Wed. Oct 16th, 2019

53 ปีสตาร์มาร์คแบรนด์ผู้นำชุดครัว รีฟอร์มอาณาจักรธุรกิจบุกออนไลน์-ตลาดส่งออก

เปิดพอร์ต 53 ปีอาณาจักรธุรกิจกลุ่มสตาร์มาร์คของตระกูล “ศรีสกุลภิญโญ” ย้ำแบรนด์เจ้าตลาดบิลต์อินชุดครัวแพนทรี่ ปูแผนธุรกิจสู่ทศวรรษที่ 6 ปรับองค์กรสู่ดิจิไทเซชั่นเต็มรูปแบบรีโมเดลแผนธุรกิจเพิ่มบทบาทลูกค้ารีเทล 70-80 สาขาทั่วประเทศ ส่งชุดครัวคอมแพ็กต์สำเร็จรูปเคาะประตู

ลูกค้าเจ้าของบ้าน เริ่ม 2-6 หมื่นบาท แตกไลน์ “สตาร์มาร์ค อินทีเรียร์” อัพเกรดเจาะกำลังซื้อ B+ ขยายฐานลูกค้ารีสอร์ตโรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ทะลุ CLMV ตั้งเป้า 5 ปีส่งออก 20% จับตาแพลตฟอร์มใหม่ “ออนไลน์ทู ออฟไลน์” ดึงสตาร์ตอัพ Homeprise วาดแผนขึ้นเบอร์ 1 วันสต็อปดิจิทัลเซอร์วิสตลาดเอเชีย

ก้าวสู่ทศวรรษที่ 6 ของกลุ่มสตาร์มาร์ค ผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์ชุดครัวแพนทรี่ของเมืองไทย ด้วยยอดส่งมอบสินค้าปีละ 20,000 ชุด ในปัจจุบัน ล่าสุด “ตระกูลศรีสกุลภิญโญ” เปิดโมเดลธุรกิจรอบใหม่ โดยวางกลยุทธ์การเติบโต 5 ปี (2562-2566) ปักธงลงทุนครอบคลุมพื้นที่ประเทศไทย ควบคู่ขยายช่องทางส่งออกไปยังตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC 10 ประเทศ

โมเดลธุรกิจ “ดิจิไทเซชั่น”

ดร.พัฒน์ปกรณ์ ศรีสกุลภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตาร์มาร์ค แมนูแฟคเชอร์ริ่ง จำกัด เปิดเผยว่า นับจากจุดเริ่มต้นกลุ่มธุรกิจสตาร์มาร์ครุ่นคุณพ่อในปี 2509 ปัจจุบันมีอายุการก่อตั้งกิจการครบรอบ 53 ปี นโยบายในการก้าวสู่ทศวรรษที่ 6 ของกลุ่มสตาร์มาร์ค มุ่งสู่การเป็นผู้นำภายใต้โมเดลธุรกิจดิจิไทเซชั่น เป้าหมายต้องการผลักดันยอดขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ

“เรามองเห็นเทรนด์ธุรกิจโลกใหม่ตั้งแต่ 10 กว่าปีที่แล้ว จากเดิมที่เป็นผู้นำตลาดชุดครัวแพนทรี่ มีการแตกไลน์เปิดบริการ STARMARK Total Home Lifestyle Solution” หรือสตาร์มาร์ค อินทีเรียร์

ดร.พัฒน์ปกรณ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ บริษัทมีการลงทุนเทคโนโลยี 4.0 ตั้งแต่ปี 2556 ด้วยการเข้าซื้อกิจการโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ในสเปน เหตุผลหลักเพราะต้องการเครื่องจักรเทคโนโลยีเยอรมนี ซึ่งมีการติดตั้งเครื่องจักรทันสมัยที่สุด แต่มีจำนวนเพียง 5 เครื่องทั่วโลก หรือเป็นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น

ไม่ทำงานคนเดียว โตคู่ SMEs

แนวทางทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ชุดครัวและสตาร์มาร์ค อินทีเรียร์ ยังให้น้ำหนักการสร้างเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจบริษัทกลาง-เล็ก หรือ SMEs
รูปแบบคือ กลุ่มสตาร์มาร์คเป็นตัวกลางด้านการตลาด มีเน็ตเวิร์กที่สะสมมาไม่ต่ำกว่า 20-30 ปี ที่สำคัญมีบิ๊กดาต้าจากการส่งมอบชุดครัวสะสม 4-5 แสนชุด ทั้งบิ๊กดาต้าลูกค้าโครงการ ซึ่งมีการทำวิจัยและพัฒนาสินค้าร่วมกับคู่ค้าดีเวลอปเปอร์รายใหญ่ และบิ๊กดาต้าลูกค้ารายย่อย สามารถนำมาแชร์ข้อมูลในการทำธุรกิจร่วมกับพันธมิตร SMEs

