เปิดใจ ‘กอบกาญจน์’ ดันท่องเที่ยวสุขภาพและการแพทย์ฮับเอเชีย



ตลอดช่วงเวลา 2-3 ปีมานี้ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นตามลำดับ จนปัจจุบันสัดส่วนมูลค่าทางเศรษฐกิจ ของไทยมาจากภาค ท่องเที่ยวพุ่งสูงถึง 16.5% จากในอดีตมีสัดส่วนเพียง 10% ต้นๆ เท่านั้น ยิ่งในช่วงที่นานาประเทศได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจกันถ้วนหน้า การมุ่งสร้างรายได้จากธุรกิจท่องเที่ยวไทยมาชดเชยอุตสาหกรรมอื่นที่ยังได้รับผลกระทบ ด้วยการมุ่งจับตลาดที่มีศักยภาพด้านการ  ใช้จ่าย จึงมีความสำคัญมากขึ้น

mmm

ด้วยแนวโน้มสดใสของกลุ่มสินค้าบริการท่องเที่ยวประเภทนี้ ส่งผล ให้คุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ออกมาระบุถึงแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ โดยกระทรวงได้แบ่งรูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health Tourism) ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) เป็นการเดินทางมาเพื่อการรักษาพยาบาลเป็นหลัก และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) เป็นการใช้บริการเชิงสุขภาพเพื่อฟื้นฟูและบำรุงสุขภาพ

สถานการณ์การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของไทย จากข้อมูลพบว่ามีผู้มาใช้บริการทางการแพทย์ของไทยสัดส่วนมากที่สุดในโลก หรือมีจำนวน 1.2 ล้านคน จากจำนวนผู้เดินทางเข้ามาประเทศไทย ต่อปี จากจำนวนนักเดินทางที่เดินทางเพื่อใช้บริการทางการแพทย์ในต่างประเทศประมาณปีละ 7 – 8 ล้านคน ก่อให้เกิดเม็ดเงินต่อระบบเศรษฐกิจกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งสาเหตุเพราะนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ยอมรับถึงศักยภาพการแข่งขันของไทยที่ทัดเทียมประเทศอื่น มีการบริการที่ได้มาตรฐาน มีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ ทันสมัย บุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ ที่สำคัญค่าใช้จ่ายในการให้บริการต่ำใกล้เคียงกับประเทศอินเดีย

ขณะที่แนวโน้มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ก็ถือเป็นกลุ่มสินค้าที่มี  มูลค่าสูง จากข้อมูลพบว่าในตลาดโลกมีมูลค่าสูงถึง 1.6 ล้านล้านบาท ซึ่งไทยสร้างรายได้เป็นอันดับ 13 ของโลก สร้างรายได้ เข้าประเทศ 2.85 หมื่นล้านบาท โดย 3 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี และฝรั่งเศส จะเห็นได้ว่ามูลค่าสินค้า กลุ่มนี้ ยังสร้างรายได้เข้าประเทศได้น้อย ยังมีขนาดทางตลาดที่เล็กกว่าการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ค่อนข้างมาก สวนทางกับแนวโน้มการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของโลกที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ในไทยโตกว่าการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพถึง 4 เท่า ขณะที่ในตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของโลกพบว่าการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโตกว่าการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ประมาณ 7.3 เท่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้ประกอบกอบการด้านการแพทย์ของไทยส่วนใหญ่เป็นโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ที่มีเงินทุนหนา มาตรฐานการบริการสูงจึงมีศักยภาพในการสร้างรายได้ที่ดี ขณะที่ผู้ประกอบการเชิงสุขภาพของไทยส่วนใหญ่มีขนาดเล็กและมีข้อจำกัดในการดำเนินกิจการ

