พลิกโฉมโรงแรมอัจฉริยะด้วยปัญญาประดิษฐ์



ปัจจุบันหลายอุตสาหกรรมกำลังเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ และแน่นอนว่าเมื่อก้าวเข้าสู่ยุค 4.0 ทุกอุตสาหกรรมต้องเร่งผลักดันตัวเองให้อยู่รอดและเติบโตอย่างก้าวกระโดด ไม่เว้นแม้แต่ภาคบริการอย่างโรงแรมเอง ก็ต้องมีการปรับตัวและปรับเปลี่ยนธุรกิจให้มีความทันสมัยและเป็นไปตามเทรนด์ของโลก และดูเหมือนว่าสิ่งที่จะเป็นหมาก ตัวสำคัญที่ใช้ในการเดินเกมในครั้งนี้ก็คงหนีไม่พ้น ‘เทคโนโลยี’ และประเด็นที่น่าจับตามองในขณะนี้ คือ ‘ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence, AI)’ เทคโนโลยีอันชาญฉลาดที่จะเข้ามาเป็นตัวชูโรงสำคัญในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้

การเพิ่มเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence, AI) จะพลิกโฉมโรงแรมให้กลายเป็นโรงแรมอัจฉริยะ ด้วยการอำนวยความสะดวกสบายให้แก่ผู้มาใช้บริการ แบ่งเบาภาระงานให้กับพนักงานโรงแรม แต่ยังคงนำเสนอการบริการที่เป็นส่วนตัวให้แก่ผู้เข้าพัก ซึ่งถูกพัฒนามาเพื่อเติมเต็มการอำนวยความสะดวกแบบดิจิทัลนั่นเอง นอกจากนี้ ปัญญาประดิษฐ์ยังช่วยสร้างโพรไฟล์ของแขกที่มาเข้าพักได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งสามารถถูกใช้ในการนำเสนอการท่องเที่ยว และประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครให้กับแขกที่มาเข้าพัก ลูกค้าสมัยใหม่คาดหวังโซลูชั่นที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ เริ่มตั้งแต่การติดต่อ ข้อเสนอ จนไปถึงในระหว่างการเข้าพัก เช่น การเชื่อมต่อของการควบคุมห้องพัก เซนเซอร์จับการเคลื่อนไหว ระบบควบคุมทีวี และเสียง เรียกได้ว่าเป็นความหรูหรารูปแบบใหม่ที่จะช่วยดึงดูดความสนใจได้มากขึ้น อีกทั้ง ยังเป็นการมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้เข้าพักอีกด้วย

โรงแรมหลายแห่งได้ปรับเปลี่ยนและหันมาใช้ปัญญาประดิษฐ์ในโรงแรมมากขึ้น อาทิ โรงแรมคอสโมโพลิแทน ออฟ ลาสเวกัส (Cosmopolitan of Las Vegas) มีพนักงานอำนวยความสะดวกคนใหม่ที่ชื่อว่า ‘โรส’ (Rose) ความแตกต่างของโรสหากเปรียบเทียบกับแชทบอท (Chat Bot) อื่นๆ ที่มีอยู่ คือ บุคลิกลักษณะของมัน ซึ่งคุณจะเริ่มรู้สึกได้ตั้งแต่การรับบัตร Calling Card ตอนเช็กอินเข้าพักที่โรงแรม โดยบัตรแสดงข้อความ ‘รู้ความลับของฉัน พิมพ์หาฉัน’ และ ‘ฉันคือคำตอบของคำถามที่คุณไม่เคยถาม’ โรสสามารถรับมือกับข้อสงสัยต่างๆ ได้ แต่ถ้าไม่สามารถรับมือได้ จะมีพนักงานโรงแรมคอยสนับสนุน นอกจากนี้ โรสยังสามารถแนะนำความบันเทิง และกิจกรรมที่สามารถทำได้ใน และรอบๆ ที่ตั้งของโรงแรมได้อีกด้วย

