“ทีพีซี” ปั๊มยอดขายบัตรอีลิทการ์ด เปิดตัว 4 รูปแบบใหม่หนุนท่องเที่ยว-การค้า-ลงทุน



“ทีพีซี” กางแผนปี′60 ลุยปั๊มยอดขายบัตร “อีลิทการ์ด” หนุนรายได้เพิ่มเป็น 400 ล้านบาท รุกเปิดตัวบัตรใหม่ 4 รูปแบบรวด พร้อมผนึกบริษัทเฮนลีย์ แอนด์ พาร์ทเนอร์สฯ ขยายฐานสู่กลุ่มลูกค้ายุโรป-สหรัฐ กระตุ้นการท่องเที่ยว-การค้า-การลงทุนในระยะยาว ฟาก “กอบกาญจน์” เตรียมหารือรองนายกฯ “สมคิด” ดึงอีลิทการ์ด ขายนักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนใน EEC

นายพฤทธิ์ บุปผาคำ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (ทีพีซี) ผู้ดำเนินงานโครงการบัตรสมาชิกพิเศษ “ไทยแลนด์ อีลิทการ์ด” เปิดเผยถึงกลยุทธ์และแผนการดำเนินธุรกิจปี 2560 ว่า บริษัทจะมุ่งเน้น 3 ด้าน ประกอบด้วย 1.กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ โดยจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด 2.กลยุทธ์ด้านราคา โดยตั้งราคาบัตรสมาชิกให้มีความหลากหลาย เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเลือกผลิตภัณฑ์บัตรสมาชิกในระดับราคาที่พอใจ และ 3.กลยุทธ์ด้านช่องทางการจำหน่าย ผ่านตัวแทนจำหน่ายระดับโลก

ตั้ง “เฮนลีย์” เป็นพาร์ตเนอร์ขาย

โดยล่าสุดได้แต่งตั้ง บริษัท เฮนลีย์ แอนด์ พาร์ทเนอร์ส โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้าน Citizenship (การขอสัญชาติ) และการพำนักระยะยาวที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีสำนักงานและเครือข่ายกระจายอยู่ 28 สำนักงานทั่วโลก เป็น Concessionaire Global Partnership เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ทั่วโลกได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น โดยเฉพาะในตลาดใหญ่ ๆ เช่น ยุโรป และสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ได้วางเป้าหมายสร้างรายได้จากการขายบัตรให้แก่ทีพีซีใน 2 ปีแรก อยู่ที่ปีละ 200 ล้านบาท ปีที่ 3 อยู่ที่ 300 ล้านบาท และปีที่ 4 อยู่ที่ 400 ล้านบาท

รวมถึงการเพิ่มช่องทางโดยตัวแทนจำหน่ายของบริษัท มีทั้งประเภทนิติบุคคล และประเภทบุคคลธรรมดา โดยมีประเภทบุคคลธรรมดา (Individual Sales Repesentative) อยู่ที่ 38 ราย และ General Sales and Services Agents (GSSA) อยู่ที่ 21 ราย เพื่อให้การขายบัตรสมาชิกทุกประเภทกระจายเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมประเทศที่เป็นเป้าหมาย พร้อมกันนี้ยังเปิดจำหน่ายบัตรผ่านเจ้าหน้าที่ และเว็บไซต์บริษัทอีกด้วย

เปิดตัวบัตรใหม่ 4 รูปแบบรวด

นายพฤทธิ์กล่าวว่า ทางบริษัทได้สำรวจและเก็บข้อมูลตั้งแต่ปี 2556 พบว่า ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทย และถือบัตรไทยแลนด์ อีลิทการ์ด มีอายุตั้งแต่ 30-60 ปี ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกชาย 80% และเป็นสมาชิกหญิง 20% และเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเป้าหมายที่มีความต้องการแตกต่างกัน บริษัทจึงได้เปิดตัว “บัตรไทยแลนด์ อีลิทการ์ด” ใหม่อีก 4 ประเภท

ได้แก่ 1.อีลิทแฟมิลี เอ็กซ์เคอร์ชั่น (Elite Family Excursion) ราคา 8 แสนบาท อายุบัตร 5 ปี 2.อีลิทแฟมิลี่ อัลเทอร์เนทีฟ (Elite Family Alternative) ราคา 8 แสนบาท อายุ 10 ปี 3.อีลิทพริวิเลจแอ็กเซส (Elite Privilege Access) ราคา 1 ล้านบาท อายุบัตร 10 ปี และ 4.อีลิทซูพีเรียริตี้เอ็กซ์เทนชั่น (Elite Superiority Extension) ราคา 1 ล้านบาท อายุบัตร 20 ปี

