เพราะการท่องเที่ยว… ไม่ใช่ ‘Zero Sum Game’



หลังได้ไปร่วมงานการประชุมการท่องเที่ยวอาเซียน หรือ อาเซียน ทัวริสซึ่ม ฟอรั่ม (เอทีเอฟ 2017) ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ผู้เขียนคิดว่ายังมีอีกหลายประเด็นที่ น่าสนใจ อยากมาเล่าสู่กันฟังอีกสักหน่อย เริ่มกันที่ความเคลื่อนไหวด้านการพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวของ ‘การท่องเที่ยวสิงคโปร์’

คุณเอ็ดเวิร์ด โค ผู้อำนวยการบริหารการท่องเที่ยวสิงคโปร์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เล่าว่า นอกเหนือจากการจัดตั้ง ‘กองทุนพัฒนาการท่องเที่ยว’ ใช้งบฯ ราว 700 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 1.75 หมื่นล้านบาท) ตามแผน 5 ปี ตั้งแต่ 2559-2563 สำหรับพัฒนาการท่องเที่ยวในเชิงคุณภาพ ใน 3 ด้านหลักๆ แล้ว

ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในภาคธุรกิจ ท่องเที่ยวทั้งระบบ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักที่ไม่อาจละเลยได้เลย รวมไปถึงการส่งเสริมการจัดอีเว้นท์ตอกย้ำบทบาทของสิงคโปร์ในฐานะผู้นำการเดินทางเชิงธุรกิจและไลฟ์สไตล์ และการลงทุนก่อสร้างและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรม

สำหรับโครงการภายใต้กองทุนดังกล่าวที่ได้เปิดตัวไปแล้ว คือ ‘มันได โปรเจกต์’ เป็นการลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมถึงประชาคมกลุ่มมันได ปาร์ค โฮลดิงส์ (เอ็มพีเอช) ซึ่งต้องการรีโนเวทปรับโฉมแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและธรรมชาติแบบธีมปาร์ค 4 แห่งที่มีอยู่แล้ว ได้แก่ ไนท์ ซาฟารี, ริเวอร์ ซาฟารี, สวนสัตว์สิงคโปร์ และสวนนกจูร่ง ให้ย้ายมาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน

ถือเป็นการเพิ่มความสะดวกในการเดินทางและเอื้อต่อการโปรโมทธีมปาร์คเชิงนิเวศให้เป็นภาพใหญ่ได้ดีขึ้น เพื่อเป้าหมายการเพิ่มยอดผู้เข้าเยี่ยมชมจากเดิมที่มีอยู่ราว 4.6 ล้านคนต่อปี โดยกำหนดเปิดให้บริการเฟสแรก คือ ปี 2563

“นอกเหนือจากการเข้าไปช่วยพัฒนาภาคธุรกิจบริษัทนำเที่ยวและโรงแรมแล้ว การท่องเที่ยวสิงคโปร์มองว่าการสร้าง แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ จะเป็นอีกกลไกการทำงานสำคัญในการโปรโมทดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ ซึ่งจะช่วยผลักดัน ให้สิงคโปร์สร้างรายได้เติบโตมากขึ้น”

ทั้งนี้ การท่องเที่ยวสิงคโปร์จะเพิ่มดีกรีความร่วมมือกับสายการบิน มากขึ้น เพื่อวางกลยุทธ์ขยายนักท่องเที่ยวจากตลาด ‘เมืองรอง’ มากขึ้น

