สัญญาณร้านอาหารเริ่มล้นตลาด เศรษฐกิจซึม คนกินต้องประหยัดเงิน



นายกสมาคมภัตตาคารไทยเสนอรัฐบาลจำกัดจำนวนร้านอาหาร เพื่อสร้างสมดุลระหว่างผู้ให้บริการกับลูกค้า เมื่อภาวะเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัว กระแสข่าวต่างๆ ทั้งในเชิงรายงาน โพลล์ เรียกร้องขอความช่วยเหลือ ก็เริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งผลโพลล์ที่ระบุถึงความคิดเห็นของประชาชนว่าเศรษฐกิจยังไม่ดี หอการค้าเผยผลสำรวจว่าประชาชน ยังลำบากในภาวะเศรษฐกิจฝืด อัตราเงินเฟ้อ ไม่สอดคล้องกับรายรับ จนมีข้อเสนอให้ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 620 บาท ภายในระยะเวลา 3 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริง

ปรากฏการณ์สัญญาณที่กล่าวมา เป็นเสมือนกระจกสะท้อน ให้เห็นว่า ภาวะเศรษฐกิจเมืองไทยยังไม่ได้ดีตามที่รัฐบาลประกาศไว้ แต่ยังดีที่ไทยมีทรัพยากรทางธรรมชาติเป็น อานิสงส์สำคัญ ทำให้เราสามารถกอบโกยรายได้จากภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ช่วยทำให้เศรษฐกิจประเทศในภาพรวมสามารถเดินหน้าไปได้ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ทำให้ธุรกิจ ที่เกี่ยวเนื่องกับภาคท่องเที่ยวเติบโตแบบสุดๆ ไปเสียทุกธุรกิจ

ล่าสุดนายกสมาคมภัตตาคารไทย โดยคุณฐนิวรรณ กุลมงคล ออกมายอมรับว่า ปัจจุบัน แม้นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ใช่ว่าทุกร้านจะมีชาวต่างชาติเข้าไปใช้บริการ เพราะด้วยปัจจัยต่างๆ ทั้งในเรื่องการไม่ได้เป็นพันธมิตรกับบริษัทนำเที่ยว ร้านไม่ได้โฟกัสเมนูอาหารสำหรับ นักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือไม่ได้อยู่ในย่านแหล่งท่องเที่ยว ทำให้ร้านอาหารอีกมากยังคงมีเป้าหมายจากตลาดคนไทย ทั้งขาจร และขาประจำ แต่ก็ยอมรับว่า ขณะนี้ร้านอาหาร ภัตตาคารไทยส่วนใหญ่ ได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ จนส่งผลต่อยอดขาย  และจำเป็นต้องเร่งปรับวิธีการบริหารจัดการต้นทุนใหม่

ปัจจัยหลักๆ ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหาร กล่าวคือ
1. ภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว อยู่ในภาวะซบเซา ขณะที่รายได้ยังเท่าเดิมทำให้ลูกค้าจำเป็นต้องประหยัดเงิน และหันไปทำอาหารทานเอง หรือไม่ก็ลดจำนวนครั้งในการทาน อาจจะเหลือสัปดาห์ละ 1 ครั้ง รวมถึงลดจำนวนเมนูที่สั่งลง
2. ร้านอาหารเกิดขึ้นใหม่ตลอดเวลา ในเมื่อความต้องการ ยังเท่าเดิมหรืออาจลดลง เมื่อเกิดปัญหาเศรษฐกิจแต่จำนวนร้านอาหารกลับมีเพิ่มขึ้น ก็เกิดการแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดระหว่างกันตามมา
3. สังคมบางส่วนจะมองร้านอาหารเพื่อเป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ หรือกิจกรรมหนึ่งๆ เท่านั้น จะเข้าร้านอาหารเมื่อมีวาระกิจกรรม เช่น งานเลี้ยงวันเกิด นัดประชุม ฉลองความสำเร็จต่างๆ แต่พอไม่มีกิจกรรมพวกนี้ก็จะไม่เข้าร้านอาหาร
4. คนเริ่มหันไปทานอาหารริมทางเพิ่มมากขึ้น เพราะราคา ถูกกว่า 40-50 บาท ก็สามารถทานได้แล้ว
5. การแข่งขันสูงขึ้น โดยเฉพาะร้านอาหารที่ไม่มีหน้าร้าน แต่เน้นส่งตรงถึงบ้านกำลังมาแรง เพราะประชาชนไม่จำเป็นต้องฝ่ารถติด โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ มาทานร้านอาหารอีกย่าน สามารถสั่งไปทานถึงที่บ้านได้เลย

