Sun. Dec 16th, 2018
ปรากฏการณ์ ‘ไอคอนสยาม’ สู่ ‘โกลบอล เดสติเนชั่น’

ปรากฏการณ์ ‘ไอคอนสยาม’ สู่ ‘โกลบอล เดสติเนชั่น’

น่าจับตามองอย่างยิ่งว่าการเปิดตัวของโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ ‘ไอคอนสยาม’ จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่แก่วงการค้าปลีกและท่องเที่ยวของไทยมากขนาดไหน หลังเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ไปเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมาทุ่มงบประมาณในการโปรโมทและจัดกิจกรรมการตลาดช่วง2 เดือนแรกที่เปิดให้บริการถึง 1,000 ล้านบาท โดยเฉพาะแค่ 3 วันแรกที่ฉลองการเปิดตัวใช้งบฯ ไปกว่า 700 ล้านบาทแล้ว

ไอคอนสยามเป็นโครงการภายใต้การร่วมทุนของ บริษัทสยามพิวรรธน์ จำกัด เจ้าของและผู้บริหารศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี และสยามพารากอน กับบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (ซีพี) และอีกบริษัทภายในเครือซีพีอย่าง บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์คอร์ปอเรชั่น จำกัด เจ้าของและผู้พัฒนาโครงการมิกซ์ยูสและที่อยู่อาศัยระดับ Luxury มูลค่ากว่า 5.4 หมื่นล้านบาท

สร้างความคึกคักพร้อมปลุกสีสันใหม่ในย่านแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยพื้นที่รวม 7.5 แสนตารางเมตร บนเนื้อที่กว่า 55 ไร่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบไปด้วยอาณาจักรศูนย์การค้าหรูหราที่สุดแห่งหนึ่งของโลก 2 อาคาร รวมถึงคอนโดมิเนียมสุดหรูริมฝั่งแม่น้ำ 2 อาคาร สูง 70 ชั้น และ 52 ชั้น โดยเป้าหมายยักษ์ของไอคอนสยาม คือ ก้าวสู่การเป็น ‘โกลบอล เดสติเนชัน’ หรือจุดหมายปลายทางระดับโลกหนุนการพัฒนาเมืองและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ปลุกแรงกระเพื่อมในการลงทุนและการขยายตัวทางเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรีในระยะยาว 5 ปีต่อเนื่องนับจากนี้ พร้อมสร้างกระแส ‘ทอล์ก ออฟ เดอะ เวิลด์’ เพื่อดึงดูดทุกสายตาจากคนทั้งโลกให้หันกลับมามองประเทศไทยและแม่น้ำสายหลักอย่างเจ้าพระยา ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของไทยอีกครั้งผ่านการรวมพลังทางความคิดสร้างสรรค์ระดับชาติครั้งยิ่งใหญ่ชูอัตลักษณ์ความเป็นไทย หลอมรวมสู่ความเป็นที่สุดของเอกลักษณ์และวิถีไทย นำเสนอในรูปแบบของความวิจิตรล้ำสมัย

ไอคอนสยาม

นอกจากนี้ ยังได้คัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดของโลกมารวมกันที่นี่ ภายใต้ 2 แนวคิดหลัก นั่นคือ การสร้างประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่ายหรือ ‘Creating Shared Value’ และ การร่วมกันรังสรรค์ หรือ‘Co – Creation’ เพื่อสร้างการเติบโตไปพร้อม ๆ กัน

สำหรับสุดยอดไฮไลต์ หรือ ‘7 สิ่งมหัศจรรย์’ ของไอคอนสยามที่ผู้ประกอบการโรงแรมสามารถแนะนำข้อมูลแก่ลูกค้านักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ มีดังนี้

