Tue. Oct 27th, 2020
ภูเก็ตโมเดล

‘ภูเก็ตโมเดล’ โปรเจคทดลอง อิมพอร์ตทัวริสต์เข้าไทย

อีกหนึ่งประเด็นร้อนที่ผู้ประกอบการโรงแรมไทยสนใจในขณะนี้ คงหนีไม่พ้นความคืบหน้าของแผนการเปิดประเทศ และเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยอีกครั้ง หลังสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในไทยคลี่คลายดีอย่างต่อเนื่อง

รัฐบาลวางเป้าหมายนำร่องในพื้นที่ ‘ภูเก็ต’ ซึ่งมีโมเดลดำเนินการ 2 รูปแบบด้วยกัน ผู้เขียนได้รวบรวมข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 1 กันยายน 2563 ไว้ ดังนี้

รูปแบบที่ 1 คือ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2563 ได้อนุมัติในหลักการให้ ‘ไทยแลนด์ ลองสเตย์’ หรือ บริษัท ไทยจัดการลองสเตย์ จำกัด (THAI LONGSTAY MANAGEMENT) ซึ่งเป็นบริษัทที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ถือหุ้นอยู่ 30% เป็นตัวแทนดำเนินโครงการนำนักท่องเที่ยวต่างชาติ 200 คนจากประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ที่แจ้งความประสงค์เข้ามาพำนักระยะยาว (ลองสเตย์) ในไทย

โดยไทยแลนด์ ลองสเตย์ จะเป็นผู้ประสานงานและดำเนินการเรื่องต่าง ๆ เช่น ขอวีซ่า ประสานซื้อประกันให้ โดยนักท่องเที่ยวเป็นผู้จ่ายเอง ตรวจหาเชื้อโควิด-19 จากประเทศต้นทางก่อน 48 ชั่วโมง และตรวจซ้ำอีกครั้งเมื่อเดินทางมาถึงสนามบินในไทย

จากนั้นจะให้นักท่องเที่ยวต่างชาติทั้ง 200 คน เข้าพักที่โรงแรมสถานที่กักตัวทางเลือก (Alternative State Quarantine: ASQ) เหมือนกับเวลาที่คนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศต้องเข้าพักในโรงแรมกักตัวที่รัฐกำหนด แต่นักท่องเที่ยวจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด กำหนดให้อยู่เฉพาะภายในห้องพักเท่านั้น เป็นเวลา 14 วัน ระหว่างนี้จะต้องรับการตรวจหาเชื้อโควิดอีก 2 รอบ เมื่อครบ 14 วันแล้วให้ออกจากห้องพักได้ และสามารถเดินทางภายในจังหวัดภูเก็ตได้

แต่ถ้าต้องการเดินทางออกนอกจังหวัดภูเก็ต ต้องอยู่อีก 7 วันให้ครบกำหนด 21 วันก่อน โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้ทำวีซ่าเพื่อขออยู่ในไทย 90 วัน และขอเพิ่มอีก 180 วัน รวมเป็น 270 วัน จะเดินทางเข้ามาภายในเดือนตุลาคมนี้

ส่วนรูปแบบที่ 2 ดำเนินการแบบทั่วไป ภายใต้ ‘ภูเก็ตโมเดล’ เดิม ซึ่งผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ไปแล้ว โดยเสนอให้มีการนำเข้านักท่องเที่ยวต่างชาติแบบจำกัดพื้นที่ (Sealed Area) กักตัวในพื้นที่ของโรงแรม 14 วัน เหมือนกับโครงการที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเล็งเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย ภายใต้โครงการ ‘ง็็ก็

Safe & Sealed Area for Tourism’ ให้เข้ามาเที่ยวไทยโดยจำกัดพื้นที่ และมีการตรวจสุขภาพตามเงื่อนไขของกระทรวงสาธารณสุข

คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ต้องรอผลของโครงการนำนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้ง 200 คน ที่มีบริษัท ไทยแลนด์ ลองสเตย์ เป็นผู้ดำเนินการก่อน แล้วประเมินผลการตอบรับของคนไทย โดยเฉพาะคนในพื้นที่ หากได้ผลดี ค่อยเริ่มดำเนินการภูเก็ตโมเดลแบบ Sealed Area ต่อไป แน่นอนว่าข้อมูลทั้งหมดนี้ต้องนำเข้าหารือในที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ชุดใหญ่อีกครั้ง ก่อนเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีตามลำดับ

ทั้งนี้มองว่า ‘จำเป็นต้องทดลอง’ ให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย เพราะตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติมีความจำเป็นต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมาก กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยืนยันว่าจะมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวด หากนักท่องเที่ยวชุดนี้เข้ามาแล้วไม่มีผู้ติดเชื้อ จะได้รู้สึกเบาใจขึ้น เพราะจะแสดงให้คนเห็นว่าสามารถจัดการเรื่องความเชื่อมั่นได้ ทั้งในมุมนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาและคนไทยในพื้นที่

กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ต้องการให้โมเดลทดลองนี้ ดำเนินไปอย่างระมัดระวัง เพื่อให้คนไทยเห็นว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามานั้นไม่ได้ติดเชื้อ เพราะตอนนี้คนไทยยังกังวลว่านักท่องเที่ยวจะนำเชื้อมาแพร่ภายในประเทศ “ยืนยันว่าการนำร่องดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยทั้งหมดต้องทำอย่างระมัดระวัง เน้นเรื่องระบบสาธารณสุขเป็นหลัก”

ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยังคงตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย 2 ล้านคนในช่วง 6 เดือน ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2563 ถึง เดือนมีนาคม 2564 มุ่งจับตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มไฮเอนด์และกลุ่มหนีหนาวซึ่งพำนักในไทยมากกว่า 1 เดือน  ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเดินทางมาประเทศไทยเป็นประจำอยู่แล้ว และรู้สึกว่าการเดินทางมาเที่ยวในประเทศไทยแล้วสบายใจกว่า เนื่องจากเราสามารถควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ได้ดีอย่างต่อเนื่อง

ส่วนบทสรุปในเรื่องดังกล่าวจะเป็นอย่างไร คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าโปรเจคทดลองนำนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยครั้งนี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่ และจะช่วยกรุยทางให้ภาคท่องเที่ยวไทยได้มากน้อยแค่ไหน หลังจากที่ภาคธุรกิจโรงแรมและท่องเที่ยวต้องบาดเจ็บกันอย่างหนักจากวิกฤตโควิด-19 มานานกว่า 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยเมื่อเดือนเมษายน 2563 ที่ผ่านมา

ที่มา : นิตยสาร Thai Hotel & Travel Magazine ฉบับเดือน สิงหาคม – กันยายน 2020

Leave a Reply

Or

Your email address will not be published. Required fields are marked *