Sat. Feb 27th, 2021
โควิด

‘ทีเอชเอ’ ชงรัฐเร่งเยียวยาผู้ประกอบการโรงแรมไทย

ผ่านไป 1 ปีเต็มสำหรับวิกฤตโควิด-19 แม้จะเริ่มเห็นแสงสว่างตรงปลายอุโมงค์จากความคืบหน้าของวัคซีนป้องกันโควิด-19 แต่ก็ยังคาดการณ์ได้ค่อนข้างยากว่าข้อจำกัดด้านการเดินทางระหว่างประเทศจะถูกปลดล็อกได้อย่างสมบูรณ์เมื่อไร ประเทศไทยจะสามารถกลับมา ‘เปิดประเทศ’ ได้ทันในช่วงครึ่งปีหลังอย่างที่หน่วยงานรัฐคาดการณ์หรือไม่ ยิ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ในประเทศ ได้กลายเป็นโจทย์ใหญ่ให้ผู้ประกอบการโรงแรมไทยต้องกุมขมับ ขบคิดหาทางรอดกันอีกรอบ

สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) นำทีมโดยคุณมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมฯ ได้เข้าพบคุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา เพื่อขอประชุมหารือร่วมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น พร้อมยื่นข้อเสนอมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ต่อธุรกิจโรงแรม

สำหรับข้อเสนอที่สมาคมฯ ต้องการให้ช่วยเหลือ ได้แก่

1. มาตรการสนับสนุนเงินเดือนค่าจ้างให้แรงงานภาคโรงแรมและการท่องเที่ยว ในลักษณะรัฐและเอกชนร่วมกันจ่าย หรือ ‘โค-เพย์เมนต์’ (Co-Payment) ในสัดส่วนฝ่ายละ 50% จำนวนเงินไม่เกิน 7,500 บาท เป็นระยะเวลา 12 เดือน เพื่อรักษาการจ้างงานเอาไว้ให้ได้

2. มาตรการช่วยเหลือและเยียวยาทางด้านการเงิน เช่น มาตรการพักชำระหนี้ และมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟท์โลน) โดยทางคุณพิพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้กล่าวถึงกรณีนี้ว่า สำหรับการช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการเข้าถึงซอฟท์โลนได้ง่ายมากขึ้นนั้น ได้มีการหารือร่วมกันมาตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 รอบแรก ส่วนการย้อนไปพิจารณาเรื่องการจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูธุรกิจท่องเที่ยว ทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะพยายามหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ในการจัดตั้งกองทุนฯ เพื่อดูแลผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยว

3. ขยายระยะเวลามาตรการบรรเทาผลกระทบของผู้ใช้ไฟฟ้า ประเภทที่ 5 กิจการเฉพาะอย่าง (ธุรกิจโรงแรมและกิจการให้เช่าพักอาศัย) โดยขอให้ช่วยลดค่าไฟฟ้าในอัตรา 15% ต่อหน่วย ไม่จำกัดปริมาณการใช้ไฟของโรงแรมแต่ละแห่ง เพื่อเป็นการลดภาระต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการ

4. ขยายเวลาการใช้สิทธิจองห้องพักในโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน เนื่องจากเหตุสุดวิสัยโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ ทำให้ประชาชนไม่สามารถเดินทางได้ตามกำหนดเดิม เพราะต้องให้ความร่วมมือแก่ภาครัฐตามมาตรการด้านสาธารณสุขเพื่อควบคุมโรค ประกอบกับบางพื้นที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ทำให้ประชาชนต้องการ ‘ยกเลิก’ หรือ ‘เลื่อน’ การจองที่พักผ่านโครงการฯ

สำหรับโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ที่ประชุมมีข้อสรุปว่า ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการฯ สามารถเลื่อนการจองได้โดยไม่เสียสิทธิ ภายในระยะเวลา 6 เดือน – 1 ปี โดยทางโรงแรมรับเรื่องไว้ก่อน และจะดำเนินการในระบบของธนาคารกรุงไทยต่อไป ภายหลังจากธนาคารกรุงไทยดำเนินการปรับปรุงระบบแล้วเสร็จเพื่อรองรับเงื่อนไขให้ผู้ใช้สิทธิสามารถเลื่อนการจองได้ ทางธนาคารกรุงไทยขอเวลาดำเนินการ 1 เดือน คาดปรับปรุงระบบแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้