  1. River Park พื้นที่คอมมูนิตี้ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ขนาดใหญ่กว่า 10,000 ตารางเมตร ให้ประชาชนสามารถเข้ามาพักผ่อน และสัมผัสกับความงดงามของบรรยากาศริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมรองรับการจัดงานระดับชาติและการแสดงโชว์ระดับโลก
  2. ระบำสายน้ำที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้ชื่อ ‘ICONIC Multimedia Water Features’ จะเป็น ‘Iconic Attraction’ ระดับโลก ช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย และสร้างความแข็งแกร่งให้กรุงเทพฯ เทียบชั้น
    มหานครทั่วโลก
  3. สุขสยาม พื้นที่สะท้อนแนวคิดหลัก Co-Creation อีกจุดของไอคอนสยาม เพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกของการผนึกกำลังสร้างสรรค์จากชุมชนท้องถิ่น 77 จังหวัดทั่วประเทศ ร่วมสร้างแพลตฟอร์มธุรกิจและพื้นที่เชิงวัฒนธรรม ต่อยอดการพัฒนาสินค้าของแต่ละชุมชนให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการตลาดรูปแบบใหม่ที่ครบวงจร
  4. รถไฟฟ้าสายสีทอง เป็นอีกโครงสร้างพื้นฐานที่จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาเมืองที่เชื่อมต่อ รถ ราง เรือ ยกระดับคุณภาพชีวิตและศักยภาพเศรษฐกิจโดยรอบ นอกจากนี้ ยังสร้างท่าเทียบเรือ 4 ท่า ในโครงการเพื่อเชื่อมโยงการสัญจรทาง รถ ราง เรือเข้ากันอย่างสมบูรณ์แบบ
  5. ปรากฏการณ์รวมโลกในรอยไทย นับเป็นครั้งแรกของเวทีสาธารณะที่ได้รวบรวมผลงานทุกแขนงกว่า 100 ศิลปิน ตั้งแต่ศิลปินท้องถิ่น ไปจนถึงศิลปินระดับโลก ที่ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอก เพื่อไอคอนสยามโดยเฉพาะหนึ่งเดียวในโลก
  6. ทรู ไอคอน ฮอลล์ หรือสุดยอดศูนย์การจัดประชุมแห่งใหม่ของไทย รองรับการจัดงานประชุมระดับชาติและจัดงานแสดงโชว์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ล้ำยุคด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ช่วยผลักดันให้กรุงเทพฯ ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการประชุมนานาชาติในอนาคต
  7. พิพิธภัณฑ์ระดับโลก ภายใต้ชื่อ ‘River Museum Bangkok’ พื้นที่องค์ความรู้ให้สาธารณชนเรียนรู้และเข้าถึงศิลปะระดับโลกจากประเทศต่าง ๆ ได้ในชีวิตประจำวัน

ไอคอนสยาม

โดยทางไอคอนสยามคาดการณ์ว่าในช่วงแรกของการเปิดให้บริการ จะมีทราฟฟิกหรือจำนวนลูกค้าเข้ามาใช้บริการในไอคอนสยามเฉลี่ย 1.5 แสนคนต่อวัน เป็นชาวไทย 65 – 70% ส่วนชาวต่างชาติอยู่ที่ 30 – 35% และน่าจะเพิ่มเป็น 40 – 45% ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซัน

แน่นอนว่าการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการของไอคอนสยามครั้งนี้ จะช่วยส่งแรงกระเพื่อมถึงแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งโครงการที่อยู่อาศัย โรงแรม รวมถึงธุรกิจร้านอาหาร ค้าปลีกและท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยาในภาพรวม ทั้งฝั่งเจริญกรุงและเจริญนครคึกคักยิ่งขึ้น

และเมื่อนับจำนวนโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาในรัศมีใกล้เคียงตัวโครงการใหญ่นี้ มีมากกว่า 50 แห่งเลยทีเดียว คิดเป็นจำนวนห้องพักรวมมากกว่า 1 หมื่นห้อง ครอบคลุมทั้งระดับ 3 – 5 ดาว ทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมหลายแห่งต่างคาดการณ์ว่าไอคอนสยามจะส่งอานิสงส์ ทำให้นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวและจัดประชุมสัมมนาในพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่งมากขึ้น

คงต้องติดตามกันต่อว่า ‘ไอคอนสยาม’ จะสามารถสร้างปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่ให้กับภาคท่องเที่ยวไทยสมดั่งปรารถนาหรือไม่ เพื่อให้บรรยากาศการท่องเที่ยวริมน้ำเจ้าพระยาของบ้านเรา คึกคักเหมือนจุดหมายริมแม่น้ำหรืออ่าวดังของโลกอย่างในฮ่องกงหรือสิงคโปร์