“กระทรวงจะต้องเข้าไปช่วยสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการเชิงสุขภาพ เพราะเราต้องการเพิ่มสัดส่วนนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ เนื่องจากเป็นกลุ่มมีรายได้สูง การศึกษาดี ระยะเวลาพักนาน นอกจากนี้ยังมีธุรกิจการแพทย์แผนไทย โดยปี 2558 ไทยมี

nnn

ผู้ประกอบการการแพทย์แผนทางเลือกราว 7,739 ราย ถือเป็น อีกทางเลือกในการการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สอดคล้องกับแนวโน้มความนิยมการรักษาแบบแพทย์แผนทางเลือกจากในประเทศต่างๆ ทั่วโลกมากขึ้น ตามเทรนด์การท่องเที่ยวปัจจุบัน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าว คุณกอบกาญจน์ ยังระบุว่า บทบาทภาครัฐในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในระดับต่างๆ นั้น พบว่า หากเป็นระดับประเทศ มีการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ ปี 2559 – 2568 ระดับกระทรวง ในยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทยปี 2558 – 2560 ได้ช่วยผลักดันสินค้าสู่การเป็นผู้นำการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของภูมิภาคเอเชีย ผ่านการพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างครบวงจร ทั้งด้านตลาดและการให้บริการ ยกระดับมาตรฐาน การกำหนดหลักเกณฑ์ด้านราคาและมาตรฐาน เพื่อลดการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการจนมีผลต่อการรักษามาตรฐานการให้บริการและราคาการบริการ การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในอาชีพเพื่อจูงใจให้เข้าสู่อาชีพนี้มากขึ้นและลดการขาดแคลนบุคลากร

การพัฒนาบริการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของชุมชนให้สามารถเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวหลักของจังหวัด และการเน้นการต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่ม การพัฒนาเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยมีการบริการและโครงสร้างพื้นฐานที่ครบวงจร อาจพัฒนาร่วมกับการท่องเที่ยวในมิติอื่น เช่น ลองสเตย์ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เป็นต้น

การส่งเสริมและสนับสนุนภาคเอกชนในการสร้างแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เช่น การสร้างศูนย์สมุนไพรเพื่อการท่องเที่ยว รวมถึงการสร้างเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับจังหวัดและภูมิภาคที่ผนวกกับกิจกรรมท่องเที่ยวอื่นเพื่อเพิ่มมูลค่า เป็นต้น

การส่งเสริมและสนับสนุนด้านการตลาดแก่ผู้ประกอบการเชิงสุขภาพ เช่น จัดทำเว็บไซด์กลางเพื่อบริการด้านสุขภาพของประเทศ จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในประเทศและต่างประเทศ เป็นต้น ซึ่งแนวทางส่งเสริมเหล่านี้ น่าจะเห็นผลในทางปฏิบัติได้ภายในสิ้นปีนี้ หรืออย่างช้าภายในกลางปี 2560 เพื่อให้ไทยเป็นผู้นำของเอเชียอย่างเต็มรูปแบบ

แนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ จากภาครัฐและการมีส่วนร่วมจากภาคเอกชน จะทำให้สินค้าท่องเที่ยวกลุ่มนี้เป็นแม่เหล็กช่วยดึงดูดรายได้จากภาคการท่องเที่ยวมากขึ้นเพียงใด จะเป็นเส้นทางช่วยคัดกรองนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้ามาใช้บริการได้เพิ่มขึ้นขนาดไหน ไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวประเภทนี้ของเอเชียได้หรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป…

มีการใช้จ่ายสูง โดยปัจจุบันเมืองไทยมีสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ได้รับรองมาตรฐานแล้ว 1,609 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นสปา 509 แห่ง นวดเพื่อสุขภาพ 1,070 แห่ง และนวดเพื่อเสริมสวย 30 แห่ง ในจำนวนนี้มีสปาบริการเชิงสุขภาพระดับ High-End มีชื่อเสียงและสร้างมูลค่าเพิ่มสูงในไทย มี Destination Spa และ Day Spa หลายแห่งที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลกและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ


Reveal ‘Kobkarn’s Thought to Promote Thailand as

Asia’s Health and Medical Tourism Hub

Throughout the past 2 – 3 years, Thailand’s tourism industry has gained more respective popularityfrom foreign tourists which now Thailand’s economic value ratio coming from tourism sector has jumped up to 16.5% comparing to the past rated which was 10% only. And when most countries have been receiving the impact from economic crisis, generating revenue from tourism business to compensate other  industries by focusing on penetrate into the market with high purchasing power seems to be more important.

