Fri. Sep 21st, 2018
ท่องเที่ยว ลาว กัมพูชา เวียดนาม พม่า

CLMV เร่งเครื่อง ‘ท่องเที่ยว’ ดันเศรษฐกิจก้าวหน้า

นับตั้งแต่ ‘เมียนมาร์’ เปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวเมื่อปี 2011 เวลาผ่านไปร่วม 6 ปี กระแสตอบรับจากบรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติถือว่าดีมากๆ เติบโตปีละสูงกว่า 1 ล้านคนเลยทีเดียว

คุณดอว์ ขิ่น ธัน วิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการทั่วไป กระทรวงการโรงแรมและท่องเที่ยว ประเทศเมียนมาร์ เริ่มต้นฉายภาพรวมว่า เป้าหมายตัวเลขชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวเมียนมาร์ปี 2016 นี้ คาดว่าจะอยู่ที่ราวๆ 6 ล้านคน เติบโต 25% ในทิศทางเดียวกับการเติบโตด้านรายได้

หลังจากปี 2015 เมียนมาร์มียอดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 4.68 ล้านคน เติบโต 52% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเมื่อมาดู 5 อันดับแรกที่เข้ามาเที่ยวเมียนมาร์มากที่สุด พบว่าไม่ใช่ใครอื่น เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย ด้วยจำนวน 2.04 แสนคน การเติบโตส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2015

เมียนมาร์ได้ยกเว้นวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางเข้าไปเที่ยวเมียนมาร์ด้วยเครื่องบิน ประกอบกับการเดินทางผ่านแดนมีความสะดวก จากการมีด่านตรวจคนเข้าเมืองมากถึง 5 จุด รองลงมา คือ นักท่องเที่ยวจากจีน 1.47 แสนคน ตามมาด้วยญี่ปุ่น 9.03 หมื่นคน สหรัฐอเมริกา 6.98 หมื่นคน และเกาหลี 6.37 หมื่นคน ด้านรายได้อยู่ที่ 2.12 พันล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวสูงถึง 6.6 เท่า เมื่อเทียบกับรายได้ปี 2011 ซึ่งเป็นปีแรกที่เปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มตัว

แล้วเป้าหมายในระยะยาวเป็นอย่างไร… คุณธัน วิน บอกว่า ตามแผนแม่บทภาคท่องเที่ยวปี 2020 เมียนมาร์จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 7.5 ล้านคน และไม่ต้องห่วงว่าซัพพลายที่พักในเมียนมาร์จะขาดแคลน เพราะปัจจุบันมีโรงแรมที่เปิดให้บริการและอยู่ระหว่างการพัฒนารวมกันประมาณ 1,400 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปี 2015 ซึ่งมีโรงแรมอยู่ที่ 1,279 แห่ง หรือเกือบ 5 หมื่นห้องพัก อัตราเข้าพักของโรงแรมแบรนด์ระดับนานาชาติในช่วงพีคซีซั่นอยู่ที่ีะดับดีมาก ราว 80-90% เลยทีเดียว

ด้านสถานการณ์การเมือง จากการเลือกตั้งที่มีเสถียรภาพ รัฐบาลใหม่ของเมียนมาร์เองก็มุ่งโปรโมทอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทำให้นักลงทุนต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนธุรกิจโรงแรมและที่พักต่อเนื่อง ปัจจุบันมีพื้นที่สำหรับส่งเสริมการขยายธุรกิจโรงแรม 19 โซนทั่วประเทศ โดยที่รัฐบาลให้ถือสิทธิ์ครองที่ดิน 70 ปี พร้อมอนุญาตให้ถือหุ้นได้ 100%

สำหรับสถิติการลงทุนที่น่าสนใจตลอดปี 2015 มีต่างชาติเข้ามาลงทุนธุรกิจกลุ่มโรงแรมและคอมเมอร์เชียลคอมเพล็กซ์ทั้งหมด 48 แห่ง รวมมูลค่าเกือบ 2.68 พันล้านเหรียญสหรัฐ แบ่งเป็นโครงการที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว 34 แห่ง คิดเป็นจำนวนห้องพัก 6,346 ห้อง อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 11 แห่ง คิดเป็น 2,296 ห้อง และได้รับใบอนุญาตให้ก่อสร้างแล้ว 3 แห่ง จำนวน 490 ห้อง

ส่วนนักลงทุนต่างชาติที่มีมูลค่าเงินลงทุนสูงสุด 3 อันดับแรก ในธุรกิจกลุ่มโรงแรมและคอมเมอร์เชียลคอมเพล็กซ์ อันดับ 1 คือ สิงคโปร์ จำนวน 21 แห่ง มูลค่า 1.51 พันล้านเหรียญสหรัฐ รองลงมา คือ เวียดนาม ลงทุนเพียง 1 แห่ง แต่ลงทุนสูงถึง 440 ล้านเหรียญสหรัฐ และไทย ลงทุน 10 แห่ง มูลค่าลงทุน 343 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขยายตัวสูง แต่ปัญหาใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไข คือ การขาดแคลนบุคลากร จึงได้จัดโปรแกรมการฝึกอบรมบุคลากรท่องเที่ยวใน 2 ระดับด้วยกัน ทั้งมุ่งเติมทักษะให้กับพนักงานกลุ่มสายงานบริการในแต่ละด้าน ให้มีมาตรฐานด้านการต้อนรับในระดับสากลมากขึ้น พร้อมฝึกอบรมแรงงานกลุ่มใหม่ เข้ามารองรับระบบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเมียนมาร์ต่อไป