‘เราเที่ยวด้วยกัน’ ขอผู้ประกอบการ ‘คืนเงิน’ ให้นักท่องเที่ยว 2 กรณี

ชงครม. เลื่อนวันเข้าพัก “เราเที่ยวด้วยกัน” ยืดเวลาถึง 31 ต.ค.64


สอดรับกับที่ คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกประกาศก่อนหน้านี้ว่า “…เพื่อบรรเทาผลกระทบของประชาชนที่ได้จองโรงแรมที่พักตามโครงการฯ แต่ไม่สามารถเดินทางไปเข้าพักได้ รวมทั้งเพื่อรักษาชื่อเสียงของผู้ประกอบการโรงแรมที่พักที่เข้าร่วมโครงการ กระทรวงการคลังจึงขอความร่วมมือสมาคมโรงแรมไทยและผู้ประกอบการโรงแรมที่พักที่เข้าร่วมโครงการฯ ทุกแห่งพิจารณาเลื่อนวันเข้าพักให้กับประชาชนที่ใช้สิทธิตามโครงการฯ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือพิจารณาคืนเงินให้แก่ประชาชนโดยการเปลี่ยนแปลงการจองดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นการผิดเงื่อนไขของโครงการฯ และโครงการฯ จะคงจำนวนสิทธิให้กับประชาชนที่ใช้สิทธิดังกล่าว” 

ทั้งนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอยู่ระหว่างพิจารณานำเสนอคณะรัฐมนตรีขยายระยะเวลาโครงการฯ ออกไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2564 รวมทั้งกำหนดระบบการเลื่อนวันเข้าพักสำหรับประชาชนที่ได้จองโรงแรมที่พัก เพื่อเข้าพักตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป โดยธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จะดำเนินการปรับปรุงระบบให้สอดรับกับการดำเนินการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาโดยเร็วต่อไป

ในระหว่างนี้ประชาชนที่ได้จองโรงแรมที่พักเพื่อเข้าพักตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 ที่มีความประสงค์จะเลื่อนการเข้าพักสามารถประสานโรงแรมได้ ณ บัดนี้เป็นต้นไป โดยโรงแรมสามารถรับเรื่องไว้ได้ก่อนและขอให้โรงแรมดำเนินการแจ้งการเลื่อนในระบบตามลำดับ

ทั้งนี้คุณมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาสมาคมฯ ได้ขอความร่วมมือและมีแนวทางปฏิบัติให้กับผู้ประกอบการในการอนุญาตให้ลูกค้าที่ใช้สิทธิโครงการเราเที่ยวด้วยกันเลื่อนการจองออกไปก่อน ส่วนการคืนเงินจอง 60% ส่วนที่ลูกค้าร่วมจ่ายกลับไปให้ลูกค้านั้น ถือว่าขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ประกอบการโรงแรมแต่ละราย

“สมาคมฯ มองด้วยว่าหลังจากที่รัฐบาลได้ขยายระยะเวลาโครงการเราเที่ยวด้วยกัน จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 มกราคม 2564 ไปสิ้นสุดวันที่ 30 เมษายนนี้ หากสามารถขยายได้ไปจนถึงสิ้นปี 2564 จะถือเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะขณะนี้ไม่มีโครงการกระตุ้นหรือมาตรการใดออกมาช่วยผลักดันให้เกิดกระแสการเดินทางท่องเที่ยวได้ดีเท่าโครงการนี้อีกแล้ว” คุณมาริสากล่าวปิดท้าย

ขอบคุณรูปภาพโดย :

fernando zhiminaicela จาก Pixabay – https://pixabay.com/th/photos/covid–อายุ-19-coronavirus-pandemic-4985553/

www.เราเที่ยวด้วยกัน.com

Leave a Reply

Or

Your email address will not be published. Required fields are marked *