โดยตลาดนักท่องเที่ยวไทยในเมืองรองที่มีศักยภาพและกำลัง ซื้อสูง การท่องเที่ยวสิงคโปร์มองไปถึงภาคอีสาน ‘ขอนแก่น’ และ
‘อุดรธานี’ ซึ่งจะกระตุ้นให้สายการบินเปิดเส้นทางบินตรงจาก 2 เมืองนี้สู่สิงคโปร์ให้ได้ในเร็วๆ นี้ พร้อมเจาะ ‘นครราชสีมา’ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กรุงเทพฯ สามารถเดินทางมาขึ้นเครื่องที่กรุงเทพฯได้สะดวก พร้อมกันนี้ยังมองไปถึงเมืองรองในภาคตะวันออก ได้แก่ ระยอง จันทบุรี และตราด ซึ่งปัจจุบันมีเที่ยวบินให้บริการบินตรงจากสนามบินอู่ตะเภาถึงสิงคโปร์แล้ว โดยไม่ต้องเดินทางมาขึ้นเครื่องที่กรุงเทพฯ

“ปัจจุบันตลาดนักท่องเที่ยวไทยเป็นกลุ่มที่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อทริป หรือประมาณ 2.5 หมื่นบาท  สูงกว่าค่าเฉลี่ยรวมของทุกตลาด ซึ่งอยู่ที่ 800 ดอลลาร์สิงคโปร์

หรือประมาณ 2 หมื่นบาท โดยภาพรวมเป้าหมายของปี 2560 การท่องเที่ยวสิงคโปร์จะเน้นเพิ่มการใช้จ่ายคุณภาพมากขึ้น ด้วยการเพิ่มยอดการใช้จ่ายให้ได้ 30% ผ่านการเพิ่มวันพักเฉลี่ยของต่างชาติจาก 3 วัน เป็น 4-5 วัน” คุณเอ็ดเวิร์ดกล่าว

ด้านคุณยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่าขณะนี้ ททท. สำนักงานสิงคโปร์อยู่ระหว่างดำเนินโครงการ ‘ทู บี คอนตินิว อิน ไทยแลนด์’
(To Be Continue in Thailand) รุกทำตลาดดึงนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวสิงคโปร์มากกว่า 15 ล้านคนต่อปี ให้เดินทางมาเที่ยวเมืองไทยต่อเนื่อง

หลังเห็นศักยภาพด้านกำลังซื้อที่สูงมากๆ เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาสิงคโปร์ โครงสร้างตลาดส่วนใหญ่เป็น นักเดินทางเพื่อธุรกิจที่เดินทางมาร่วมงานประชุมสัมมนาและการจัดแสดงสินค้า (ไมซ์) และนักเดินทางกลุ่มครอบครัว

ททท.จึงมองเห็นโอกาสโดยใช้กลยุทธ์แบบต่อยอดด้วยการชักชวนให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เดินทางมาเที่ยวเมืองไทยต่อ ซึ่งสอดรับกับยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วย เพราะถ้าไทยสามารถดึงชาวต่างชาติ ที่เดินทางมาสิงคโปร์ให้มาเยือนไทยต่อได้สักประมาณ 1 ใน 3 ของยอด 15 ล้านคน ก็จะทำให้ไทยมีนักท่องเที่ยวคุณภาพ
เพิ่มขึ้นถึง 5 ล้านคน

ยืนยันว่ากลยุทธ์นี้ไม่ใช่การเข้าไปแย่งชิงนักท่องเที่ยวต่างชาติจากสิงคโปร์ แต่เป็นการต่อยอดด้วยการนำเสนอสินค้าท่องเที่ยวตามความต้องการ เพื่อดึงดูดให้วางแผนเดินทางมาเที่ยวไทยต่อ

อาศัยข้อได้เปรียบเรื่องระยะเวลาด้านการเดินทางจาก สิงคโปร์มายังจุดหมายในไทย ซึ่งใช้เวลาบินไม่เกิน 2 ชั่วโมง และมีสายการบินให้บริการจำนวนมากทั้งสายการบินฟูลเซอร์วิสและสายการบินโลว์คอสต์ ไปยังจุดหมายหลากหลาย ไม่ใช่เฉพาะ
ในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังกระจายไปถึงภูเก็ต กระบี่ อู่ตะเภา และเชียงใหม่ด้วย