“ทิศทางอนาคต เราจะเติบโตแบบวิน-วินไปด้วยกัน เป็น new direction ของกลุ่มสตาร์มาร์ค”

โฟกัส “ออนไลน์ทูออฟไลน์”

โอกาสในการเติบโตบนแพลตฟอร์มออนไลน์ บริษัทได้ลงทุนอยู่เบื้องหลังในธุรกิจสตาร์ตอัพ “Homeprise” ไม่ต่ำกว่า 2 ปีมาแล้ว เพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีและเน็ตเวิร์กในรูปแบบ “ออนไลน์ทูออฟไลน์”

โดย Homeprise ได้รับเลือกจากแอปเปิลอิงก์ สิงคโปร์ ร่วมกันพัฒนาซอฟต์แวร์ AR (augmented reality) ของสิงคโปร์

“จุดแข็งของเราคือสตาร์มาร์คมีแบรนด์แข็งแกร่งบนออฟไลน์ ส่วน Homeprise เป็นสตาร์ตอัพบนออนไลน์ที่โดดเด่นระดับเอเชีย ในอนาคตเมื่อใช้อย่างแพร่หลายแล้ว จะทำให้สตาร์มาร์คก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในระดับเอเชีย ไม่ใช่หนึ่งในไทยแลนด์”

ดร.พัฒน์ปกรณ์กล่าวต่อว่า เปรียบเทียบเหมือนกับบริการวันสต็อปเซอร์วิสบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยแอปเปิล อิงก์ กับ Homeprise พัฒนาซอฟต์แวร์, กลุ่มสตาร์มาร์คนำสินค้า SMEs ดีไซเนอร์คนไทย ให้มาอยู่ในระบบ ร่วมกันดูแลลูกค้าโครงการหรือดีเวลอปเปอร์ ซึ่งปัจจุบันมีการเชื่อมธุรกิจกันสำเร็จแล้วกับ บมจ.แสนสิริ

ล่าสุดอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อเชื่อมแพลตฟอร์มกับบิ๊กแบรนด์อสังหาริมทรัพย์อีกหลายรายในตลาด

เพิ่มน้ำหนัก “ลูกค้ารีเทล”

นางสาวณัฐปภัสร์ ศรีสกุลภิญโญ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มสตาร์มาร์ค กล่าวเพิ่มเติมว่า แผนธุรกิจตั้งเป้ารับรู้รายได้มีการเติบโตต่อเนื่องปีละ 5-10% ล่าสุดรายได้ในปี 2561 มีจำนวน 1,300 ล้านบาท ปี 2562 ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 1,500 ล้านบาท ขณะเดียวกันมีแบ็กล็อก (สินค้ารอโอน) ในมืออีก 1,600 ล้านบาท จึงถือเป็นปีที่ดีอีกปีหนึ่งของบริษัท ถึงแม้ภาวะเศรษฐกิจภาพรวมจะอยู่ในช่วงขาลง

โดยพอร์ตรายได้รวมแบ่งเป็น ลูกค้ารายใหญ่ หรือลูกค้าโครงการ 60% ป้อนสินค้าชุดครัวแพนทรี่ให้กับโครงการคอนโดมิเนียมเป็นหลัก ปัจจุบันมีฐานลูกค้า 30-40 โครงการ เฉลี่ยติดตั้งชุดครัวบิลต์อินปีละ 20,000 ชุด ส่วนบ้านแนวราบติดตั้งเฉลี่ยปีละ 400 ยูนิต

ตลาดลูกค้าโครงการเริ่มตั้งแต่การพัฒนาสินค้าและออกแบบร่วมกัน ทำให้ชุดครัวแต่ละโครงการมีเอกลักษณ์ของตัวเอง เป็นจุดขายของสตาร์มาร์คที่มัดใจคู่ค้าตลอดช่วง 25 ปีที่ผ่านมา ในการส่งมอบจะติดตั้งแบบฟูลลี่เฟอร์นิช หรือห้องชุดตกแต่งพร้อมเข้าอยู่ ซึ่งจะต้องมีการรับประกันทั้งคุณภาพสินค้า และการส่งมอบตรงเวลา

