Thu. Dec 12th, 2019
เชียงใหม่จ๋า ‘มิชลิน’ มาแล้วจ้า

เชียงใหม่จ๋า ‘มิชลิน’ มาแล้วจ้า

เหล่าคนก้นครัวถึงคราวต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพราะเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และมิชลิน ถือฤกษ์ดีประกาศความพร้อมในการจัดทำคู่มือมิชลินไกด์ปีที่ 3 ฉบับปี 2563 เตรียมปล่อยตัวผู้ตรวจสอบอาหารหรืออินสเป็กเตอร์ลงพื้นที่สำรวจมาตรฐานอาหารตามหลักเกณฑ์การประเมินของมิชลิน มีกำหนดเปิดตัวคู่มือในปลายปีนี้ ภายใต้ชื่อ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ต และพังงา’

เชียงใหม่จ๋า ‘มิชลิน’ มาแล้วจ้า

นั่นหมายความว่า จุดหมายใหม่ล่าสุดในการตรวจสอบอาหารเพิ่ม คือ ‘เชียงใหม่’ ตามนัดหมาย ในฐานะเมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศไทย และมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมาเยือนเมื่อปี 2561 เกือบ 11 ล้านคน

ทั้งยังช่วยสะท้อนความหลากหลายของวัฒนธรรมอาหารใน 3 ภูมิภาคของไทย ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ กลาง และใต้ รวมถึงชื่อเสียงของไทยเรื่องการท่องเที่ยวเชิงอาหาร

คุณเกล แวนฮวู รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท มิชลิน เอ็กซ์พีเรียน ประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกและออสเตรเลีย เริ่มต้นเล่าว่า เหตุผลที่มิชลินไกด์เลือกเชียงใหม่เป็นเมืองล่าสุดที่ได้รับการบรรจุในมิชลินไกด์ปีที่ 3 เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวน่าสนใจ ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเยือนจำนวนมาก เป้าหมาย คือ การสัมผัสแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา รวมถึงอาหารรสชาติอร่อย โดยเฉพาะอาหารท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และคาดว่าจะมีร้านอาหารในเชียงใหม่ที่ได้รับคัดเลือกจากมิชลินไกด์ไม่ต่ำกว่า 50 ร้าน นับเป็นโอกาสที่เชฟ ผู้ช่วยเชฟ และพนักงานทุกฝ่ายในห้องอาหารจะต้องรวมพลังกันรังสรรค์เมนูอาหารและประสบการณ์การให้บริการออกมาอย่างดีที่สุด

คุณอลงกรณ์ ศรีชื่น ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท สยามมิชลิน จำกัด เล่าว่า หลักเกณฑ์ในการประเมินอาหารตามมาตรฐานของมิชลินไกด์ มีด้วยกัน 5 เกณฑ์หลัก ได้แก่

1. การเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ให้น้ำหนักคะแนนส่วนนี้มากถึง 50% เลยทีเดียว
2. ลักษณะเฉพาะของเชฟที่สื่ออาหาร
3. ความชำนาญและเทคนิคในการประกอบอาหาร
4. ความเสมอต้นเสมอปลาย
5. ความคุ้มค่าสมราคา

“วงการอาหารของเชียงใหม่ได้รับการพัฒนาจนโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน มีร้านอาหารที่น่าสนใจให้บริการจำนวนมาก และยังมีอาหารนานาชาติให้เลือกมากมาย”

นอกจากนี้ ร้านอาหารในเมืองเชียงใหม่ยังได้เปรียบในแง่การเข้าถึงวัตถุดิบที่สดใหม่ สามารถนำเสนออาหารเทรนด์สุขภาพภายใต้แนวคิด ‘ฟาร์ม-ทู-เทเบิล’ (Farm-to-Table) และการนำเสนอความคุ้มค่าเชิงราคา เนื่องจากเชียงใหม่เป็นที่ตั้งของโครงการหลวงจำนวนมากที่สุดถึง 27 แห่งในเขตภาคเหนือตอนบน จึงเป็นแหล่งเพาะปลูกผัก ผลไม้ และสมุนไพรที่สำคัญของประเทศ

คุณกฤษณะ แก้วธำรงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ททท. เล่าเสริมว่า เชียงใหม่เป็นจุดหมายที่มีความพร้อมทางด้านอาหาร รวมถึงบรรยากาศดี มีร้านอาหารริมทางหรือสตรีทฟู้ดให้บริการไม่ขาดสาย รวมถึงร้านท้องถิ่นที่ขายเมนูพื้นเมืองชื่อดัง เช่น ขนมจีนน้ำเงี้ยว และข้าวซอย

“ททท. จึงต้องการปลุกความคึกคักให้กับธุรกิจร้านอาหารในพื้นที่เชียงใหม่ และพัฒนาสู่การเป็นจุดหมายท่องเที่ยวเชิงอาหารอย่างยั่งยืน”


ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสาร Thai Hotels & Travel Vol.10 No.56