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับสายการบินที่ให้บริการ เที่ยวบินระหว่างไทยกับสิงคโปร์ และโรงแรมในไทยที่สนใจ
เข้าร่วมโครงการ เพื่อจัดทำแพ็กเกจและโปรโมชั่นน่าสนใจ เสนอแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มนี้ โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ททท.
ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือกับสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวตลาดคุณภาพเดินทางแบบเชื่อมโยงมาไทย เป็นไปตามกลยุทธ์ ‘สปริงบอร์ด’ ‘เพราะเรื่องของตลาดการท่องเที่ยวนั้น ไม่มีคำว่า ซีโร่ ซัม เกม (Zero Sum Game) หรือผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นศูนย์’

คุณขจรเดช อภิชาติตรากุล ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสิงคโปร์ เล่าถึงภาพรวมพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวตลาด ‘สิงคโปร์’ ว่า เนื่องจากเป็นตลาดระยะใกล้จึงนิยมมาเที่ยวไทยในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ทำให้วันพักเฉลี่ยไม่สูงมาก จึงรุกทำตลาดเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริปเป็น 4 หมื่นบาท จากปัจจุบันเฉลี่ยที่ 3.5 หมื่นบาท จากจำนวนวันพักเฉลี่ย 5 วัน พร้อมขยายจำนวนครั้งมาเมืองไทยเป็น 2.5 ครั้งต่อปี จากปีที่ผ่านมา คนสิงคโปร์มาเมืองไทยเฉลี่ย 2 ครั้งต่อปี

ด้วยการนำเสนอสินค้าท่องเที่ยวที่ตอบความต้องการด้าน ไลฟ์สไตล์ยอดนิยม ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับอาหารริมทาง (สตรีทฟู้ด) ร้านอาหารและเครื่องดื่มบรรยากาศเก๋ๆ รวมถึงอาร์ตบ็อกซ์ และตลาดนัดรถไฟ
ในกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งใช้เวลาเดินทางไม่เกิน  2 ชั่วโมง เช่น พัทยา อัมพวา รวมถึงพื้นที่ใหม่ๆ ทั้งกาญจนบุรี และหัวหิน

สำหรับนักท่องเที่ยวอีก 2 กลุ่มที่ ททท. โฟกัสเพิ่ม คือ ‘กลุ่มตลาดนักศึกษา’ เนื่องจากระบบการศึกษาของสิงคโปร์ซึ่งมี ชื่อเสียงในระดับชั้นนำของโลก ได้กำหนดให้นักศึกษาเดินทางไปทัศนศึกษาต่างประเทศอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

โดย ททท. เตรียมกลับมารุกตลาดนี้อีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ ไทยเคยเป็นจุดหมายลำดับแรกๆ แต่พอมีปัญหาความไม่สงบทางการเมืองในไทย รัฐบาลสิงคโปร์จึงสั่งห้ามไม่ให้ไปเมืองไทย พอสถานการณ์บ้านเมืองเรากลับมาเป็นปกติ รัฐบาลสิงคโปร์จึงอนุญาตให้เดินทางมาไทยได้

อีกกลุ่ม คือ ‘กลุ่มกอล์ฟ’ ถือเป็นกีฬายอดนิยมของตลาด นักท่องเที่ยวสิงคโปร์ มีจำนวนผู้เล่นสูงกว่า 3 แสนคนเลยทีเดียว นับเป็นสัดส่วนที่สูงมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งประเทศ ที่มีเพียง 5.3 ล้านคน โอกาสของไทยอยู่ตรงที่สนามกอล์ฟ
ในสิงคโปร์มีเพียง 20 แห่งเท่านั้น และคิดค่าสมาชิกแพง ทำให้ผู้เล่นกอล์ฟจำนวนมากเดินทางไปเล่นที่มาเลเซียแทน
แต่สนามกอล์ฟในมาเลเซียกลับยังขาดบริการเสริมสำคัญ เช่น แคดดี้ สปา และการจัดงานปาร์ตี้หลังเล่นเสร็จ

