กรมท่องเที่ยวชูนวัตกรรมไอทีจัดฐานข้อมูลนักท่องเที่ยว กำหนดทิศทางนโยบายบริหารงานรองรับอุตสาหกรรมเติบโต



แน่นอนว่าสังคมไทย สังคมโลกปัจจุบัน กระแสไอทีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น และก็เริ่มขยายวงกว้าง ไปยังทุกหน่วยของสังคม แม้แต่ในสังคมชนบทเองภาครัฐ ก็ได้เริ่มเข้าไปปูพื้นด้วยการยกระดับการชำระเงินด้วยระบบคิวอาร์โค้ด ผ่านโทรศัพท์มือถือ เมื่อทุกอุตสาหกรรมเห็นความสำคัญในเรื่องไอทีที่จะเข้ามาใช้เป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกมากยิ่งขึ้น แต่หากอุตสาหกรรมใดไม่ยอมปรับตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม เท่ากับเสียโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจไป

เช่นเดียวกับกรมการท่องเที่ยว ตามวิสัยทัศน์ของอธิบดีกรมการท่องเที่ยวคนใหม่ คุณอนันต์ วงศ์เบญจรัตน์ ที่ระบุว่า ทุกวันนี้นักท่องเที่ยวเดินทางด้วย ‘สมาร์ทโฟน’ จึงต้องเร่งพัฒนาข้อมูลรองรับให้ดีขึ้น ซึ่งกรมการท่องเที่ยวจะขอยืมโมเดลแพลตฟอร์มออนไลน์ชื่อดัง อย่างทริปแอดไวเซอร์ มาใช้กับการทำงานทั้ง ในเรื่องของระบบรีวิว การคอมเมนต์ การจัดเรตติ้งผ่านดัชนี

สินค้าและบริการการท่องเที่ยวให้ครบวงจร ‘Plan-Do-Check-Act’ โดยเราจะคัดออกมาว่าสินค้าท่องเที่ยวไหนดี หรือสินค้าท่องเที่ยวไหนไม่ดี กรณีไม่ดี ก็เจาะลึกไปอีกว่าไม่ดีตรงไหน เพราะอะไร เพื่อให้นักท่องเที่ยวค้นหาและตรวจสอบข้อมูลได้ โดยกรมจะใช้แพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้ว เป็นเครื่องมือควบคุมคุณภาพการท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าน่าจะดำเนินการในเรื่องนี้ได้ภายในปี 2561

สำหรับแพลตฟอร์มออนไลน์ดังกล่าว นักท่องเที่ยวสามารถให้ความคิดเห็นหรือรีวิวการรับบริการและความพึงพอใจจากการเดินทางท่องเที่ยวได้โดยตรง ลักษณะเดียวกับที่เว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์ทำอยู่ในขณะนี้ แต่กรมนำมาปรับใช้กับสินค้า ท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศสามารถรีวิวการใช้บริการของบริษัททัวร์ แหล่งท่องเที่ยวร้านค้า สปา เพื่อให้กรมสามารถจัดเก็บข้อมูลความคิดเห็นของ

นักท่องเที่ยวนำไปตรวจสอบ และปรับปรุงเรื่องการหลอกลวงนักท่องเที่ยวได้ในอนาคต ถือเป็นกลไกในการจัดเรตติ้งคุณภาพของบริการทุกอย่างของนักท่องเที่ยว คุณอนันต์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าไทยมีปัญหาเรื่องนักท่องเที่ยวถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยหลักใหญ่แล้ว มาจากช่องว่างทางภาษา คือ เป็นการสื่อสารกันอย่างไม่เข้าใจ ดังนั้น หากสามารถมีเครื่องมือให้นักท่องเที่ยวสามารถแสดงความ

คิดเห็นได้เองโดยตรง และเราไปทำหน้าที่รับข้อมูลจาก ตรงนั้นมา หลังจากนี้ก็จะช่วยเข้าไปควบคุมดูแลบริการต่างๆ ที่เอารัดเอาเปรียบกับนักท่องเที่ยวได้ ถือเป็นการวางแผน รองรับการเติบโตในระยะยาว เนื่องจาก ในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือในปี 2563 บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) จะดำเนินการสร้างอาคารผู้โดยสาร

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เฟส 2 แล้วเสร็จ ซึ่งจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 60 ล้านคนต่อปี และหนุนให้ในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือปี 2570 ประเทศไทยจะรองรับนักท่องเที่ยว ต่างชาติสูงถึง 60 ล้านคน การนำเทคโนโลยีมาเป็นตัวแปรสำคัญในเรื่องการเก็บข้อมูล เพื่อกำหนดนโยบายต่างๆ ของหน่วยงานภายในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือการบริการข้อมูลต่างๆ สำหรับนักท่องเที่ยว ถือเป็นหัวใจหลัก และทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเติบโตอย่างเป็นระบบ