“เดิมบัตรสมาชิกไทยแลนด์ อีลิทการ์ด มี 4 ประเภท คือ บัตรประเภทบุคคล (Individual) บัตรสมาชิกที่ขายร่วมกับอสังหาริมทรัพย์ บัตรสมาชิกประเภท Elite Easy Access และบัตรสมาชิกประเภทครอบครัว รวมทั้งสิ้นขณะนี้เรามีบัตรสมาชิกไทยแลนด์ อีลิทการ์ด ทั้งหมด 8 ประเภท” นายพฤทธิ์กล่าว

ขณะเดียวกันบริษัทยังมีกลยุทธ์เพิ่มมูลค่าและพัฒนาสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกประเภทบุคคล(IndividualMembership)เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของกลุ่มเป้าหมาย โดยขยายสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจาก กอล์ฟ สปา อาทิ สิทธิประโยชน์ในการท่องเที่ยว และการพักผ่อนด้วย

เพิ่มสิทธิประโยชน์ควบจัดโปรฯ

นอกจากนี้ บริษัทได้จัดโปรโมชั่นต่าง ๆ ควบคู่กันไปด้วย อาทิ ขายบัตรประเภทครอบครัวในราคาเดียว เพื่อให้ผู้ซื้อรู้สึกว่าการซื้อคู่คุ้มค่ากว่าการซื้อแบบเดี่ยว มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์ และออฟไลน์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ร่วมกับตัวแทนจำหน่ายระดับโลก

รวมถึงร่วมงาน Event กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทั้งงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และร่วมกับตัวแทนจำหน่าย ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อทำการประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ เพื่อให้เกิดยอดขาย รวมทั้งการจัดทำโปรโมชั่นระยะสั้นเพื่อกระตุ้นยอดขาย เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในประเทศไทยและต่างประเทศ

ตั้งเป้าขายบัตรเพิ่มเป็น 400 ล้าน

ทั้งนี้ บริษัทมั่นใจว่าจากการเปิดตัว “บัตรไทยแลนด์ อีลิทการ์ด” เพิ่มเติมจากเดิม รวมทั้งกลยุทธ์และแผนการตลาดที่วางไว้ จะสามารถผลักดันยอดรายได้จากการขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้อย่างแน่นอน โดยบริษัทได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตในปี 2560 นี้ไว้ที่ประมาณ 10% และมีรายได้จากการขายบัตรเพิ่มขึ้น 400 ล้านบาท และมียอดสมาชิกเพิ่มขึ้น 678 ราย

โดยในปีที่ผ่านมา ไทยแลนด์ อีลิท การ์ด มียอดสมาชิกรวมมากกว่า 4,037 ราย มีสมาชิกใหม่เติบโตสูงกว่าที่ตั้งเป้าไว้กว่า 10% และสามารถสร้างผลกำไรรวมมากกว่า 195.07 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 82%

นอกจากนี้จากสถิติในปีงบประมาณ 2559 พบว่า มีสมาชิกเดินทางเข้ามากว่า 14,768 ครั้ง ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้โดยตรงให้ประเทศกว่า 1,700 ล้านบาท และเชื่อว่าลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงเหล่านี้น่าจะมีการใช้จ่ายด้านอื่น ๆ อาทิ การลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ รถยนต์หรู การเข้ามาติดต่อธุรกิจและทำกิจการลงทุนต่าง ๆ ซึ่งเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยทางอ้อมอีกด้วย

ชง “สมคิด” ขายนักลงทุน EEC

ด้านนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า หลังจากทีพีซีเริ่มมีผลประกอบการดีขึ้น และมีผลกำไร จึงเตรียมนำข้อมูลการดำเนินงานสรุปเสนอให้คณะรัฐมนตรีรับทราบ พร้อมกันนี้จะหารือกับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ เพื่อนำโครงการบัตรสมาชิกพิเศษ ไทยแลนด์ พริวิเลจคาร์ด ไปเสนอขายให้กับนักลงทุน ที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ด้วย เพราะถือว่าเป็นนักลงทุนเป้าหมาย

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1486620132

Comment Box