ต่างจากสนามกอล์ฟในไทยที่มีบริการครบเครื่องกว่า โดยจะชู ‘พัทยา’ ให้เป็นจุดหมายหลักของการเดินทางมาเล่นกอล์ฟของชาวสิงคโปร์ “ททท. ตั้งเป้าหมายปี 2560 ดึงตลาดนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์และชาวต่างชาติที่อาศัยในสิงคโปร์ให้เดินทางมาเที่ยวไทย
เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับ 1.07 ล้านคนของปี 2559 ส่วนรายได้ วางเป้าหมายเพิ่มขึ้น 6-8% จากปีที่แล้วปิดไปที่ 3.7 หมื่นล้านบาท” ทั้งหมดนี้ คือ ภาพรวมของการพัฒนาธุรกิจและแนวทางการทำตลาดท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มกระแสการเดินทางระหว่างไทยกับสิงคโปร์


Tourism is not a ‘Zero Sum Game’

Tourism is not a ‘Zero Sum Game’

After joining ASEAN Tourism Forum (ATF 2017) in Singapore in the beginning of this year, I thought that there were many interesting issues to talk about for a bit.

Begin with the movement in tourism development of ‘Singapore Tourism Board’, Mr. Edward Ko, Executive Director of Singapore Tourism Board for South East Asia region said that besides the establishment of ‘Tourism Development Fund’ consuming approximately 700 million dollar Singapore budget (approximately 1.75 ten billion baht) following 5 years plan from 2016 – 2021 upon quality tourism progress in 3 main aspects, personnel capability development in the whole tourism business sector is considered as the key that cannot be overlooked as well as event arrangement promotion emphasizes the role of Singapore on behalf of leader business and lifestyle travel, and construction and creative and innovation tourist attraction development.

In addition to debuted projects under such fund, it includes ‘Mandai Project’; a joint venture between government and private sector as well as Mandai society, and Park Holding (MPH); an effort to renovate natural and eco-tourist attraction specialized on 4 existing theme parks as night safari, river safari, Singapore zoo and Jurong bird sanctuary by combining all these theme parks in the same area.

This is considered to aid travel convenience and better promote eco-theme park in the big picture with the goal to increase number of visitors from prior approximately 4.6 million visitors per year, which this project is scheduled to start the first phase in 2020.

“Rather than giving hands to develop travel agent and hotel business sector, Singapore Tourism Board foresaw that creating new tourist attraction shall be another major work mechanism to promote and attract the group of quality tourists, which will help generating more revenue to Singapore.”

In addition, Singapore Tourism Board shall increase collaboration intensity with airlines in order to set the strategy to better expand the tourists from ‘Secondary City’ market.

For Thai tourist market in secondary cities that have potentiality and high purchasing power, Singapore Tourism Board has foreseen toward Isan region as ‘Khon Kaen’ and ‘Udonthani’, which Singapore Tourism Board shall encourage airlines to operate the direct flights from these 2 cities to Singapore soon including ‘Nakhonratchasima’; located closer to Bangkok where tourists can conveniently travel to Bangkok to catch the plane. And in the same time, Singapore Tourism Board has also foreseen secondary cities in Eastern region as Rayong, Chanthaburi, and Trad, which there are some airlines operating direct flights from U-Tapao international airport to Singapore without the need of traveling up to Bangkok.

“Currently, Thai tourist market has average spending at 1,000 dollar Singapore per trip, or approximately 2.5 ten thousand baht, which is considered higher than overall average of every market at 800 dollar Singapore, or approximately 2 ten thousand baht. In addition to overall goal in 2017, Singapore Tourism Board shall emphasize on increasing quality spending by adding total spending up to 30% through foreigner average stay increasing from 3 days to 4 – 5 days” said Mr. Edward.

