Wed. Oct 17th, 2018
ททท. – เอกชน งัดกลยุทธ์ กระตุ้นเที่ยวโลว์ซีซั่น สิ้นหวังรายได้ 2.2 ล้านล้าน คาดเศรษฐกิจซบ - นักท่องเที่ยวกร่อย

ททท. – เอกชน งัดกลยุทธ์ กระตุ้นเที่ยวโลว์ซีซั่น สิ้นหวังรายได้ 2.2 ล้านล้าน คาดเศรษฐกิจซบ – นักท่องเที่ยวกร่อย

เปิดฉากก้าวเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่นกับการบรรยากาศที่เริ่มทิ้งทวนความร้อนระอุ สู่บรรยากาศฝนที่เริ่มพรำ คงเป็นบรรยากาศที่ไม่แตกต่างจากสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยที่ยังเย็นเฉื่อยต่อเนื่อง ไม่ร้อนแรงเหมือนตามที่รัฐบาลคาดหวังไว้นัก เพราะจากการวิเคราะห์ของผู้ประกอบการการท่องเที่ยวบนพื้นฐานสภาพความเป็นจริง กลับมองว่าไม่ได้สวยหรูตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประเมินไว้เท่าใดนัก โอกาสที่รายได้จะทะยานทะลุ 2.2 ล้านล้านบาท คงไม่ถึงฝั่งง่ายๆ

แม้เมื่อเร็วๆ นี้ คุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังคงยืนยันว่า ตลอดทั้งปี 2558 จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 28.8 ล้านคน สร้างรายได้ที่ 2.2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวไทย 24.7 ล้านคน สร้างรายได้ที่ 1.8 ล้านล้านบาท

ล่าสุด สถานการณ์นักท่องเที่ยวเดือนเมษายน 2558 ในระหว่างวันที่ 1 – 27 เมษายน 2558 มีจำนวน 2,067,562 คน ขยายตัวร้อยละ 22.89 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมาก 2 อันดับแรก คือ จีนและมาเลเซีย ทั้งนี้ คาดว่านักท่องเที่ยวจะขยายตัวในอัตราใกล้เคียงกันในสัปดาห์ต่อไป เนื่องจากการมีวันหยุดพิเศษเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2558 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย

ท่องเที่ยวไทย

ทว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กลับขัดแย้งกับความเห็นของ คุณอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ที่ระบุว่า แม้ตลอดปีนี้จะไม่มีปัจจัยลบ แต่รายได้ภาคการท่องเที่ยวไทยปี 2558 อย่างดีก็แตะระดับ 2 ล้านล้านบาทเท่านั้น เพราะจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่เหมือนสัญญาณจะพลิกฟื้น แต่ก็ยังไม่เต็มที่ได้เท่าใด โดยเฉพาะตลาดรัสเซีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ ค่าใช้จ่ายต่อทริปสูงถึง 7.2 หมื่นบาท แต่กลับลดการเดินทางมาเที่ยวไทยกว่า 50% หรืออาจเหลือเพียง 1 ล้านคนเป็นอย่างมากต่างจากปี 2557 ที่สูงถึง 1.6 ล้านคน และยังเห็นว่ากว่าจะเริ่มกลับมาฟื้นคงเป็นปี 2559 เป็นต้นไป เช่นเดียวกับตลาดอื่นในยุโรปก็อยู่ในระดับทรงตัว และวางแผนค่าใช้จ่ายเพื่อท่องเที่ยวมากขึ้น กอปรกับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เริ่มเข้าสู่ช่วงนอกฤดูการท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) จำนวนนักท่องเที่ยวก็จะยิ่งน้อยเหมือนทุกปี

“สิ่งที่ สทท. และหน่วยงานภาครัฐทำได้ ก็แค่กระตุ้นให้มีการท่องเที่ยวช่วงโลว์ซีซั่นให้มากขึ้นหรืออยู่ในระดับทรงตัว ผ่านกลยุทธ์ต่างๆ ที่ สทท. ได้พยายามผลักดันทั้งมาตรการออกมัลติเพิลวีซ่าให้แก่นักท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติการออกมัลติเพิลวีซ่าให้แก่นักท่องเที่ยวจีน อินเดีย และประเทศในกลุ่มยุโรปตะวันออก ภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้เพื่อให้ทันกับการรับนักท่องเที่ยวช่วงกรีนซีซั่นในเดือนพฤษภาคม – มิถุนายนนี้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางเพิ่มขึ้น และช่วยชดเชยตลาดที่หายไป คาดว่ามาตรการนี้จะช่วยกระตุ้นนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 1.5 ล้านคน สร้างรายได้เพิ่ม 3 หมื่นล้านบาท แต่ล่าสุดก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะยังไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง”

