Sun. Sep 23rd, 2018
Facebook Live กับการท่องเที่ยว

Facebook Live กับการท่องเที่ยว

ย้อนหลังกลับไปหลายเดือนก่อนหน้านี้ Facebook ผู้ให้บริการ Social Media อันดับหนึ่งของโลก ได้ทำให้สมาชิกตื่นเต้นกันอีกครั้ง ด้วยการเปิดบริการ Facebook Live ซึ่งเป็นบริการที่จะทำให้ผู้ใช้งาน Facebook สามารถใช้กล้องจากโทรศัพท์มือถือทำการถ่ายทอดสด (Live) ผ่านแอปพลิเคชัน Facebook ได้ด้วยตนเอง

แม้ในช่วงเริ่มต้นของการเปิดให้บริการนั้นจะเป็นเพียงการทดสอบและมุ่งไปที่ผู้ใช้งานบางกลุ่มก่อน เช่น ดารา นักร้อง นักกีฬา หรือบรรดาเซเลบในวงการต่างๆ แน่นอนว่าการทดสอบในครั้งนั้นได้รับการตอบรับค่อนข้างดีทีเดียว ผลก็คือ เหล่าแฟนคลับของบุคคลสาธารณะเหล่านั้นได้รับทราบว่า Facebook มีบริการดังกล่าวและก็คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกเขาจะได้ใช้มันบ้าง ซึ่งก็เกิดขึ้นจริงๆ เพราะต่อมาไม่นาน Facebook ก็เปิดให้บริการ Facebook Live แก่สมาชิกทุกคนทั่วโลกได้ใช้และได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน

ในการถ่ายทอดสดนั้น ผู้ใช้งานก็ยังสามารถเลือกได้ว่าจะนำเสนอให้กับรับผู้ชมผ่านทาง Timeline ของ Facebook Profile ตามปกติ หรือจะถ่ายทอดสดบน Timeline ของ Facebook Page ซึ่งจะเหมาะกับเจ้าของสินค้าและบริการที่ต้องการนำเสนอแก่สมาชิกภายใน Page ของตน และไม่เฉพาะแต่ใน Facebook Profile และ Facebook Page เท่านั้น สำหรับผู้ที่มี Facebook Group อยู่แล้วก็สามารถที่จะใช้บริการ Facebook Live ในกลุ่มของตนได้เช่นเดียวกัน

แต่เดิมเรามักเห็นกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้ใช้งาน Facebook อัปเดต สเตตัสของตนด้วยการนำเสนอข้อมูลด้วยภาพถ่ายหรือการอธิบายเป็นตัวอักษร แต่หลังจากมีบริการ Facebook Live ก็พบว่าการถ่ายทอดสด Activities ต่างๆ ในระหว่างท่องเที่ยวได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก ลองนึกดูว่าในระหว่างที่นักท่องเที่ยวกำลังอยู่ในสถานที่ๆ เป็น Unseen แล้วสิ่งที่เขาเหล่านั้นได้เห็นได้ยินถูกถ่ายทอดสดออกไปสู่ผู้คนใน Facebook จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง หรือถ้าการถ่ายทอดสดนั้นเป็นพื้นที่ที่ให้บริการของเรา เป็นสินค้าของเราจะเป็นอย่างไร ตรงนี้ผู้ประกอบการจะต้องเตรียมตัวรับมือเอาไว้ให้ดี เพราะสิ่งเหล่านี้กำลังเกิดขึ้นกับทุกคน

เมื่อเจ้าของสินค้าหรือผู้ให้บริการจะใช้ประโยชน์จาก Facebook Live อันที่จริงแล้วบริการ Facebook Live ถูกใช้เป็นเครื่องมือ