โรงแรมฮิลตันทั่วโลก (Hilton) ใช้พนักงานอำนวยความสะดวกที่เรียกว่า ‘คอนนี่ (Connie)’ เป็นหุ่นยนต์ที่มีขา 2 ข้าง สามารถโต้ตอบได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมด้วยการคำนวณของปัญญาประดิษฐ์วัตสัน (Watson AI) ของ IBM และฐานข้อมูลท่องเที่ยวเวย์เบลเซอร์ (WayBlazer) คอนนี่สามารถแนะนำแขกที่มาเข้าพักถึงสถานที่ท่องเที่ยว และสถานที่ที่น่าสนใจในพื้นที่ได้

กลุ่มโรงแรมเอ็ดวาร์เดียน (Edwardian Hotels) แขกที่มาพักที่โรงแรมเรดิสัน บลู ของกลุ่มโรงแรมเอ็ดวาร์เดียน สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้จากแชทบอทปัญญาประดิษฐ์ที่เรียกว่า ‘เอ็ดเวิร์ด (Edward)’ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจสำหรับแขกผู้มาเข้าพักที่ชื่นชอบการโต้ตอบแบบดิจิทัล ทั้งนี้ เอ็ดเวิร์ดสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับบาร์ และร้านอาหารในพื้นที่ รวมไปถึงรับมือกับข้อตำหนิติเตียนต่างๆ

อย่างไรก็ตาม ปัญญาประดิษฐ์สามารถแบ่งเบางานให้กับพนักงานโรงแรม และถูกพัฒนาเพื่อเติมเต็มในบางด้านของการอำนวยความสะดวกแบบดิจิทัลผ่านการทำงานของ Internet of Things ซึ่งการเพิ่มเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ถือว่าเป็นการค้นพบเทคโนโลยีที่หลายอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับงานบริการต่างตั้งตารอ


Turn into Smart Hotel with Artificial Intelligence

Currently, many industries are facing quite big change, and in order to move toward 4.0 era, every industry definitely needs to push forward itself for survival, and gaining a leap growth. This is no exception for hospitality industry such as hotel business, which needs to adjust and change its business to gain more modernity, and follow the world trend. In addition, the key element should inevitably be ‘Technology’, and issue to keep an eye on at the moment is ‘Artificial Intelligence, AI’; a smart technology that shall become the key role for this transition.

The addition of AI shall turn the common hotel into smart hotel by giving convenience to its guests, lightening workloads of hotel staffs, but still offering private services to all guests, which this technology is developed to fulfill digital based convenience providing. Besides, AI can comprehensively generate guest’s profile, which can be used to offer unique tourism, and experience to all guests. Modern customers expect the tailor-made solution from contact making, offering to during the stay, for example connection of room control, movement detection censor, and Integrated TV and voice control, which these are considered a new form of luxury to better attract interest as well as offer good experiences to guests.

So far, there are several hotels adapting and applying AI to their hotel operations as follows Cosmopolitan of Las Vegas has a new hotel concierge, called ‘Rose’. What rose differs from other chat bots is its personality, which you can be aware of it from receiving Calling Card, while you check-in at the hotel. The card reads “Know my secret, text me”, and “I am the answer to question that you never asked.” Rose can handle queries, but in case it cannot handle, hotel staff will fill in that blanks. Besides, Rose can advise on entertainment and things to do on and around the resort.

Hilton worldwide uses hotel concierge, called ‘Connie’; a bipedal robot that can correctly and properly interact to human by using computing power of IBM’s Watson AI, and travel database WayBlazer. Connie can advise guests on local attractions and interesting sites.

Edwardian Hotels as guests staying at Radisson Blu hotel owned by Edwardian Hotels can request assistance from AI chat bot, called ‘Edward’ that is designed to deliver exceptional experiences to guests who prefer digital interaction. In addition, Edward can advise on local bars and restaurants as well as handle all complaints.

However, AI can lighten workloads of hotel staffs, and is developed to fulfill some aspects of digital based convenience providing via the function of Internet of Things (IoT), which the addition of AI is considered as technology discovery the hospitality industry has been waiting for.

ที่มา: นิตยสาร Thai Hotels & Travel Vol.8 No.47

Comment Box