ท่องเที่ยว CLMV

อีกประเทศที่น่าจับตามองไม่แพ้เมียนมาร์คือ ‘เวียดนาม’ คุณวู นัม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ด้านส่งเสริมการตลาด องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเวียดนาม เล่าว่า ภาคท่องเที่ยวเวียดนามอยู่ในช่วงเติบโตอย่างมาก ปีที่แล้วมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 8 ล้านคน เป็นตลาดเอเชียตะวันออกมากที่สุด ประกอบด้วย จีน ซึ่งปัจจุบันส่งออกนักท่องเที่ยวมาเยือนเวียดนามในสัดส่วนมากถึง 25% รองลงมา คือ เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน รวมกันมากที่สุดกว่า 51% ตามมาด้วยอาเซียนราว 16% เชื่อว่าตลาดอาเซียนมีโอกาสเพิ่มขึ้น หลังเห็นอัตราการเติบโตต่อเนื่อง 20% ทุกปี

ด้านรายได้จากการท่องเที่ยวปีที่แล้วอยู่ที่ 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ครองสัดส่วนเป็น 7% ของจีดีพีประเทศ ขณะที่เป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2016 คาดว่าเวียดนามจะดันยอดแตะที่ 10 ล้านคน

ท่องเที่ยว CLMV

สำหรับความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศ CLMVT (กัมพูชา-ลาว-เมียนมาร์-เวียดนาม-ไทย) ทั้ง 5 ประเทศมีแผนส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกัน โดยหนึ่งในเส้นทางที่เวียดนามเตรียมผลักดัน คือ เส้นทางมรดกโลก ภายใต้โครงการสามเหลี่ยมมรดกโลก (World Heirtage Triangle) ร่วมกัน 3 ประเทศ ซึ่งต่างมีแหล่งท่องเที่ยวที่ยูเนสโกรับรอง คือ ฮาลองเบย์ – หลวงพระบาง – อุดรธานี

ฟาก ‘สปป.ลาว’ คุณมะนีสาคอน ทำมะวงไชย ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ กระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว สปป.ลาว บอกว่า ภาพรวมปี 2015 ลาวมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 4.68 ล้านคน เติบโต 12% เป็นคนไทยมากที่สุด 2.32 ล้านคน เติบโตมากถึง 50% รองลงมา คือ เวียดนาม 1.18 ล้านคน เติบโต 25% ตามมาด้วยเกาหลี 1.65 แสนคน เพิ่มขึ้นเพียง 4% ส่วนไฮไลต์ปี 2016 ท่องเที่ยวลาวจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะจะมีการจัดประชุม ‘อาเซียน ซัมมิท’ ที่กรุงเวียงจันทน์ในเดือนพฤศจิกายนนี้

แน่นอนว่าต้องพร้อมหน้าด้วยแขกระดับผู้นำประเทศที่เดินทางมาร่วมประชุม จึงถือเป็นโอกาสดีมากๆ ที่ สปป.ลาวจะได้โปรโมทความพร้อมทั้งภาคการค้า การลงทุน รวมถึงการเดินทางท่องเที่ยวแก่สายตาชาวต่างชาติ

ท่องเที่ยว CLMV

ปิดท้ายกันด้วยความเคลื่อนไหวของภาคท่องเที่ยวกลุ่มประเทศ CLMV กันที่ ‘กัมพูชา’ คุณตรี ฉวี ผู้ช่วยผู้อำนวยการทั่วไป องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวประเทศกัมพูชา กล่าวว่า ตลอดปี 2016 กัมพูชาตั้งเป้ายอดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ 5 ล้านคน เพิ่มจากปี 2015 ซึ่งปิดตัวเลขไปที่ 4.78 ล้านคน เติบโต 6.1% เป็นนักท่องเที่ยวจากลาว เวียดนาม เมียนมาร์ และไทยรวม 1.75 ล้านคน ครองสัดส่วน 36% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด ขณะที่รายได้ปีที่แล้วปิดที่ตัวเลข 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 13% ของจีดีพีประเทศ

ส่วนเป้าหมายปี 2020 กัมพูชาคาดมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 7.5-8 ล้านคน สร้างรายได้ 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ และสามารถสร้างงานได้ถึง 1 ล้านตำแหน่ง

และนี่คือเป้าหมายและความเคลื่อนไหวทั้งหมดของภาคการท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศ CLMV ที่น่าสนใจ เพื่อให้คุณผู้อ่านได้นำข้อมูลไปปรับใช้ สำหรับการลงทุนและทำตลาดอย่างมีศักยภาพต่อไป