ปัญหาเหล่านี้ ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก เพราะเมื่อใดที่ห่วงโซ่ทางเศรษฐกิจไม่ดีก็ย่อมส่งผลกระทบต่อธุรกิจต่างๆ แค่เกษตรกรประสบปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ก็ส่งผลต่อกำลังการซื้อสินค้าอุปโภค บริโภค และเมื่อสินค้าต่างๆ  ยอดขายตก ก็ส่งผลต่อรายได้ของบริษัท อุตสาหกรรมต่างๆ และสุดท้ายก็ส่งผลต่อรายได้ของพนักงาน จนในที่สุด ก็วนเวียนอยู่อย่างนี้

คุณฐนิวรรณ ระบุอีกว่า สำหรับการบริหารจัดการต้นทุนนั้น ทางร้านอาหารต่างๆ ได้ปรึกษาช่วยเหลือกันมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง
แล้ว ทางออกขณะนี้ คือ ค่อยๆ ปรับลดในหลายๆ อย่าง  เช่น ลดจำนวนเมนูอาหารจากในอดีตมีมากถึง 200-300 เมนู ปัจจุบันก็ลดเหลือ 30-40 เมนู เพื่อเป็นการลดการสต็อกสินค้า ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนเพื่อไปจ่ายสำรองวัตถุดิบเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังระบุว่า การมีเมนูง่ายๆ ราคาไม่ต่างจากร้านอาหารตามริมทาง เพื่อเป็นตัวเลือกให้ลูกค้าก็จะช่วยได้มาก

ส่วนเรื่องค่าแรง ยอมรับว่า หากจะปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำนั้น ก็จะเป็นการเพิ่มภาระต้นทุนให้ผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก  ในภาวะเศรษฐกิจตอนนี้ควรจะพิจารณาเป็นรายพื้นที่ไป แต่ส่วนใหญ่แล้ว แรงงานในกลุ่มร้านอาหาร นอกจากได้อัตราค่าแรงขั้นต่ำแล้ว จะมีอาหารให้ทาน 2 มื้อ บางที่จะมีที่พัก ให้ด้วย ตรงนี้ก็ช่วยลดภาระแรงงานได้มากอยู่แล้ว ไม่น่าจะส่งผลกระทบมากเท่าใด

“ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลควรพิจารณาควบคุมจำนวนร้านอาหาร เพราะมองว่าขณะนี้ร้านอาหารเริ่มล้นตลาดเกินความต้องการของผู้บริโภค ที่ผ่านมาใครมีต้นทุนยื่นขอตามขั้นตอนทางกฎหมายแล้วเสร็จก็สามารถเปิดกิจการได้เลย โดยที่รัฐไม่ได้คำนึงว่าร้านอาหารในพื้นที่เขตที่รับผิดชอบอยู่นั้น มีร้านอาหารอยู่แล้วมากน้อยเพียงใด ความต้องการล้นตลาดอยู่แล้วหรือไม่ ตรงนี้จึงเห็นว่าถึงเวลาที่รัฐบาลควรจะมีแนวทางจัดการ ที่เหมาะสม ควรมีการเก็บข้อมูลเพราะไม่เช่นนั้นก็จะเกิดปัญหาเปิดร้านยังไม่ทันได้ต้นทุนกลับมาก็ต้องปิดตัวลง เพราะขายอาหารไม่ได้ซึ่งมีให้เห็นอยู่เสมอ และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”

เสียงสะท้อนจากนายกสมาคมภัตตาคารไทยที่พูดถึงอุปสรรคปัญหากับทิศทางการบริหารจัดการสำหรับธุรกิจร้านอาหาร
หากผู้ที่เกี่ยวข้องมองอย่างเข้าใจและหาวิธีแก้ไขได้ตรงจุด เชื่อว่าจะสามารถรับมือแก้ไขให้ผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างยั่งยืน ซึ่งคงต้องรอคอยแนวคิดของผู้เกี่ยวข้อง และความร่วมมือช่วยเหลือระหว่างภาคีเครือข่าย…


