Mon. Oct 15th, 2018
ถึงคราวผู้ประกอบการต้องเตรียมตัววางแผนรับมือ เมื่อกระทรวงทรัพย์ฯ เตรียมจำกัดจำนวนคนเที่ยว อุทยานฯ ปีหน้า

ถึงคราวผู้ประกอบการต้องเตรียมตัววางแผนรับมือ เมื่อกระทรวงทรัพย์ฯ เตรียมจำกัดจำนวนคนเที่ยว อุทยานฯ ปีหน้า

นโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ ถือเป็นฟันเฟืองทำให้เศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมดีขึ้น จากปัจจุบันเศรษฐกิจยังตกอยู่ในภาวะระส่ำระสาย การสนับสนุนของรัฐบาล แม้จะช่วยสร้างรายได้ให้กับภาคธุรกิจท่องเที่ยวและบริการเพิ่มมากขึ้น ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้รัฐบาลจะพยายามเน้นทำการตลาดจับ นักท่องเที่ยวคุณภาพ แต่ในความเป็นจริงก็ยังต้องพึ่งจำนวนตัวเลขจากนักท่องเที่ยวก็ต้องมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอยู่ดี

สอดคล้องกับของสภาเศรษฐกิจโลก World Economic Forum (WEF) ใน 10 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีนักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 60 ล้านคน เติบโตเท่าตัวจากปัจจุบัน และหากรวมกับประชากรไทยอีกราว 65 ล้านคน ความหนาแน่นของประชากร การใช้ทรัพยากรทางการท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม แหล่งสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานจะสามารถรองรับได้เพียงใด เพราะอย่างปัญหาความปลอดภัย อาชญากรรมทางการ ท่องเที่ยว ซึ่งรัฐบาลก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้

ล่าสุดผลการสำรวจของสภาเศรษฐกิจโลก พบว่า เรื่องความปลอดภัยและความมั่นคง ไทยอยู่ในอันดับ 118 ของโลกจากการสำรวจทั้งสิ้น 135 ประเทศ ส่วนเรื่องความยั่งยืนด้าน สิ่งแวดล้อมอยู่อันดับที่ 122 ถือเป็นอันดับที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก

แม้ปัญหาเรื่องความปลอดภัยอาจจะเป็นโจทย์ยากสำหรับรัฐบาลชุดใดก็ตาม ไม่ว่าจะระบบปกครองปกติ หรือปกครองระบอบพิเศษ ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ มีนักท่องเที่ยวถูกทำร้ายทั้งทางร่างกาย และทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ประชาชนคนไทยเองก็คงต้องรอลุ้นกึ๋นผู้บริหารว่า บทสรุปปัญหานี้จะดีขึ้นได้หรือไม่ คงต้องร่วมเป็นกำลังใจต่อไป

แต่สำหรับเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาที่จับต้องได้ ที่ผ่านมาปรากฏให้เห็นในรายงานข่าวจากสื่อกระแสหลักอยู่ตลอด ถึงทรัพยากรทางธรรมชาติด้านการท่องเที่ยวหลายแห่งเสื่อมโทรม เพราะให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเป็นจำนวนมาก แต่หน่วยงานที่กำกับดูแลกลับไม่มีมาตรการรองรับกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น ส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะปัญหาขยะ ล้นเกลื่อนพื้นที่ตามชายหาด อุทยานต่างๆ

ถึงคราวผู้ประกอบการต้องเตรียมตัววางแผนรับมือ เมื่อกระทรวงทรัพย์ฯ เตรียมจำกัดจำนวนคนเที่ยว อุทยานฯ ปีหน้า

ล่าสุด คุณธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ออกมาแสดงความเป็นห่วงต่อปัญหานี้ และเตรียมการฟื้นฟูพื้นที่อ่าวมาหยา อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพีพี

คาดว่าจะดำเนินการได้ภายในปี 2561 โดยเตรียมทำแผนประชาสัมพันธ์ให้ทั้งนักท่องเที่ยว เจ้าของสถานประกอบการ และบริษัททัวร์ทราบล่วงหน้า รวมถึงพื้นที่อื่นที่อยู่ระหว่างหา ข้อสรุป ทั้งนี้ ทางกรมอุทยานฯ จะเริ่มจำหน่ายตั๋วในระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสามารถรู้ปริมาณนักท่องเที่ยวที่แน่นอน เมื่อตั๋วขายหมดตามจำนวนที่กำหนดไว้ก็จะไม่มีการขายอีก ใครไม่มีตั๋วก็เข้าไม่ได้ รูปแบบดังกล่าวหลังจากเริ่มนำร่องในพื้นที่อ่าวมาหยา ก่อนจะทยอยดำเนินการในอุทยานอื่นๆ ต่อไป อย่างไรก็ตาม การจะสั่งปิดหรือจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยว ที่ใดที่หนึ่ง ทางกรมต้องมีการศึกษาเก็บข้อมูลและวางแผน อย่างรอบคอบ

“ที่ผ่านมา ยอมรับว่า ความเสียหายที่เกิดจากนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวจนล้นอุทยานฯ ค่อนข้างหนัก แต่ระยะหลังความเสียหายลดลงมา เพราะมีการพัฒนาพื้นที่อุทยานข้างเคียง อุทยานขนาดใหญ่ที่ได้รับความนิยมกระจายตัวออกไป ไม่ให้เกิดการกระจุกตัวอยู่ที่ใดที่หนึ่งมากเกินไป และเพื่อเตรียมรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในอนาคต”

ด้านคุณภูริวัจน์ ลิ้มถาวรรัตน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) แสดงความเห็นว่า ในอนาคตภาคการท่องเที่ยวไทยจะเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะ ในเชิงรายได้ แต่หมายถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นตามมา เรื่องนี้รัฐบาลไม่ควรนิ่งนอนใจ โดยต้องเตรียมรับมือในทุกมิติ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางการท่องเที่ยว และการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมทางการท่องเที่ยว ไม่ให้เสื่อมโทรม

เร็วกว่าความเป็นจริง ซึ่งเห็นว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควรเน้นการบริหารจัดการในแต่ละพื้นที่ตามความเหมาะสม มากกว่าการจะยึดเพียงแค่แนวคิดจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์

“ไม่ใช่ทุกพื้นที่ที่จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดเสมอไป เช่น อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งมีหลายเกาะ ช่วงนี้อาจจะปิดเกาะนั้น เปิดเกาะนี้ โดยไม่จำเป็นต้องปิดพร้อมกันทั้งหมด น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า หลายเกาะ หลายอุทยานมีชื่อเสียงดังระดับโลกนั้น ต่างชาติวางแผนมาท่องเที่ยวในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก การหารือกันก่อนระหว่างภาครัฐและเอกชนด้านการท่องเที่ยว ถึงการบริหารจัดการ การวางแผนร่วมกัน ตลอดจนสร้างการรับรู้ให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวอย่างน้อย 6 เดือน ถึง 1 ปี เพื่อแจ้งให้กับนักท่องเที่ยวได้รับทราบ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ

แนวทางการกลับมาใช้มาตรการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว เข้าพื้นที่อุทยาน แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ถือเป็นเรื่องที่จะช่วยยืดลมหายใจให้กับทรัพยากรทางธรรมชาติของประเทศ ซึ่งถือเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ภาคการท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง การท่องเที่ยวไทยจะเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพ โดยไม่สะดุดนั้น ทุกฝ่ายต้องคิดร่วมกันแบบบูรณาการ เดินนโยบายที่เอื้อต่อกัน เพื่อจะ Win Win ทั้งสองฝ่าย เพราะขณะนี้ประเทศไทยใช่ว่าต้องเที่ยวตามฤดูกาลเท่านั้น แต่สามารถหมุนเวียนไปได้ทั่วประเทศ การมุ่งสร้างรายได้ให้เกิดจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว องคาพยพจึงมีความสำคัญ