Fri. Feb 21st, 2020
ความงาม

‘ไทย’ งัดข้อแข่ง ‘เกาหลี’ ชิงตลาด ‘ลาว-เวียดนาม’ กลุ่มรักความงาม

ภาพจำของตลาดนักท่องเที่ยว ‘สปป.ลาว’ ในสายตาคนไทย เดิมอาจเป็นการขับรถข้ามชายแดนมาจับจ่ายใช้สอยในไทย โดยเฉพาะจังหวัดแถบภาคอีสานอย่างหนองคายและอุดรธานี

แต่พอเจาะลึกลงไปในศักยภาพของตลาดเพื่อนบ้าน จะพบความน่าสนใจชนิดไม่เคยคาดคิดมาก่อน โดยเฉพาะตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวลาวที่เดินทางข้ามฝั่งมาไทย พบว่าปี 2562 ที่ผ่านมา เป็นปีแรกที่มียอดทะลุ 2 ล้านคน

แม้ว่ากว่า 90% จะยังเลือกเดินทางข้ามแดนทางบก เพราะมีด่านชายแดนหลายจุดคอยอำนวยความสะดวก ล่าสุดเพิ่งมีการขยายเวลาเปิดด่านที่หนองคายจนถึงเที่ยงคืน ช่วยเสริมจุดแข็งเรื่องการเดินทางเชื่อมต่อพื้นที่ชายแดน หนุนนักท่องเที่ยวลาวขับรถข้ามแดนมากยิ่งขึ้น แต่ระยะหลัง ๆ ก็เริ่มเห็นเทรนด์นักท่องเที่ยวลาวเลือกเดินทางด้วยเครื่องบินมากขึ้น และสนใจไปเที่ยวทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง

เนื่องจากเศรษฐกิจของ สปป.ลาว ปัจจุบันขยายตัวดีขึ้นมาก น่าสนใจตรงฐานนักท่องเที่ยวกลุ่มกำลังซื้อสูงอย่างเศรษฐี นักธุรกิจรุ่นเก่า-รุ่นใหม่ นักการเมือง และข้าราชการ ซึ่งมีจำนวนรวมกว่า 1 แสนคน คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 2% ของประชากรลาวทั้งหมด ซึ่งมีเพียง 6 ล้านคนเท่านั้น แม้ฐานกลุ่มคนรวยของ สปป.ลาว จะมีแค่ 1 แสนกว่าคน แต่ภาคท่องเที่ยวไทยห้ามมองข้ามเป็นอันขาด เพราะค่าใช้จ่ายตลอดทริปท่องเที่ยวมาเยือนไทยสูงถึง 5 หมื่นบาทต่อคนเลยทีเดียว สูงกว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวลาวกลุ่มทั่วไปซึ่งอยู่ที่ 3 หมื่นบาทต่อทริป ทั้งที่กลุ่มกำลังซื้อสูงเหล่านี้พำนักเฉลี่ยแค่ 3 คืน โดยนิยมเดินทางบ่อยครั้งเกือบทุกเดือน

กลยุทธ์ของทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงเน้นเจาะกลุ่มนี้ เพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวลาวและรายได้ให้เติบโตตามเป้าหมาย 8% ในปี 2563 หลังจากปี 2562 ที่ผ่านมา ทาง ททท. คาดการณ์ว่าจะมียอดนักท่องเที่ยวลาวมาไทยทำสถิติทะลุ 2 ล้านคนเป็นปีแรก สามารถสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 5.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ซึ่งทำจำนวนได้ที่ 1.7 ล้านคน สร้างรายได้ 5.4 หมื่นล้านบาท

ท่องเที่ยว

กลยุทธ์ คือ การโปรโมทสินค้าท่องเที่ยวที่ชาวลาวสนใจ ทั้งชอปปิง โดยเฉพาะสินค้าแบรนด์เนมในกรุงเทพฯ รวมถึงสินค้าท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ บริการสปา โดยรูปแบบการเดินทางจะนิยมขับรถข้ามชายแดนตรงมาที่อุดรธานี เพื่อรับบริการเสริมความงาม หลังจากนั้นจะใช้บริการเที่ยวบินจากอุดรธานีตรงเข้ามาที่กรุงเทพฯ เพื่อชอปปิง เที่ยวธีมปาร์ค หรือไปเที่ยวทะเลที่ภูเก็ตต่อ

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่า ททท. จะรุกทำตลาดเฉพาะนักท่องเที่ยวลาวกลุ่มกำลังซื้อสูงเท่านั้น แต่ยังนำกลยุทธ์โปรโมทชอปปิงควบคู่กับการใช้บริการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพไปใช้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไปด้วย

