

มากขึ้นตามลำดับ จนสุดท้ายแล้ว โรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายมาโดยตลอด ก็อาจจะอยู่ไม่รอด ต้องล้มหายตายจากไป แต่การมุ่งมั่น จากภาครัฐจะแก้ปัญหานี้ได้มากน้อยเพียงใด และปัญหาโรงแรมเถื่อนที่เป็นปัญหาสะสมมานาน จะแก้ไขได้มาก ขนาดไหน คงต้องฝากไว้ในมือภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการท่องเที่ยวกีฬา