ด้าน คุณจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกาตะวันออกกลางและอเมริกา รักษาการผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แม้ยังยืนยันรายได้ 2.2 ล้านล้านบาท แต่เพื่อความไม่ประมาท ททท. ต่างเตรียมแผนกระตุ้นตลาดเพื่อพยุงสถานการณ์ต่อเนื่อง โดยมุ่งไปที่ตลาดตะวันออกกลางเป็นหลัก เพราะมีประชากรกว่า 1.6 พันล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากรทั้งโลก โดยช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาททท. ได้นำผู้ประกอบการ 60 ราย เข้าร่วมงานเทรดโชว์ ‘อาราเบียนทราเวล มาร์ท’ ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงได้นำเอกชน 30 ราย ไปโรดโชว์ที่เมืองโจฮันเนสเบิร์กและเคปทาวน์ในแอฟริกาใต้ และโรดโชว์ที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ช่วงเดือนพฤษภาคมเช่นกัน เพื่อรับฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคมนี้ เพราะเป็นฤดูหนาวของกลุ่มประเทศดังกล่าว ซึ่งนักท่องเที่ยว นิยมเดินทางหนีอากาศเย็นไปพักผ่อนต่างประเทศ ซึ่งตรงกับช่วงโลว์ซีซั่นของไทย

นอกจากนี้ ได้ให้สำนักงาน ททท. ต่างประเทศ ที่ดูแลพื้นที่ประเทศที่มีประชากรมุสลิมเข้าไปขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น ทั้งในเลบานอน จอร์แดน อียิปต์ โมร็อกโก ตูนิเซีย แอลจีเรีย คาซักสถาน อิหร่าน ฯลฯ พร้อมเชิญผู้ประกอบการ บางส่วนจากตลาดดังกล่าวมาร่วมงาน ‘ไทยแลนด์ทราเวล มาร์ท’ (ทีทีเอ็ม) ช่วงเดือนมิถุนายนนี้

“ตลาดที่ต้องเฝ้าระวัง คือ สแกนดิเนเวียน ที่อยู่ในช่วงขาลงมาแล้ว 2 ปี และคาดว่าปีนี้จะยังลดลงราว 5% เพราะจำนวนเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) ที่ลดลง ขณะที่ตลาดส่วนใหญ่อิ่มตัว เพราะเป็นกลุ่มเดินทางซ้ำ ดังนั้น จึงต้องเร่งไปส่งเสริมกลุ่มเดินทางครั้งแรกให้มากขึ้น ขณะที่ตลาดยุโรปในปีนี้ยังมีทั้งโอกาสที่จะติดลบและเพิ่มขึ้น ตอนนี้ต้องเร่งเข้าไปกระตุ้นการเดินทางประเทศที่ไม่ใช้ค่าเงินสกุลยูโร อาทิ สวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ และในระยะยาวจะต้องเร่งการเติบโตของกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะกลุ่มฮันนีมูนและคู่รักแต่งงานเพราะยังมีแนวโน้มดีและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่านักท่องเที่ยวปกติ 3 เท่า”

ส่วน คุณสรรเพชร ศุภบวรเสถียร นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก มีความเห็นสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน โดยระบุว่า สิ่งที่ทำได้ในช่วงโลว์ซีซั่น คือ การหันไปจับตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น เช่น จีนและอินเดีย เพื่อทดแทนนักท่องเที่ยวรัสเซีย ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวตลาดหลักของพัทยา ปัจจุบันนักท่องเที่ยวตลาดนี้หายไปประมาณ 70% โดยคาดว่าน่าจะทดแทนได้ประมาณ 50%

คนไทยเที่ยวไทย

สำหรับตลาดคนไทยเที่ยวในประเทศนั้น คุณอานุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. ระบุว่า ททท. จะปรับกลยุทธ์การสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ให้เพิ่มขึ้นเพื่อให้นักท่องเที่ยว คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในวันธรรมดามากขึ้น โดยจะเน้นจับกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ที่ปัจจุบันหันมาประกอบอาชีพอิสระกันมากขึ้น เพราะเป็นกลุ่มผู้มีทั้งรายได้และเวลาเหมาะสมในการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ใน 3 ปีนี้ จะต้องเร่งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค จูงใจให้คุ้นเคยกับการเที่ยววันธรรมดา เพิ่มขึ้นหากทำได้ตามเป้าหมาย สามารถเพิ่มอัตราเข้าพักเฉลี่ยให้โรงแรมทั่วประเทศในช่วงวันธรรมดาจาก 40% เป็น 50% ได้ก็นับว่าประสบความสำเร็จแล้ว

สำหรับผู้บริหารสายการบินอย่าง คุณธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย ระบุว่า สายการบินจะทำแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงโลว์ซีซั่น โดยอัดกลยุทธ์เรื่องราคาและบริการที่มีคุณภาพเป็นหลักเหมือนทุกปี และจะร่วมมือกับสายการบินที่บินไปต่างประเทศ จัดแคมเปญกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวประเทศนั้นๆ มาเที่ยวไทยมากขึ้น โดยใช้ไทยแอร์เอเชีย เพื่อบินต่อไปยังเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง

ดูแล้วแม้แนวโน้มสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยปีนี้ จะยังเห็นอุปสรรคที่ขวางหน้าอยู่ ต้องจับตามองว่าหลังจากทุกฝ่ายร่วมมือกันพยายามดันบรรยากาศท่องเที่ยวช่วงโลว์ซีซั่น จะทำให้ฝันกลายเป็นจริงได้หรือไม่