ด้านคู่แข่งของไทย พบว่า ปัจจุบันไม่ได้มีแค่สิงคโปร์ ซึ่งไทยได้เปรียบเรื่องค่าใช้จ่ายทางการแพทย์และสุขภาพที่คุ้มค่ากว่า ได้คุณภาพดี ในราคาที่ไม่สูง แต่ยังมีคู่แข่งหน้าใหม่อย่าง ‘เกาหลีใต้’ เจ้าของชื่อเสียงอันโดดเด่นด้านศัลยกรรมความงามระดับเอเชีย โดยปัจจัยที่ทำให้เกาหลีใต้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวลาว ส่วนสำคัญมาจากกระแสการลงทุนทำธุรกิจของชาวเกาหลีในลาวจำนวนมาก โดยเฉพาะร้านอาหาร เกิดกระแสการเดินทางแลกเปลี่ยนระหว่างสองประเทศมากขึ้น

ฟากอีกหนึ่งประเทศที่เกาหลีใต้เข้าไปมีบทบาทด้านการลงทุนสูงมากเป็นอันดับ 1 อย่าง ‘เวียดนาม’ ส่งผลให้สายการบินทั้งฝั่งเวียดนามและเกาหลีใต้ต่างเปิดเส้นทางและเพิ่มเที่ยวบินเข้าทั้งเมืองหลักและเมืองรองของทั้งสองฝั่งกันอย่างคึกคัก เพื่อรองรับดีมานด์การเดินทางของนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว จนปัจจุบันมีมากกว่า 403 เที่ยวบินต่อสัปดาห์เป็นที่เรียบร้อย

นอกจากเกาหลีใต้จะทำการตลาดสินค้าและแหล่งท่องเที่ยวด้านเคป๊อปแล้ว ยังทุ่มโปรโมทบริการด้านศัลยกรรมเสริมความงาม ดึงสาว ๆ ชาวเวียดนามไปแต่งเสริมเติมความสวย จนทำให้ตลอดปี 2561 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเวียดนามไปเยือนเกาหลีกว่า 4.5 แสนคน เพิ่มขึ้นจาก 3.2 แสนคนของปี 2560 ขณะที่ยอดตัวเลขของ 10 เดือนแรก ปี 2562 (ม.ค. – ต.ค.) พบว่ามียอดการเดินทางแล้วเกือบ 4.8 แสนคน ทำสถิติแซงหน้าจำนวนชาวเวียดนามเที่ยวเกาหลีใต้ของปี 2561 ไปเป็นที่เรียบร้อย

แม้คู่แข่งจะทุ่มสรรพกำลังทั้งอาวุธการตลาดและงบประมาณมากเพียงใด แต่ฝั่งไทยยังต้องเดินหน้าทำการตลาดดึงชาวเวียดนามมาเที่ยวไทยต่อ เพราะนับวันตลาดเวียดนามยิ่งเนื้อหอมและร้อนแรง ขึ้นแท่นเป็นตลาด ‘ดาวรุ่ง’ ด้วยเศรษฐกิจเวียดนามเติบโตดีมาก จากฐานประชากรที่มีมากเกือบ 100 ล้านคน สถิติเมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา ระบุว่ามีชาวเวียดนามออกเดินทางต่างประเทศเกือบ 9 ล้านคน ความน่ายินดีอยู่ตรงที่เลือกเดินทางมาไทยมากถึง 1.07 ล้านคน เป็นอันดับ 1 ติดต่อกัน 2 ปีซ้อน นับตั้งแต่ปี 2560 โดยคาดว่านับจากนี้จะยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยอัตราเพียงเล็กน้อยราว 3% แต่ ททท. ก็ยังต้องเดินหน้าเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายทั้งจำนวนและรายได้ของตลาดเวียดนามเยือนไทยให้ถึง 8% จงได้ในปีนี้ ผ่านกลยุทธ์เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางเยือนไทยเป็นครั้งแรก ในพื้นที่เมืองรองของเวียดนามตามเมืองที่มีศักยภาพตามภาคต่าง ๆ เช่น ไฮฟอง ญาจาง เกิ่นเทอ และดาลัด เพราะมีฐานประชากรมากกว่า 2 ล้านคนขึ้นไป และยังมีสายการบินจากทั้งฝั่งไทยและเวียดนามให้บริการเที่ยวบินรวมมากกว่า 301 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เพิ่มจาก 288 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ของปีที่แล้ว

ทั้งนี้ ฝั่ง ททท. ยังมั่นใจว่าสินค้าและแหล่งท่องเที่ยวไทยยังทรงเสน่ห์ สามารถทำให้นักท่องเที่ยวเวียดนามตกหลุมรักบรรยากาศการชอปปิงในเมืองไทยได้ไม่ยาก โดยเฉพาะในย่านรัชดาภิเษก ประตูน้ำ และราชประสงค์

ที่มา : นิตยสาร Thai Hotel & Travel Magazine ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ – มีนาคม 2020