The bright future of the group of tourism products and services has derived Mrs. Kobkarn Wattanavrangkul, Minister of Tourism and Sports coming out to indicate upon the guide to health tourism promotion which is considered as the quality group in term of income generating. In addition, Ministry of Tourism and Sports divides the type of Health Tourism into 2 categories as Medical Tourism; is the travel for medical treatment and Wellness Tourism; is the use of health nourishing service for rehabilitation and health nourishment.

According to the information on the circumstance of Thailand’s medical tourism, it was founded that there were many tourists buying Thailand’s medical services considered as the world’s highest ratio or approximated 1.2 million people from the number of travelers traveling to Thailand per year, while the number of travelers traveling for oversea medical

services is approximately 7 – 8 million people per year. This has generated the great amount of money to economic system over 100,000 million baht which this group of tourists has respected in Thailand’s competitiveness to be on par with other countries in term of service standard, advance medical technology, quality physician, and low cost treatment quite similar to India.

In addition to the trend of health tourism, this is considered as the product group with high value which the statistic indicated that in the world market this type of tourism has value as high as 1.6 trillion baht, while Thailand is ranked as the world’s number thirteen in this regard which can generate revenue to the country approximately 28,500 million baht.  The first three rankings

are America, Germany and France in respectively. This has shown that the value of this group of products generates less revenue to the country and has much smaller market size than medical tourism going against the world’s medical tourism trend that has been gaining more popularity in continuity.

In addition, medical tourism in Thailand has been growing 4 times better than health tourism, while for the world’s health tourism market, it was founded that this market has been growing 7.3 times better than medical tourism market. This is because most

certified health establishment divided into 509 spas, 1,070 wellness massage establishments, and 30 beauty supplementing massage establishments which among these figures, there are several reputable and high-end health spas, while some destination spas and day spas gain the world’s reputation and popularity from foreign tourists as well as Thai traditional medicine business. In 2015, Thailand had approximately 7,739 alternative medicine entrepreneurs which are considered as another way to better promote health tourism in accordance to the alternative physician trend from international countries across the globe based on the current tourism trend.” said Minister of Tourism and Sports.

mmm

Mrs. Kobkarn also indicated that for the role of government sector upon health tourism promotion in any particular level, for the national level, there is a  setting to develop Thailand as international health hub 2016 – 2025, and for ministry level, Thai tourism strategy 2016 – 2018 will help pushing forward products to  become the leader of health tourism in Asia through the completed personnel capability development both in marketing and service providing, standard elevation for criterion setting in price and standard to reduce  competition between entrepreneurs that may affect service providing and service charge standard maintaining, good image creation in profession to attract the greater number of people to work in this profession and personnel shortage reduction.

In addition, developing health tourism service of community to link up with the main tourist attractions of provinces, emphasis on local intelligence extension along with value added creation, and health tourism city development with completed services and infrastructures can all be done along with tourism in other dimensions such as long stay, ecotourism, etc. Other supplemented options include promoting and supporting private sector for health tourist attraction such as putting

up herbal center for tourism as well as provincial and regional health tourism route combined with other tourism activities to add value, etc.,

Providing marketing promotion and support for health entrepreneurs such as making main website to provide health service of the country, arranging health tourism promotion domestically and internationally, etc. which these supporting guidance should see the concrete results within the end of this year or middle of 2017 to fully promote Thailand as Asia’s leader.

Now, it is the time to wait and see whether or not medical and health tourism promotion scheme from government sector and participation of private sector will help transforming this tourism product group into the magnet in order to magnetize more revenues from tourism sector, and this scheme will turn into the channel to select the greater number of quality tourists to use the services, and Thailand will be able to become Asia hub for this type of tourism.

entrepreneurs in Thai medical business are the large size private hospitals that have deep pockets and high service providing standard so they have high potential to generate good revenue, while most Thai health entrepreneurs have small size business and limitation in business operation.

“Ministry of Tourism and Sports will get involve to support the group of health entrepreneurs because we want to increase the ratio of this tourist group which has high income, and good education, while they prefer the longer stay length for each visit and spend a lot of money. Currently, Thailand has 1,609

 


Comment Box