ในเชิงธุรกิจเพื่อการนำเสนอสินค้าและบริการมาตั้งแต่ Facebook เริ่มเปิดตัวบริการนี้แล้ว ไม่เฉพาะแต่สมาชิกทั่วไปเท่านั้น Facebook ยังหมายมั่นปั้นมือว่าบริการ Facebook Live จะต้องช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการได้รับผลสัมฤทธิ์ในการทำธุรกิจด้วย ทว่าที่ผ่านมากลับพบว่าการนำความสามารถของ Facebook Live ไปใช้นั้นยังไม่เกิดประสิทธิผลอย่างที่ควรจะเป็น บ่อยครั้งที่มักจะเกิดเหตุขัดข้องในระหว่างการถ่ายทอดสด ดังนั้น การเตรียมตัวจึงเป็นจุดสำคัญก่อนที่จะนำเสนอสินค้าและบริการผ่านบริการ Facebook Live ซึ่งได้แก่

  1. ลำดับความสำคัญของเนื้อหาที่จะนำเสนอ การทำสคริปต์เนื้อหาจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องใส่ใจให้มาก โดยต้องมีเป้าหมาย หลักของการนำเสนอ เนื้อหาหลักที่ควรนำเสนอต้องชัดเจนและตรงประเด็นที่สุด
  2. คุมเวลาให้พอเหมาะพอดี จริงอยู่ว่า ณ ปัจจุบัน Facebook Live สามารถถ่ายทอดสดได้นานถึง 90 นาที แต่สำหรับการนำเสนอสินค้าและบริการไม่ควรนานขนาดนั้น เพราะต้องไม่ลืมว่าทางฝั่งผู้ชมต้องเสียปริมาณแบนด์วิดท์ไปกับการชมการถ่ายสดด้วย
  3. สภาพแวดล้อมของพื้นที่ ก่อนถ่ายทอดสดต้องไม่ลืมที่จะสำรวจพื้นที่ที่จะใช้ถ่ายทอดสดเสียก่อน ทั้งในเรื่องของสภาพแสง เสียงรบกวน หรือผู้คนที่ไม่เกี่ยวข้อง หากเป็นไปได้ควรใช้พื้นที่ของตนเองเนื่องจากสามารถควบคุมได้ง่ายกว่า
  4. เครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายทอดสดที่นิยมกันมากที่สุดก็คือ โทรศัพท์มือถือ หากสเปคของอุปกรณ์ดีหรือสเปคสูง ก็ย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง และต้องไม่ลืมสิ่งสำคัญที่สุดของการถ่ายทอดสดก็คือ ความเร็วของอินเทอร์เน็ต การใช้งานผ่าน 4G หรือผ่าน Wi-Fi ที่อินเทอร์เน็ตมีความเร็วสูงและเสถียร จะทำให้ผู้ชมได้รับชมภาพที่คมชัด ไม่กระตุก
  5. การปฏิสัมพันธ์กับผู้ชม ทั้งก่อนถ่ายทอดสด ระหว่างถ่ายทอดสด และหลังถ่ายทอดสด โดยต้องมีการนัดหมายหรือประกาศให้กับสมาชิกทราบก่อนการถ่ายทอดสด และในระหว่างถ่ายทอดสดต้องเตรียมเจ้าหน้าที่ที่สามารถโต้ตอบกับ ผู้ชมผ่านระบบ Comments ได้ ท้ายที่สุดเมื่อจบการถ่ายทอดสด จะต้องไม่ลืมที่แชร์ลิงก์วิดีโอการถ่ายทอดสดในครั้งนี้ออกไปด้วย
    เนื่องจากระบบ Facebook Live จะยังคงเก็บวิดีโอการถ่ายทอดสด ในครั้งนี้ไว้ให้สามารถชมได้ภายหลัง
  6. Call-to-Action (CTA) อย่าลืมเป้าหมายแรก ต้องปิดท้ายด้วยสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการจากผู้ชม แน่นอนส่วนนี้จำเป็นต้องใช้วาทศิลป์เป็นอย่างมาก อีกไม่นานการ Live จะเป็นเรื่องปกติสำหรับทุกคน แต่การ Live ให้เกิดคุณค่าจะต้องมีการเตรียมการ และต้องไม่ลืมว่าทุกครั้งที่ Live ย่อมต้องมีต้นทุนเสมอ อย่างน้อยที่สุดก็คือ ต้นทุนในเรื่องของเวลา