The Sign of Oversupplied Restaurant
Economic Depression Forces Consumers to Save Money

The Sign of Oversupplied Restaurant Economic Depression Forces Consumers to Save Money

The president of Thai Restaurant Association (TRA) suggested the government to limit the number of restaurants in order to create the balance between service providers and customers. When Thai economy has not had a sign of recovery yet, several report Polls to ask for help started to get growing in increasing numbers. This included the poll result that indicated the opinions of people about unrecovered economy, while Thai Chamber of Commerce revealed its survey that people still face a hard time during the depressed economy, and inflation rate is not conformed to the revenue, which raises the request for minimum wage increasing up to 620 baht within 3 years term in order to be in line with reality.

The mentioned circumstance reflected that Thai economic circumstance has not been as good as the announcement of the government. Fortunately, Thailand still has diversity in natural resources so this helps the country to earn a large amount of revenues from Tourism industrial sector and move the country’s overall economy forward as well. However, it has not helped every related business in tourism sector to get a good growth.

Recently, the president of TRA, Ms. Taniwan Kulmongkol admitted that currently even though foreign tourists shall travel to Thailand in great number, it does not mean that every restaurant shall earn foreign customers because it depends on several factors. For example those restaurants might not be a partner of travel agency, or do not focus on foreign tourists’ dish menus, or do not locate on tourist attraction areas. This makes several restaurants only focusing on Thai market both irregular and regular customers, but unfortunately, most Thai restaurants have received deep impact from several factors that affect their circulation, and it is necessary for them to quickly readjust cost management procedure.

Main factors to affect restaurant business include as follows
1. Economic circumstance is not yet recovered, while the revenue still remains the same, which forces customers to save money and change their behavior to cook food on their own, or reduce the frequency of dining out down to once a week as well as the number of ordering dishes.
2. A new restaurant is always blooming all the times, while the demand is still the same or reduce. When economic problem is rising, while the number of restaurants is increased; therefore, this shall soon cause the severe fight for market share among restaurants.
3. Some section of society shall consider restaurant as only the meeting place or social activity. Mostly, this group of people shall visit restaurant when there is an event such as birthday party, meeting appointment, celebration for any achievement, etc., but in case of no special occasion taking place, they do not want to go to restaurant.
4. People turns to have street food in greater number because they are cheap, which it costs only 40 – 50 baht per meal.
5. The competition has been increasing especially for the restaurants without the storefront that only emphasize on food delivery because people would rather order delivery food to dine home than go through the traffic especially in Bangkok to the restaurant in the other zone.

These issues have not been taken place for the first time because when economic chain is not good, it shall affect several related business sectors. For example, when agriculturists are facing agricultural product price drop, it shall affects purchasing power for consuming products, and when product circulation is dropped down, it shall affect the revenue and several industries, and eventually, it shall affect employee’s revenue. Therefore, this cycle always repeats itself all the times.

Ms. Taniwan also indicated upon cost management that many restaurants have already helped one to another for a while. Now, the solution is to gradually reduce several related elements such as reducing dish menus from earlier 200 – 300 dishes down to 30 – 40 dishes now in order to reduce product inventory, which this will help reducing cost for buying a large amount of reserved supplies. Besides, if restaurant can offer some simple menus with less price differentiation comparing to the street food as the option for customers, it can greatly help most restaurants. In addition to the labor wage, president

of TRA admitted that increasing labor minimum wage shall give a big burden to entrepreneurs, which this might be considered for some certain areas under this economic circumstance. However, labor in restaurant category shall earn minimum wage rate as well as two meals, while some restaurants also offer accommodation for their employees, which this helps relieving labor’s burden good enough and should not give that much impact as well.

“It is about time for the government to limit the number of restaurants because now they have started to be oversupply. Earlier, the deep pocket restaurants could immediately start the operation after submitting the petition bylaws without being aware of how many restaurants have been within the certain authorized area, or whether they have been oversupplied or not. Therefore, the government should find the proper management guideline and collect the data; otherwise many restaurants may have to close down too soon because they hardly make a sell, which this problem always happens, and starts to gradually increase more and more.”

This was the opinion of the president of TRA toward the problem and management direction for restaurant business. If authorized persons insightfully understand and find the right solution, it makes believe that the country shall be able to sustainably handle and get through this crisis. Now what we can do is to wait for the guidelines of authorized persons, and collaboration from associate network.

Comment Box