Mr. Yutthasak Supasorn, Governor of Tourism Authority of Thailand (TAT) said that at the moment, TAT, Singapore Office is in the middle of proceeding with ‘To Be Continue in Thailand’ project; a marketing strategy, which is aimed to continually attract tourists traveling to Singapore over 15 million tourists per year to travel to Thailand after realizing on the high purchasing power potentiality because foreign tourists traveling to Singapore mostly are business travelers who come to attend seminar & conference, and trade show (MICE) as well as a group of family travelers.

Therefore, TAT has seen an opportunity by using extending strategy to encourage such groups of tourists to continue traveling to Thailand, which this effort shall be in line with tourism route connecting strategy in the group of ASEAN countries as well because if Thailand can attract approximately one third of foreigners who travel to Singapore to come to Thailand, the country shall increase quality tourists for another 5 million tourists.

TAT ensured that this strategy is not aimed to steal foreign tourists from Singapore, but this is an extensive plan to present customized tourism product in order to attract tourists to make plan to further travel to Thailand by counting on the advantage in term of traveling distance from Singapore to Thailand’s destination, which takes not over 2 hours of flying, and there are several airlines

both full service and low cost ones operating flights from Singapore to several destinations in Thailand including Bangkok, Phuket, Krabi, U-Tapao, and Chiang Mai.

At the moment, TAT is in the middle to negotiating with airlines that operate flights between Thailand and Singapore as well as hotels in Thailand that are interested to join this project so that TAT shall make interesting packages and promotions to present to this group of foreign tourists. Recently, TAT has signed MOU with Singapore Airlines to draw quality market tourists to make a transit to Thailand following ‘Springboard’ strategy.

“Because tourism marketing is not a Zero Sum Game, or derives a zero outcome.”

Mr. Kajondech Apicharttrakul , Director of TAT, Singapore Office said about the overall behavior of Singapore market tourists that since this is short distance market, tourists would prefer traveling to Thailand during the weekend, which derive shorter stay length average. Therefore, TAT is aiming to set a marketing strategy to increase expenditure per person per trip up to 40,000 baht, from the average current at 35,000 baht from average stay length at 5 days as well as extend travel frequency up to 2.5 times per year from the previous year, Singapore tourists traveling to Thailand in average of 2 times per year by presenting tourism products that response to the demand in popular lifestyles through online social media channel including information on street foods, chic restaurants and beverages as well as Artbox, and Rot Fai market in Bangkok, and nearby areas which takes less than 2 hours to travel to such as Pattaya nad Ampawa as well as new areas as Kanchanaburi and Hua Hin.

Another 2 groups of tourists TAT aiming to pay more attention is ‘the group of university student market’ since Singapore’s educational system has gained the world’s reputation, which normally, most university shall schedule oversea field trip at least twice a year.

สถานที่ท่องเที่ยว

TAT is preparing to strike this market once again since earlier, Thailand used to be the very first destinations for Singapore university students, but when political problem was risen, Singapore government disallowed its people to travel to Thailand, but now this forbidding is called off since political situation in Thailand has been settled down.

The other group is ‘Golf market’, which is the most popular sports of Singapore tourist market with the number of players as high as 300,000 people. This is considered as the high ratio comparing to its population at 5.3 million people, which this give good opportunity to Thailand because there are only 20 golf courses in Singapore, and the membership fee is so expensive. This forces many golf players coming to play in Malaysia instead, however the Golf Courses in Malaysia are still lack of important services such as caddy, spa and banquet party after game.

Therefore, TAT is aiming to promote ‘Pattaya’ as the major destination for Singapore’s golf players since this city can response all propositions in this regards with full facilities and services.

“TAT has set the goal in 2017 to attract more Singapore tourist market and foreigners who live in Singapore to travel to Thailand by 3% comparing to 1.07 million tourists in 2016. In addition to the revenue, it is aimed to increase by 6 – 8% from the previous year at 3.7 ten billion baht.”

All these are the overall picture of business development and tourism marketing guideline in order to increase traveling current between Thailand and Singapore.

Comment Box