“สังเกตว่าบ้านแนวราบจะน้อยกว่า เพราะลูกค้าโครงการของแนวราบไม่ได้เน้นทำการตลาด หรือขายแบบฟูลลี่เฟอร์นิช เหมือนกับคอนโดฯ แต่ในวงการเฟอร์นิเจอร์ ชุดครัวบิลต์อินเราแทบจะทำเจ้าเดียวในตลาดแนวราบ ปัจจุบันมีฐานลูกค้าหลัก บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, ควอลิตี้เฮ้าส์ และแสนสิริ”

พอร์ตรายได้ที่เหลืออีก 40% มาจากตลาดรีเทล หรือลูกค้า end user โดยเป็นคู่ค้ากับโฮมโปรตั้งแต่ปี 2539 สาขาแรกอยู่ที่โฮมโปร รังสิต ปัจจุบันสตาร์มาร์คในโฮมโปรเติบโตจำนวน 70-80 สาขาทั่วประเทศ ไซซ์ 60-80 ตารางเมตร

“ปีนี้เป็นจังหวะที่ธุรกิจอสังหาฯชะลอตัวด้วย ถ้า portion งานโปรเจ็กต์ชะลอลง ก็ต้องขยายตัวลูกค้ารีเทลให้แรงขึ้น เพราะฉะนั้น อยากบาลานซ์พอร์ตรายได้ใหม่ จากเดิมลูกค้าโครงการ/ลูกค้ารีเทล 60/40 ภายในปี 2563 ต้องการปรับสัดส่วนให้เป็น 50/50”

ปั้น “สตาร์มาร์ค อินทีเรียร์”

ทั้งนี้ แผนธุรกิจในการเพิ่มบทบาทลูกค้ารีเทลมีอย่างน้อย 3 ด้าน 1.ขยายไลน์สินค้าเพิ่มขึ้นผ่านสตาร์มาร์ค อินทีเรียร์ ภายใต้แนวคิด personalize interior ปีนี้ตั้งเป้ารายได้ 50 ล้านบาท และปี 2563 คาดว่ารายได้เพิ่มเป็น 200 ล้านบาท

โดยมีเปิดโชว์รูมแห่งแรกบนทำเล CDC ซึ่งเป็นโชว์รูมแฟลกชิปของสตาร์มาร์ค สาขาแห่งต่อไปเปิดบริการที่บุญถาวร วิลเลจ ปิ่นเกล้า ในเดือนกันยายนนี้ แผนลงทุนปีหน้าเตรียมเปิดเพิ่มอีก 2 แห่ง ร่วมกับบุญถาวร วิลเลจ บนทำเลเกษตร-นวมินทร์ และรัชดาภิเษก ใช้เงินลงทุนแห่งละ 3 ล้านบาท

“สตาร์มาร์ค อินทีเรียร์ เราอัพเกรดฐานลูกค้า เจาะตลาดกำลังซื้อ B+ ขึ้นไป แพ็กเกจราคาเริ่มต้น 3 แสนบาท นอกจากนี้ เจาะลูกค้าคอมเมอร์เชียลทั้งโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ที่ชอบโปรดักต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเรามีทีมดีไซเนอร์ถึง 30 คน ไว้รองรับทุกความต้องการด้านดีไซน์ของลูกค้า”

รวมทั้งมีการรีแบรนดิ้งโลโก้สตาร์มาร์คใหม่ ให้ทันสมัยและตอบรับลูกค้าคนรุ่นใหม่ นอกจากตัวหนังสือสไตล์ดิจิทัลแล้ว ยังนำเสนอคัลเลอร์เทรนด์ตามแบบฉบับกูเกิล โดยมี 8 เฉดสีด้วยกัน

เสริมแกร่งสาขา-แตกไลน์สินค้า

2.กลยุทธ์สาขา ก่อนหน้านี้ในช่วง10 ปีที่ผ่านมา โฮมโปรมีการเปิดสาขาใหม่เฉลี่ยปีละ 10 สาขา ทำให้เน้นน้ำหนักในเรื่องการขยายสาขา ปัจจุบันอัตราการเปิดสาขาใหม่เริ่มนิ่ง

