Wed. Oct 17th, 2018
กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ช่วงนี้ใครไม่พูดเรื่องที่กระทรวงการคลังกำลังจะเสนอร่างกฎหมายการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีก็จะรู้สึกว่าไม่ทันสมัยเอาเสียเลย

ถึงแม้ว่าได้มีการวิพากษ์วิจารณ์จนท่านรัฐมนตรีสมหมายซึ่งรับผิดชอบเรื่องนี้ต้องทบทวนแล้วทบทวนอีก แต่ในที่สุดรัฐบาลก็ทนเสียงคัดค้านไม่ได้ต้องขอให้ชะลอเรื่องเอาไว้ก่อน

อย่างไรก็ตาม การชะลอกับการยกเลิกเป็นคนละเรื่องกัน ดังนั้นเชื่อว่าถึงไม่ส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในเดือนมีนาคมอย่างแน่นอน แต่อาจจะต้องลุ้นไปทุกเดือน ดังนั้น เมื่อเราเชื่อว่าอย่างไรก็ตามกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รัฐบาลนี้ต้องนำมาใช้บังคับจนได้ ก็ต้องมาพิจารณากันว่าในแต่ละเรื่องที่มีผลกระทบกับเราทั้งในส่วนบุคคลและในส่วนของการดำเนินธุรกิจนั้น เรามีความสามารถเพียงไรในการจ่ายภาษีเช่นว่านี้

เรื่องแรกที่ต้องเข้าใจ คือ กฎหมายฉบับนี้ รัฐบาลต้องการนำมาทดแทนการจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่และภาษีโรงเรือนซึ่งมอบหมายให้ท้องถิ่นเป็นคนจัดเก็บ และให้นำเงินที่จัดเก็บได้ไปบำรุงท้องถิ่นของตนเอง ซึ่งก็คือ อบต. เทศบาล เมืองพัทยา และกรุงเทพมหานครสาเหตุของการที่รัฐบาลต้องการนำกฎหมายการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาแทนของเดิมท่าน ให้เหตุผลว่าการจัดเก็บภาษีของท้องถิ่นที่ผ่านมาเป็นการจัดเก็บตามความรู้สึก กล่าวคือ หากผู้จัดเก็บอารมณ์ดีก็เก็บน้อยอารมณ์เสียก็เก็บมาก จึงไม่ยุติธรรม ภาษีฉบับใหม่นี้เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ชัดเจนจะสามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผมคิดว่าหากพิจารณาตามที่หลายๆ ท่านในรัฐบาลได้ออกมาชี้แจงถึงความจำเป็นว่า ประชาชนต้องการให้รัฐบาลทำโน่นทำนี่แต่ปฏิเสธไม่ยอมเสียสละบ้าง (คือเสียภาษี) รัฐบาลจะเอาเงินที่ไหนมาสนองความต้องการ ก็เป็นความเห็นที่เราควรต้องพิจารณา

แต่ก็เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ก็คงเห็นด้วยกับรัฐบาล ว่าน่าจะต้องมีการกระจายกันรับผิดชอบต่อบ้านเมืองกันบ้างตามความสมควร แต่ที่ทุกคนเป็นห่วง คือ ความไม่รอบคอบของกระทรวงการคลัง ที่ไม่ได้ทำประชาพิจารณ์ขอความเห็นจากประชาชนเสียก่อน จึงทำให้เกิดความสับสนดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

เพื่อช่วยเหลือรัฐบาล เราชาวประชาคมโรงแรมไม่ว่าจะเป็นพนักงานลูกจ้าง หรือท่านเจ้าของกิจการ ลองช่วยกันพิจารณาในส่วนความรับผิดชอบของท่าน และลองเสนอความเห็นมาที่สมาคม เพื่อคณะกรรมการสมาคมจะได้มีข้อมูลที่ชัดเจนนำไปแจ้งให้รัฐบาลทราบว่าควรทำอย่างไรกับรายละเอียดในกฎหมายฉบับนี้ที่เราพอรับกันได้เริ่มต้นจากบุคคลธรรมดาก่อน คือ คนที่อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบมาประมาณ 10 ปี มีบ้านพร้อมที่ดินหนึ่งหลัง (ยังผ่อนไมหมด) ราคาวันนี้ประมาณ สามล้าน อัตราภาษีที่ท่านต้องเสียต่อปีประมาณ 1,500 บาท ซึ่งวันนี้ หากท่านอยู่ในหมู่บ้านเชื่อว่าท่านต้องเสียค่าบริหารส่วนกลางปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 10,000 บาท

หากท่านเป็นคนต่างจังหวัด บังเอิญได้มรดกเป็นสวนเกษตร 20 ไร่ ราคาประเมิน 2 ล้านบาท เสียภาษี 0.05% เท่ากับปีละ 1,000 บาทเสียให้รัฐได้ไหม

คราวนี้มาดูโรงแรมซึ่งอยู่ในภาคการพาณิชย์บ้าง ความน่ากลัวอยู่ที่วิธีการประเมิน หากประเมินโดยคิดค่าเสื่อมราคาของสิ่งปลูกสร้างคิดว่าโรงแรมคงไม่ขัดข้อง เพราะถ้าท่านรัฐมนตรีพูดจริงว่าจะคิดราคาที่ 1.0% แต่ถ้าประเมินราคาในปัจจุบันทั้งหมดท่านจะเสียกันไหวไหม เช่น ถ้าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวมแล้วประมาณ 5,000 ล้านบาท ท่านก็เสียภาษี 50 ล้านบาท เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่เราๆ ท่านๆ จะต้องติดตามและหากท่านคิดว่าการเสียภาษีแบบใหม่จะมีผลกระทบให้ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นจนเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจก็แจ้งข้อมูลให้สมาคมทราบเสียก่อนที่จะปล่อยจนสายเกินแก้