“ที่ผ่านมา มีหลายๆ คำพูด ระบุในทำนองเดียวกันว่า การขับเคลื่อนประเทศส่วนใหญ่ภาคเอกชนจะเป็นคนนำภาครัฐ กรมการท่องเที่ยวจึงต้องการยกเครื่องการทำงาน เพื่อเป็นฝ่ายชี้ให้เอกชนเห็นว่า เอกชนควรเดินไปในทิศทางไหน และเกิดการพัฒนาร่วมกันในการวางนโยบาย ทิศทางการท่องเที่ยวต่างๆ อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ท่องเที่ยวไทยยังมีปัญหาเรื่องการจัดการคน เพราะคนถือเป็นหนึ่งในหัวใจหลัก เราจะต้องควบคุมคุณภาพคนที่เกี่ยวข้องกับสินค้าบริการท่องเที่ยวให้ดีขึ้นด้วย ซึ่งกรมการท่องเที่ยวจะเร่งพัฒนาบุคลากรให้เข้าสู่ยุคเทคโนโลยี 4.0 ซึ่งก็คือจะต้องให้เป็นบุคลากรที่มีความคิดสร้างสรรค์ตลอดเวลา ไม่หยุดอยู่กับที่ เพราะในอนาคตอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่จะมีการเติบโตต่อเนื่อง” คุณอนันต์ กล่าว

เมื่อนำนวัตกรรมด้านไอที มาเป็นตัวแปรหลักในการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยวในอนาคต ที่กำลังก้าวสู่โลกออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ เชื่อว่าโอกาสการพัฒนาท่องเที่ยวร่วมกับภาคเอกชน จะไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น เพราะใช้ฐานข้อมูลเดียวกันในการคิดวิเคราะห์ วางแผน กำหนดนโยบายต่างๆ ส่วนจะสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่พัฒนาจากเทคโนโลยีได้มากน้อยเพียงใดนั้น
คงขึ้นอยู่กับผู้กำหนดนโยบาย


Department of Tourism Boost up IT Innovation to Create Tourist Database and Designate Management Policy Scheme to Support Industrial Growth

Department of Tourism Boost up IT Innovation to Create Tourist Database and Designate Management Policy Scheme to Support Industrial Growth

According to the current Thai society and world trend nowadays, IT current definitely takes more important role in daily life, and starts to expand to every unit of society even in the rural area, while the government has already paved the way by upgrading money payment with QR code system via mobile phone since every industry now is paying attention on IT that shall be used as the tool for providing more convenience. However, if any industry refuses to adjust itself to take up the changes in society, that means they will lose opportunity in business competition.

This was similar to the vision of a new Director-General of Department of Tourism, Mr. Anan Wongbencharat indicating that nowadays tourists are traveling with ‘Smart Phone’ so the country needs to quickly develop all supporting data. In addition, Department of Tourism shall borrow the well-known online platform model as ‘Trip Advisor’ to manipulate review system, comment, rating arrangement via product index, and extensive tourism service, under the slogan ‘Plan-Do-Check-Act’, which this system shall

critically select which tourism product is good or bad. When the bad case is founded, it will continue to dig down deep to find out which and why that part is bad so that tourists shall be able to search and check for such information. Department of Tourism shall use the existed platform as the tourism quality control tool, which this mission is expected to begin within 2018.

According to such online platform, tourists can directly post their opinions or reviews for receiving service, and satisfaction from traveling similar to what Tripadvisor website is doing at the moment, but Department of Tourism shall further adjust toward tourism products instead so that Thai and foreign tourists can post the review for receiving service from travel agents, tourist attractions, shops, and spas, then Department of Tourism shall collect those opinions of tourists to inspect and further solve tourist fraud problem, which this is considered as the decisive tourists’ service providing quality rating mechanism.

Mr. Anan also added that earlier Thailand has continually had the tourist problem for being taken advantage of, which this mainly derived from language gap, meant miscommunication. Therefore, if Thailand has a tool for tourists to directly post their opinions, then Department of Tourism shall obtain those data from there so this shall eventually become the scheme to control all service providing business that tries to take advantage of tourists.

This is considered as the plan setting to take up the long term growth since in the next 3 years or 2020, Airport of Thailand Public Co., Ltd. (AOT) will complete Suvarnabhumi passenger terminal, phase II, which by then, this airport shall be able to take up to 60 million travelers per year, and help promoting Thailand in the next 10 years, or 2027 to take up as high as 60 million foreign travelers. Bringing in technology as the key variable for data collection to set involved policies of agencies under the authority of Ministry of Tourism and Sports, or data service providing for tourists is considered as the key, and helps systematically growing tourism industry.

“Earlier, many people similarly said that for the country propulsion, private sector shall mostly lead the government sector so Department of Tourism needs to upgrade work procedure to point out which direction the private sector should take, and initiate joint development for systematically setting tourism policy and direction. Besides, Thai tourism still has manpower problem, which is considered as one of the key propellers so we need to better control human quality related to tourism service products. Additionally, Department of Tourism shall rush to develop manpower toward technology 4.0 era, which means they must always have creativity, and never stop developing themselves because in the future tourism industry shall continue to grow even more.” Mr. Anan said.

Taking IT innovation as the key variable in tourism economy propulsion in the future that is moving toward the full format online world, it makes believe that the tourism development opportunity in collaboration with private sector shall better move in the same direction because both sectors will use the same database for analysis, plan making, and policy setting, while how much those data under technology development can be utilized shall depend on policy setter.

ที่มา: นิตยสาร Thai Hotels & Travel Vol.8 No.47

Comment Box