Thu. Oct 18th, 2018
พัฒนาเว็บแนะนำร้านอาหาร อีกทางเลือกของลูกค้ายุคโซเชียลฯ เอื้อประโยชน์ร้านอาหาร โรงแรม แบบวินวิน

พัฒนาเว็บแนะนำร้านอาหาร อีกทางเลือกของลูกค้ายุคโซเชียลฯ เอื้อประโยชน์ร้านอาหาร โรงแรม แบบวินวิน

เปิดศักราชใหม่ปี 2559 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวดูเหมือนจะสดใสมากที่สุด เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นๆ ขณะเดียวกัน การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้อยู่ได้ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมของผู้คน โดยเฉพาะภาคบริการอย่างโรงแรมหรือแม้แต่ร้านอาหาร ต่างต้องรู้เท่าทันและพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ไม่เช่นนั้นโอกาสการเติบโตอาจกลายเป็นเรื่องยากทันที

ปัจจุบัน ผู้ประกอบการโรงแรมของไทย มีการพัฒนาระบบไอทีเพื่อผลักดันการขยายฐานลูกค้าตลาดออนไลน์ ทั้งยังเป็นการลดระยะเวลาในการทำงานด้านเอกสาร และการคำนวณราคาที่เหมาะสม เพราะด้วยระบบออนไลน์จะมีการเปรียบเทียบราคาขายของคู่แข่ง เพื่อทำให้การโค้ดราคาขายห้องพักผ่านทราเวลเอเยนต์ออนไลน์ต่างๆ ทำรายได้ให้โรงแรมเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสนองต่อกลุ่มลูกค้าซึ่งในชีวิตประจำวันต่างมีตลาดออนไลน์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยตลอด โดยเฉพาะการใช้บริการผ่านสมาร์ทโฟน

ดังนั้น ผู้ประกอบการทั้งโรงแรมและร้านอาหารจำเป็นต้องรู้ทันพฤติกรรมลูกค้า ซึ่งแน่นอนว่าหากผู้ประกอบการใช้โฆษณาบนโลกโซเชียลมีเดียเป็นส่วนเสริมในการทำตลาดปีนี้ จะเข้ากับเทรนด์อย่างแน่นอน ด้วยมีการคาดการณ์ว่าเม็ดเงินโฆษณาที่ใช้ไปกับสื่อออนไลน์ทั่วโลก จะมีมูลค่ามากถึง 35,980 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็น 16% ของสัดส่วนการใช้งบโฆษณาทั้งหมด ส่งผลต่อการแข่งขันในโลกออนไลน์ก็จะดุเดือดขึ้นการใช้โซเชียลมีเดียจะช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทำตลาดได้แม่นยำมากขึ้น อาทิ เพศ อายุ อาชีพ สถานที่ สิ่งที่สนใจ และพฤติกรรม

นอกจากโรงแรมที่จะให้บริการลูกค้าผ่านโลกโซเชียลมีเดียรองรับกับผู้บริโภคที่รักความอิสระ และชอบจองตั๋วที่พักและตั๋วโดยสารเดินทางผ่านออนไลน์มากขึ้น ตามผลสำรวจของ Trip Barometer Connected Traveler ที่ระบุว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยในปีที่ผ่านมา กว่า 70% ได้รับข้อมูลผ่านเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ และกว่า 75% เข้าถึงข้อมูลการท่องเที่ยวระหว่างการเดินทางภายในประเทศไทย หากแบ่งเป็นสัดส่วนแล้ว จะพบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้สมาร์ทโฟน วางแผนและจองแพ็คเกจทัวร์มาไทย 65% จองผ่านคอมพิวเตอร์พีซี 30% แล็ปท็อป 28% และแท็บเล็ต 11%

เพื่อให้ธุรกิจสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค และเป็นแนวทางให้ธุรกิจอยู่รอดได้ ธุรกิจร้านอาหารไทยเองก็ต้องปรับตัวกันเป็นครั้งใหญ่ ซึ่งคุณฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย ระบุว่า สมาคมฯ ได้ร่วมมือกับคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล พัฒนาเว็บไซต์สำหรับให้ข้อมูลทราบเกี่ยวกับร้านอาหาร เพื่อให้เป็นมาตรฐานสากล เพราะต้องยอมรับว่าระบบออนไลน์เข้ามามีส่วนสำคัญต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก หากไม่ปรับตัวจะไม่สามารถอยู่รอดได้ โดยรวมตัวกับสมาชิกราว 300 ร้านอาหารทั่วประเทศ ในการจัดทำข้อมูลต่างๆ จากนั้น ทั้งแผนที่ร้าน เมนูอาหารทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ราคา ตลอดจนเรทติ้งของร้าน โดยประเมินจากผู้ที่มาใช้บริการ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสเปรียบเทียบ และเป็นทางเลือกก่อนเข้ามาใช้บริการได้มากขึ้น

นอกจากนั้น ยังจะนำข้อมูลนี้ มาแชร์ร่วมกับทางสมาคมโรงแรมไทยเพื่อให้ผู้ที่เข้าใช้โรงแรมในพื้นที่ท่องเที่ยวต่างๆ สามารถทราบว่าในพื้นที่ใกล้เคียงมีร้านอาหารอะไรแนะนำบ้าง ถือเป็นการให้ประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยว รวมถึงผู้ประกอบการทั้งร้านอาหารโรงแรม ตลอดจนห่วงโซ่ธุรกิจที่เกี่ยวกับร้านอาหารต่างๆ ในพื้นที่ท้องถิ่นนั้นต่างก็ได้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งคาดว่าภายในครึ่งปีแรกของปี 2559 น่าจะสามารถได้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ใช้

“ปกติร้านอาหารเล็กๆ ที่ไม่มีงบประมาณ เพื่อทำการประชาสัมพันธ์หรือกิจกรรมทางการตลาด หากมีเว็บไซต์กลางก็จะช่วยให้ร้านอาหารเหล่านี้อยู่รอดและมีโอกาสเติบโตได้มากขึ้น ยังส่งผลดีต่อโรงแรมขนาดเล็กๆ ด้วยเช่นกัน เพราะเมื่อลูกค้าสนใจเดินทางไปท่องเที่ยวแวะชิมอาหารร้านหนึ่งๆ แล้ว ก็ยังจะทำให้โรงแรมเหล่านี้มีโอกาสถูกเป็นตัวเลือกของนักท่องเที่ยวได้เพิ่มขึ้นถือเป็นการเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน ในอนาคตมองว่า จะมีร้านอาหารเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะระบบนี้สามารถรองรับข้อมูลได้ราวกว่า 100,000 ร้าน และจะมีการพัฒนาเป็นภาษาต่างๆ โดยเฉพาะภาษาจีน เพื่อรองรับการเติบโตภาคการท่องเที่ยวที่มีอย่างต่อเนื่องและแต่ละประเทศต่างก็งัดกลยุทธ์ดึงนักท่องเที่ยวด้วยกันทั้งสิ้น”

แนวทางดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือก นอกจากจะช่วยผลักดันให้เกิดประโยชน์ร่วมกันระหว่างธุรกิจทั้งสองแล้ว ยังจะส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวโดยรวมของประเทศ เพราะเรื่องเที่ยวกับเรื่องกินถือเป็นของคู่กัน เห็นความร่วมมือของภาคธุรกิจแบบนี้แล้ว ภาครัฐก็ไม่ควรนิ่งเฉยที่จะออกมาตรการมาช่วยสนับสนุนอีกทางหนึ่ง เพราะสุดท้าย คือ ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเกิดการจับจ่ายจริงจากการซื้อบริโภค