กลุ่มสตาร์มาร์คจึงหันมาเน้นการขยายโปรดักต์เพิ่มขึ้น ล่าสุดเพิ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ “หน้าบาน” กับ “วงกบ” เป็นสินค้าสำเร็จรูปสำหรับนำไปใช้กับครัวปูน และตู้ลอยด้านบนในห้องครัว มีข้อดีติดตั้งง่าย ควบคู่กับการนำเสนอชุดครัวสำเร็จรูปแบบคอมแพ็กต์ เป็นชุดครัวขนาดเล็ก ไซซ์ตั้งแต่พื้นที่ความยาว 1.2-1.66-2.2 เมตร เหมาะสำหรับติดตั้งในคอนโดฯ และทาวน์เฮาส์ที่มีพื้นที่จำกัด

“ชุดครัวสำเร็จรูปคอมแพ็กต์เป็นสินค้าขายดี ถ้าเป็นชุดครัวแบบเข้ามุมพื้นที่ยาว 1.8-2.2 เมตร ใช้เวลาภายใน 14 วัน ติดตั้งแล้วเสร็จ ราคาเริ่มต้น 2-6 หมื่นบาท/ชุด ไม่รวมเตา แต่รวมซิงก์ล้างจานเรียบร้อย ซึ่งสินค้าซิงก์ล้างจานก็เป็นซิกเนเจอร์ของสตาร์มาร์คเช่นกัน”

3.โฟกัสกลยุทธ์การทำตลาดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ทูออฟไลน์ เพราะตระหนักดีว่ามาร์เก็ตติ้งทูลในโลกธุรกิจยุคใหม่มีการเปลี่ยนแปลงหมดแล้ว หันมาใช้ออนไลน์มากขึ้น ดังนั้นจึงมีการพัฒนาเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ไอจี ไลน์แอด ฯลฯ

“ปัจจุบันออนไลน์ทูออฟไลน์ เรามีพันธมิตรซัพพลายเออร์ 100 กว่าราย ในการรันงานโครงการสตาร์มาร์คผลิตชุดครัว ตู้เสื้อผ้า ที่เรียกว่าฟูลลี่ฟิตเต็ด ส่วน loose furniture อาทิ เก้าอี้ 1 ตัว เตียง โซฟา ไลติ้ง ซัพพลายเออร์เป็นผู้รับชอบ”

เล็งเพิ่มพอร์ตส่งออก 20%

นางสาวณัฐปภัสร์กล่าวตอนท้ายว่า โอกาสทางธุรกิจมองไปถึงการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาด AEC-ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 10 ประเทศ ซึ่งกลุ่มประเทศ CLMV-กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม มีความโดดเด่นที่สุด

“3 ปีที่แล้วมองว่าตลาดในประเทศค่อนข้างอิ่มตัว อีกทั้งการแข่งขันก็รุนแรง อยากหาคู่ค้าในประเทศเพื่อนบ้าน ปัจจุบันเรามีคู่ค้าในลาว กัมพูชา เมียนมา ส่วนเวียดนามจะเป็นเฟสต่อไปที่จะเข้าไปสำรวจตลาด ในอนาคตภายในปี 2566 อยากมีรายได้ตลาดส่งออกสัดส่วน 20% ของรายได้รวม”

ในด้านกำลังการผลิต ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานอยู่ที่มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร บนที่ดิน 54 ไร่ กำลังผลิตต่อเดือน 10,000 ชุด ปัจจุบันใช้กำลังผลิต 70% แต่เพิ่งทำงานกะเดียว ในอนาคตสามารถเพิ่มการทำงานเป็น 2 กะได้ โดยมีไลน์ผลิต 10 ไลน์ผลิต ถ้าหากดีมานด์มีสูงต่อเนื่องสามารถลงทุนเพิ่มได้ทันทีอีก 2 ไลน์ผลิต โดยมีพนักงาน 1,300 คน

“การทำธุรกิจยุคนี้ไม่ต้องโตเอง หมดยุคโตเดี่ยว เป็นยุคที่ต้องหาพันธมิตรที่มีความถนัดความชำนาญเฉพาะด้าน มาร่วมมือกัน ซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน และเติบโตไปด้วยกัน” นางสาวณัฐปภัสร์กล่าว

ขอบคุณข้อมูลจาก : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.prachachat.net/property/news-367438